“ป๋าเปลว”ออกโรงหนุนรื้อพรบ.สงฆ์ ชี้ม.๗ ขัดพระธรรมวินัยชัด เปรียบ“ใบคาห่อปลาเน่า” แต่ต้องคุยมหาเถรฯก่อน ไม่งั้นเรื่องนี้ถึง“เสี่ยประสาน”แน่??

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

ตักบาตร 'ถามพระ' ซะหน่อยก็ดี

 

      

       ไม่ได้หายไปไหน แค่ไม่เจอกัน เท่านั้นเอง! ไม่เจอกันด้วยเหตุ ๒ ประการ........

       ประการแรก ช่วงนี้งาน "กินฟรี" ตอนเย็นผม ถี่ไปนิด ชั่งใจอยู่นานว่าระหว่างกินฟรี กับการอยู่ติดที่ จะเลือกข้างไหน?ใจมันเลือกทางกินฟรีน่ะ!

       ประการที่สอง ๒๘ ธันวา "วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" ปีนี้ ทางผู้ประกอบพิธีบวงสรวงถวายเครื่องราชสักการะ บอกได้ฤกษ์ตอน ๓ โมงเช้า จับชีพจรท้องถนนช่วงปลายปีแล้ว เห็นว่า........ถ้าไม่ไปนอนรอล่วงหน้า ไม่ทันแน่ ก็เลยนัดมิตรสหาย เดินทางไปนอนรอซะวัน-สองวัน เรื่องมันก็มีดังนี้แล

       ไกลถึงไหน ถึงขนาดต้องไปนอนรอ? ก็ที่ "ค่ายบางกุ้ง" อำเภอบางคนที สมุทรสงคราม ที่ผมไปทุกปีนั่นแหละครับสถานที่ตรงนี้ เมื่อปี พ.ศ.๒๓๑๑..........เป็นสมรภูมิ "รบประจัญบาน" ชนิดดาบต่อดาบ-หอกต่อหอก-ชีวิต-ต่อชีวิต ระหว่างทหารพม่ากับทหารไทยของ "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช"

       ผลปรากฏ ทหารพม่าหนีเตลิดกลับทวายแทบไม่ทัน ทิ้งศพเพื่อนกว่า ๓,๐๐๐ ศพ สุมก่ายไว้เกลื่อนค่ายบางกุ้ง และโบสถ์ปรกโพธิ์ "หลวงพ่อนิลมณี" ถึงวันนี้ บางจุด ยังมีกะโหลกดุนดินโผล่ขึ้นมาให้เห็น!

“ป๋าเปลว”ออกโรงหนุนรื้อพรบ.สงฆ์ ชี้ม.๗ ขัดพระธรรมวินัยชัด เปรียบ“ใบคาห่อปลาเน่า” แต่ต้องคุยมหาเถรฯก่อน ไม่งั้นเรื่องนี้ถึง“เสี่ยประสาน”แน่??

       เรา...ลูกหลานไทย.........การระลึกรู้ซึ่งพระคุณอันยิ่งใหญ่ตามกาลอันควร อันเป็นเครื่องหมายกตัญญูกตเวทีจากลูกหลานในแผ่นดิน ปีหนึ่ง-ครั้งหนึ่ง การถวายเครื่องราชสักการะในวัน "คล้ายวันปราบดาภิเษกสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" ๒๘ ธันวาคมของทุกปี ก็นี่แหละ คือสิ่งที่ทำได้!

       ขอแผ่นดิน รัชกาลที่ ๑๐ ร่มเย็น-เป็นสุข ขอชาติไทย ใต้พระบารมี รัชกาลที่ ๑๐ ยิ่งใหญ่-ไพศาล ขอประชาชนคนไทย รักสามัคคี ยึดมั่น "คำสอนพ่อ" สู่รุ่งเรืองตลอดไป

ครับ...ก็จบการแก้ตัวเรื่อง "หนีงาน" เพื่อไปกินและเที่ยว ต่อจากนี้ ก็ "หาเรื่องคุย" ให้เป็นเรื่องกันได้ตามปกติ เรื่องไหนจะได้บุญเท่าคุยเรื่องพระเห็นจะไม่มี ฉะนั้น เรื่อง ๘๑ สนช.เข้าชื่อเสนอแก้ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ น่าคุยตุนไว้เป็นบุญส่งท้ายปี

       ประเด็นที่ต้องการแก้ ก็คือ........ประเด็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช! ทุกวันนี้ เราใช้ พ.ร.บ.สงฆ์ ปี พ.ศ.๒๕๐๕ แก้ไข เพิ่มเติม พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๗ ระบุว่า “พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง ในกรณีที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม เสนอนามสมเด็จพระราชารคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช ..........ฯลฯ....."

“ป๋าเปลว”ออกโรงหนุนรื้อพรบ.สงฆ์ ชี้ม.๗ ขัดพระธรรมวินัยชัด เปรียบ“ใบคาห่อปลาเน่า” แต่ต้องคุยมหาเถรฯก่อน ไม่งั้นเรื่องนี้ถึง“เสี่ยประสาน”แน่??

       เพื่อความเข้าใจง่ายๆ..... คำว่า "อาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์" หมายถึง ในจำนวนสมเด็จพระราชาคณะทั้งหมด รูปไหน ได้สมณศักดิ์สูงสุดก่อนเพื่อน รูปนั้นคือ "มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์" ปัจจุบัน "อาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์" คือสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง) วัดปากน้ำ นี่เรียกว่ากฎเกณฑ์ ตาม "กฎหมายพระ" ขณะนี้ ใครจะด่างพร้อย จะศีลาจารวัตรบริสุทธิ์-งดงาม ไม่สน สนแค่ ใครได้ยศสูงก่อน ถือเป็นผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์.......

       แต่ตามหลักพระพุทธศาสนา ก็อย่างที่ "ท่านเจ้าคุณประยุทธ์" กล่าวกับญาติโยมวันไปแสดงมุทิตาจิต ที่ท่านได้รับโปรดเกล้าฯ ขึ้นเป็น "สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์" เมื่อต้นเดือน ว่า "พระจะตั้งสมณศักดิ์ให้เป็นอะไร ก็เป็นพระองค์หนึ่งเท่านั้น ฉะนั้น โยมไม่ต้องไปห่วงนี่-นั่น จะตั้งเป็นชั้นไหนๆ ก็เป็นพระองค์หนึ่ง เคยเรียกหลวงอา หลวงลุง หลวงตา หลวงพ่อ หลวงปู่ ก็เรียกไปตามนั้นแหละ เขาจะเรียกเจ้าประคุณอะไร ก็ไม่ต้องไปยุ่งกับเขา ให้เป็นเรื่องของทางการเขา...."

       นั่นคือ เรื่องสมณศักดิ์ ทางบ้านเมือง ยึด "สมณศักดิ์เป็นอาวุโสสูงสุด" แต่ทางพระพุทธศาสนา พระศาสดาเจ้าตรัสให้ยึดพระธรรมวินัย เป็นกฎหมายสูงสุดของพระ ก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน ตรัสว่า...."ดูก่อนอานนท์ ธรรมก็ดี วินัยก็ดี ที่เราได้แสดงไว้ และบัญญัติไว้ด้วยดี นั่นแหละจักเป็นพระศาสดาของพวกท่าน สืบแทนเราตถาคต เมื่อเราล่วงไปแล้ว"

       ตรงนี้ ความจริง คณะสงฆ์หรือรัฐบาลยึดเป็นบรรทัดฐานชี้ขาดได้เลย ถ้ามีกรณีขัดแย้ง-สงสัยในเรื่องเกี่ยวกับพระ อย่างประเด็นอาวุโส ถ้าใช้คำสั่งพระพุทธเจ้าเป็นเครื่องชี้ทาง ในทางเดินที่สับสน กรณีคำว่า "อาวุโส"พระพุทธองค์ทรงให้ยึด การบวชก่อน-บวชหลัง เป็น "อาวุโสโดยพรรษา" คือพระรูปไหนบวชก่อน รูปนั้น "อาวุโสสูงสุดโดยพรรษา"

“ป๋าเปลว”ออกโรงหนุนรื้อพรบ.สงฆ์ ชี้ม.๗ ขัดพระธรรมวินัยชัด เปรียบ“ใบคาห่อปลาเน่า” แต่ต้องคุยมหาเถรฯก่อน ไม่งั้นเรื่องนี้ถึง“เสี่ยประสาน”แน่??

       ตรงนี้ เมื่อนำหลักพระธรรมวินัยเป็นมาตรฐาน ความในมาตรา ๗ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ปัจจุบัน ถือว่า ไม่เอื้อเฟื้อต่อพระธรรมวินัย ที่ให้ยึด "ยศ-คือสมณศักดิ์" อันเป็นของจืดชืดสำหรับพระผู้เป็นเนื้อนาบุญประเสริฐ มาเป็นเกณฑ์ของคำว่า "อาวุโสสูงสุด"! เพราะแบบนี้ กลายเป็นบิดพระธรรมวินัย จากให้ยึดอาวุโสโดยพรรษา คือบวชก่อน ไปเป็นให้ยึดสมณศักดิ์ อันไม่มีในพระธรรมวินัยเป็นหลักอาวุโสให้พระยึดถือ?

       อาจพูดได้ว่า มาตรา ๗ ปัจจุบัน ทางบ้านเมือง บังคับให้พระเคารพกันที่ยศ ว่าใครได้ยศสูงกว่ากันก่อน คนนั้นถือเป็นอาวุโสกว่าทางยศ

       เนี่ย...จะเห็นว่า ที่การเสนอตั้ง-ไม่เสนอตั้งพระสังฆราชทุกวันนี้ หลักใหญ่มาจากความในมาตรา ๗ วันนี้ ขัดกับหลักพระธรรมวินัย ชัดแจ้ง เกินที่ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา จะทนทำใจรับได้ ถ้าตั้งไป นอกจากไม่เป็นการเกื้อกูลต่อการดำรงอยู่ และการสืบต่อพระพุทธศาสนาแล้ว มลทินมัวหมองในตัว "อาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์" ทั้งทางพระธรรมวินัย ทางหมู่สงฆ์ ก็ไม่มีการชำระให้ชัดแจ้งทางพระธรรมวินัย ทั้งทางกฎหมายบ้านเมือง ก็เลี่ยงๆ หลบๆ ยังไม่มีการปลดเปลื้องใดๆ ประหนึ่ง "ใบคาห่อปลาเน่า" ไว้อย่างนั้น ถ้าสงฆ์สาวกยึดพระธรรมวินัย จะยึดกฎหมายบ้านเมืองหรือไม่ยึด ผลเท่ากัน!

       อย่างทุกวันนี้ ถ้าสงฆ์ยึดพระธรรมวินัย มาตรา ๗ หรือมาตราไหนๆ ใน พ.ร.บ.สงฆ์ หรือในกฎหมายบ้านเมืองทุกฉบับไม่มีปัญหา "ทางปฏิบัติ"! "สุทธิ อสุทธิ ปัจจัตตัง นาญโญ อัญญัง วิโสธเย" บริสุทธิ์ ไม่บริสุทธิ์ เป็นของเฉพาะตัว คนอื่น จะมาทำให้เราบริสุทธิ์ไม่ได้ พระซึ่งถึงพร้อมด้วยหิริ โอตตัปปะ ดี-ชั่ว ในตัว ย่อมรู้ ย่อมละอายในบาปตัวเอง ไม่ฝืน ไม่ดันทุรัง ไม่หน้าด้าน โดยทิ้งพระธรรมวินัยที่ตัวเองฉิบหายแล้วจากความดีงาม ไปยึดกฎหมายบ้านเมือง ด้านเปลือกโลกนิยม แค่คำว่า "อาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์" เป็นที่ยึดเกาะ "เพื่อเอา" อย่างที่เป็นขณะนี้หรอก!

“ป๋าเปลว”ออกโรงหนุนรื้อพรบ.สงฆ์ ชี้ม.๗ ขัดพระธรรมวินัยชัด เปรียบ“ใบคาห่อปลาเน่า” แต่ต้องคุยมหาเถรฯก่อน ไม่งั้นเรื่องนี้ถึง“เสี่ยประสาน”แน่??

       เมื่อเป็นผู้ "เก้อ-ยาก" ทาง สนช.ก็จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายบ้านเมืองที่ใช้แก่คณะสงฆ์ ให้สอดคล้องกับคณะสงฆ์ปัจจุบัน ซึ่งส่วนหนึ่ง มุ่ง "ลาภ-ยศ-สรรเสริญ-สุข" เป็นไปเพื่อเอาเข้า แทนที่จะคลายออก และบังเอิญส่วนนี้ เข้ามามีอำนาจควบคุมกลไกปกครองสงฆ์ แล้วใช้เหตุปัจจัยนั้น ขับเคลื่อนการบริหารคณะสงฆ์ไปสู่คำว่า อวังสิโร-ผู้มีหัวลง!

       เอาล่ะ...ก็มาดูกันว่า เมื่อ ๘๑ สนช.เสนอแก้ไข พ.ร.บ.สงฆ์มาตรา ๗ แล้วจะแก้ให้เป็นอย่างไร? เขาจะแก้กลับไปเหมือน พ.ร.บ.สงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ คือฉบับเดิม ก่อนแก้ไขเพิ่มเติมมาเป็นมาตรา ๗ ปัจจุบัน คือจะแก้เป็นว่า........“พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง และให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ” ให้เป็น "พระราชอำนาจ" เหมือนดั้งเดิมนั่นเอง!

       ถ้าไปดู พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ ในหมวด "สมเด็จพระสังฆราช" จะเห็นชัด มาตรา ๗ พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช และที่ควรสังเกต ........พ.ร.บ.ฉบับเดิม ยึดหลักพระธรรมวินัยเป็นเกณฑ์ยึด คือยึด "อาวุโสสูงสุดโดยพรรษา" ของสมเด็จพระราชาคณะที่จะขึ้นเป็นพระสังฆราช ไม่ได้ยึด "อาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์" อย่างปัจจุบัน

“ป๋าเปลว”ออกโรงหนุนรื้อพรบ.สงฆ์ ชี้ม.๗ ขัดพระธรรมวินัยชัด เปรียบ“ใบคาห่อปลาเน่า” แต่ต้องคุยมหาเถรฯก่อน ไม่งั้นเรื่องนี้ถึง“เสี่ยประสาน”แน่??

       เนี่ย...ดูมาตรา ๑๐ ของเดิม........ในเมื่อไม่มีสมเด็จพระสังฆราช ให้สมเด็จพระราชาคณะ ผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยพรรษาปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เห็นชัดจากทุกวรรคในมาตรานี้ ยึด "อาวุโสโดยพรรษา" เป็นหลักทั้งสิ้น!

       ผมจึงเห็นด้วย ที่จะแก้ พ.ร.บ.สงฆ์ ในประเด็นนี้ แต่มีข้อเสนอว่า ตำแหน่งและยศพระ เป็นเรื่องทางโลกก็จริง แต่เมื่อเอาไปให้พระ ก็ไม่ควรตัดสินใจฝ่ายเดียว โดยไม่ฟังความเห็นจากทางคณะสงฆ์ด้วย เพราะถึงอย่างไร เมื่อเอากิเลสโลภอันไม่มีในพระธรรมวินัยไปถวายพระ มันก็กลายเป็นเรื่องของพระกลายๆ

 

ฉะนั้น ก็ให้พระท่านพิจารณาบ้าง เข้าตามตรอก-ออกตามประตู นำเรื่องไปหารือทางมหาเถรสมาคมท่านก่อน

 

ไม่นั้น เรื่องนี้ถึง "เสี่ยประสาน" แน่!

“ป๋าเปลว”ออกโรงหนุนรื้อพรบ.สงฆ์ ชี้ม.๗ ขัดพระธรรมวินัยชัด เปรียบ“ใบคาห่อปลาเน่า” แต่ต้องคุยมหาเถรฯก่อน ไม่งั้นเรื่องนี้ถึง“เสี่ยประสาน”แน่??

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณข้อมูล : เปลว สีเงิน นสพ.ไทยโพสต์