- 26 ธ.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สนธิกำลังหลายหน่วยงานร่วมจับกุมขบวนการปล่อยหนี้นอกระบบรายใหญ่ที่สุดของประเทศ แก๊งหมวกกันน็อก ที่มีเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการการกระทำความผิดมากกว่า 2,000 ราย และมีประชาชนที่เป็นลูกหนี้ประมาณ 170,000 ราย รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดและอายัดกว่า 150 ล้านบาท พร้อมออกหมายจับผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายวิชัย ปั้นงาม และนายไชยวุฒิ วิวัฒนอารีกุล ซึ่งดูแลด้านไอที ก่อนสามารถจับกุมนายไชยวุฒิได้ ส่วนนายวิชัยเดินทางไปต่างประเทศกับครอบครัวเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา
ล่าสุด พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ได้มีผู้ประสานงานมาแจ้งว่าจะมอบตัว แต่สอบถามเน้นเรื่องรายละเอียดการประกันตัวและวงเงินประกันตัว ซึ่งก็ได้แจ้งไปว่าการติดต่อมาจะต้องมอบตัวตามที่มีหนังสือแจ้ง ไม่ใช่ประเมินว่าจะได้ประกันตัวในชั้นมอบตัว และหากไม่เป็นตามที่คิดไว้ก็จะยกเลิกไม่มอบตัว หากจะคิดเช่นนั้นก็ให้นายวิชัยต้องหนีให้ไปตลอด เพราะถ้าให้เป็นหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวมาได้แล้วจะไปขอประกันตัวในชั้นศาลถึงขั้นตอนนั้น ซึ่งค่อนข้างยากตนก็ไม่รู้ว่าศาลจะอนุญาตให้ประกันตัวได้หรือไม่ เพราะจะเป็นการสร้างเงื่อนไขที่พนักงานสอบสวนดุลพินิจว่าหลบหนี
จากนั้นได้มีการถามถึงข้อมูลรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องจำนวนนับพันรายนั้น พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า ได้มีการประชุมกับผู้บริหารของดีเอสไอและพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว ให้ทำเป็นบันทึกลับผ่านตนเองเพื่อเสนอเรื่องไปยังนายสุวพันธ์ ตันยุววรรธนะ รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธาน ศอตช. ซึ่งมีรายชื่ออย่างน้อยมีจำนวน 1,000 รายชื่อ ทางดีเอสไอจะส่งให้ได้ภายในสัปดาห์นี้ โดยข้อมูลรายชื่อดังกล่าวได้มาจากเซิฟเวอร์ของคอมพิวเตอร์ที่ระบุชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ รวมทั้งสังกัดใดแน่นอนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบต่อไปว่าเข้ามาเกี่ยวข้องได้อย่างไร เครือข่ายนี้มีเครือข่ายอยู่ 80 เครือข่ายทั่วประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ปรากฏชื่อก็กระจายไปอยู่ตามเครือข่ายดังกล่าวทั้งหมด
สำหรับรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐทั้งหมดนี้ เป็นหน้าที่ที่ตนจะต้องนำเข้าสู่ที่ประชุม ศอตช. เนื่องจากเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของ ศอตช. ต้องเข้ามาดูแลข้าราชการที่ประพฤติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งมีกรรมการ ศอตช. จากหลายหน่วยงานราชการมาดูแลตรงนี้ และขั้นตอนหลังจากนำรายชื่อเข้าสู่ที่ประชุม ศอตช.แล้วก็จะมีมติจากคณะกรรมการฯ ว่าจะมอบหมายให้หน่วยงานใดตรวจสอบอย่างใด
พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวเพิ่มเติมถึง ความกังวลใจเรื่องการตรวจสอบเครือข่ายแก๊งค์หมวกกันน็อคดำที่มีนายวิชัย เป็นแกนนำเครือข่ายว่าสุดท้ายเรื่องก็จะเงียบหายนั้นว่า กรณีนี้จะมีการตรวจสอบว่าเหตุใดบุคคลดังกล่าวปรากฏในเซิฟเวอร์เครือข่ายนี้ ตนขอยืนยันว่าไม่เคยทำคดีต่อรองกับใคร ประวัติของตนทำอย่างตรงไป ตรงมาตามพยานหลักฐานและไม่รังแกใคร ส่วนที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีบุคคลระดับนายพลโทรมาเคลียร์เรื่องขบวนการดังกล่าวนั้น บุคคลดังกล่าวไม่ได้โทรมาแต่เป็นการมาหาตน ซึ่งคนคนนี้ยังรับราชการอยู่และตนได้ปฏิเสธไปแล้ว โดยตนได้บอกว่าให้ต่างคน ต่างอยู่ ไม่ยุ่งกัน ต่างคนก็ทำหน้าที่ตัวเองไป และตามข่าวปรากฏชื่อของนักการเมือง จ.อุทัยธานี อยู่เบื้องหลังเครือข่ายนี้ เบื้องต้นจากพยานหลักฐานเอกสารและพยานบุคคลนั้น ยังไม่มีชื่อ ซึ่งเป็นที่น่าสงสัยของประชาชนทั่วไป ตลอดจนทีมพนักงานสอบสวนก็ได้ตั้งเป็นประเด็นในการสอบสวนว่ามีความเชื่อมโยงกันหรือไม่
ทั้งนี้ พ.ต.อ.ดุษฎี ยังกล่าวว่า ได้ติดต่อนัดหมายประชุมร่วมกับ ปปง.ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อติดตามความเชื่อมโยงทางการเงินของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องในขบวนการนี้ เพราะเริ่มเห็นเส้นทางการเงินว่าไปในทิศทางใด หลังจากนั้นจะได้มีการประชุมวางแผนการทำงานอีกครั้ง ซึ่งตนได้ส่งข้อมูลเรื่องขบวนการนี้ให้กับ ปปง.ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว สำหรับกรณีจะมีภรรยา และคนในครอบครัวของนายวิชัย เข้าไปเกี่ยวข้องการกระทำความผิดหรือไม่ ต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยในข้อหาความผิดอั้งยี่ หากปรากฏว่าใครเป็นสมาชิกในขบวนการนี้ก็จะมีความผิดและถูกออกหมายจับทุกคน ส่วนข้อหาความผิดฟอกเงินก็จะต้องดูว่าเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดว่าเงินและทรัพย์สินไปอยู่ที่ใครบ้าง
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นนายวิชัย ได้แสดงเจตนาว่าจะมอบตัวในวันที่ 28 ธ.ค.นี้ โดยจะเดินทางมาถึงประเทศไทยในเวลา 05.30 น. หลังจากนั้นจะมีขั้นตอนทางธุรการของดีเอสไอต่อไป
เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณ แนวหน้าออนไลน์
