- 30 ธ.ค. 2559
"สนธิญาณ" ชี้!! "พรบ.สงฆ์" ถวายคืนพระราชอำนาจ ผ่าน สนช. 3 วาระรวด เพราะคสช.รัฐบาล สนช.ผนึกกำลังกัน ดีแล้วที่เจ้าคุณประสารถอยทำให้บ้านเมืองสงบ !
รายการ "ยุคลถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 30 ธันวาคม 2559 ออกอากาศทางช่อง ไบรท์ทีวี หมายเลข 20 ดำเนินรายการโดย คุณยุคล วิเศษสังข์ (หนึ่ง) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) กรรมการผู้อำนวยการบริษัท ทีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
สนธิญาณ : ใช้เวลาเพียง 50 กว่านาทีการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ก็ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย 3 วาระรวด ซึ่งนั่นหมายความว่าการแก้ไขในครั้งนี้เป็นความเห็นร่วมของทุกฝ่าย รัฐบาล รัฐมนตรีออมสิน ชีวะพฤกษ์ บอกว่าไม่จำเป็นต้องนำกลับไปหารือแล้ว ให้เป็นไปตามที่สนช.เสนอ ซึ่งความเห็นชอบของรัฐบาล นั่นก็น่าจะรวมถึงความเห็นชอบของ คสช. ด้วย ฉะนั้นเมื่อบ้านเมืองเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าต้องแก้ไขพ.ร.บ.คณะสงฆ์เพื่อผ่าทางตันในการที่จะตั้งหรือสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ ไม่ให้ค้างคาอยู่อย่างในปัจจุบัน ดังนั้นก็ขอทวนเรื่องว่าประเด็นที่แท้จริงในขณะนี้ก็คือการที่ไม่สามารถที่จะตั้งสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ได้ เนื่องจากกฎหมายเดิมมีบทที่ไปล็อกเอาไว้ ผมเรียนย้ำในวันนี้จะได้มีความเข้าใจตรงกันไม่คลาดเคลื่อนกับที่พระเมธีธรรมจารย์หรือท่านเจ้าคุณประสารได้โพสต์เฟซบุ๊กในเมื่อวานว่า ไม่ขัดข้องในเรื่องการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชที่เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ เพราะกฎหมายเดิมก็เขียนเอาไว้อย่างนั้นอยู่แล้ว แต่ขัดข้องในเรื่องที่ ที่สนช.ไปแก้พ.ร.บ.สงฆ์ก็คือขัดข้องในเรื่องมหาเถรสมาคมว่าไปลบทอนอำนาจลง เพราะฉะนั้นตรงนี้ย้ำเรียนกันให้เข้าใจนะครับว่า กฎหมายเดิมนั้นเขียนเอาไว้สิ่งที่เป็นสาระสำคัญคืออาวุโสครับ ไม่ใช่ความเห็นชอบมหาเถรสมาคม ประเด็นของมหาเถรสมาคมก็เป็นประเด็นประกอบและการที่เขียนล็อกเอาไว้ด้วยคำว่าอาวุโสของสมเด็จพระราชาคณะ ความหมายที่ว่าเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ก็ถูกลดทอนไปด้วย เพราะทุกอย่างต้องทำตามอาวุโสเท่านั้น ทำไมถึงใช้แบบอาวุโสไม่ได้ มหาเถรสมาคมได้เห็นชอบก็เห็นชอบภายใต้ความอาวุโส พระมหากษัตริย์จะแต่งตั้งก็ต้องแต่งตั้งตามความอาวุโส แต่การแก้พ.ร.บ.สงฆ์ในครั้งนี้ล็อกอาวุโสได้เปลี่ยนไปแล้ว ดังนั้นนาทีนี้การที่เท่าเจ้าคุณประสารประกาศยุติการเคลื่อนไหวถือเป็นเรื่องถูกต้องนะครับ ไม่ควรจะเปิดประเด็นนี้ต่อไปให้สถานการณ์ต่างๆ ได้เดินหน้าไป การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชหลังจากนี้ก็คงจะเกิดขึ้นในเร็ววัน กลับมาดูผมเรียนย้ำอยู่เสมอครับว่าในวงการพระสงฆ์และพระพุทธศาสนานั้น การสร้างตำแหน่งต่างๆ ขึ้นมานั้นเป็นเรื่องสมมติ คำสอนของพระพุทธศาสนานั้นล้วนเป็นสมมติทั้งสิ้น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แม้แต่ร่างกายของเราเองยังเป็นเรื่องสมมติ เพราะฉะนั้นพระสงฆ์จึงจะต้องคิดและพิจารณาอย่างยิ่งในการที่จะออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องของตำแหน่ง ในเรื่องของความอยากได้ใคร่ดี การประกาศหยุดการเคลื่อนไหวของท่านเจ้าคุณประสารเป็นการประกาศในรูปแบบเท่านั้น ล้วนแต่เริ่มจากวัดพระธรรมกาย ซึ่งพยายามขยายบทบาทและอิทธิพลทางการเงินที่มีอยู่ไปยังวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ภายใต้เงื่อนไข 2 เงื่อนไข คือ 1.เงื่อนไขที่มหานิกายไม่ได้รับความเป็นธรรม 2.เงื่อนไขศาสนาอิสลามกำลังจะเข้ายึดครองทำลายพระพุทธศาสนา ถึงขนาดเมื่อวานมีการบิดเบือนว่า สนช. ที่พยายามจะแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์เป็นสายมุสลิมเป็นต้น เพราะฉะนั้นปัญหาต่างๆ ยังค้างคาอยู่ จะตั้งสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ภาระหน้าที่จะต้องเข้ามาสะสางปัญหาเหล่านี้ให้คลี่คลายลงไป ประเด็นไม่ได้จบเพียงแค่กาตั้งสมเด็จพระสังฆราช การชำระสะสางและการปฏิรูปวงการสงฆ์จะต้องเดินหน้าต่อไปครับ
