- 31 ธ.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
คอลัมน์: วันเสาร์ที่ปลายซอย: ๒๕๖๐ 'ปีเริ่มต้นของคนทำจริง'
ถือโอกาสส่งคืน "ปีเก่า ๒๕๕๙" และรับมอบ "ปีใหม่ ๒๕๖๐" กันตรงนี้ และวันนี้เลยนะครับ
เพราะ ๑ มกรา ๖๐ ไทยโพสต์ หยุดประจำปี ๑ วัน ไปเจอหน้าจ๋าจ้ะกันก็โน่น........ปีหน้าอังคารที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๐!ปี ๖๐ เป็นปี เรือถอนสมอออกจากท่า รถออกจากจุดสตาร์ต ยังไม่ใช่ปีรวยของประเทศไทย-คนไทย
หากแต่เป็นปี "ตั้งต้นรวย" ของประเทศไทย-คนไทย!
หมายความว่าไง?ก็หมายความว่า คนที่หวังความมั่งคั่ง-มั่นคงจากการประกอบธุรกิจการงาน หวังประสบความสำเร็จในชีวิตจากการทำมาหากินด้วยอาชีพใหม่ๆ
อย่าเอาแต่กอดเข่าเจ่าจุกรอโชคชะตา อย่าเอาแต่บ่นเพ้อ "เมื่อไหร่เศรษฐกิจจะดี"อย่าเอาแต่นั่งแบมือขอ-รอเงินรัฐบาลช่วยอย่าเอาแต่ลังเล-รีรอ จดๆ จ้องๆ ไม่กล้าเริ่มต้นอยากบอกว่า ให้ทุกคนตั้งสติ สำรวจตัวเอง ถนัดทางไหน ชำนาญทางไหน ให้เล็งไปทางนั้น
ขี้น พ.ศ.๒๕๖๐ ปั๊บ......เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ปุ๊บ ลงมือทำ เป็นการเริ่มต้นทันที!
ไม่ต้องถนัดอะไรมาก่อนก็ไม่เห็นแปลก เพราะทุกอย่างไม่มีใครเป็นมาแต่เกิด มาฝึกฝน "ลองผิด-ลองถูก" กันเอาทีหลังทั้งนั้น
ขออย่างเดียว ขอให้ใจสู้ อดทน ฝนฝึก หมั่นเพียร ด้วยพอใจในทางสัมมาชีพที่ตัวเองมุ่งเข็มเดิน
กระเดียดปลายปีโน้น...ปี ๒๕๖๑ เป็นต้นไปคนที่เริ่มต้นชีวิตใหม่ เริ่มธุรกิจการงานใหม่ๆ แต่ปี ๖๐ จากสภาพ "พระมหาชนก" ว่ายรอนแรมกลางมหาสมุทร มืดมิดมองไปทางไหนก็ไม่เห็นฝั่งมาเป็นปี นั้น
ล้านเปอร์เซ็นต์ "ถึงฝั่ง" กันถ้วนทั่วหน้า!จากกลางปี ๒๕๖๑ ก็อย่างที่ว่า ใครเอาช้างร้อยโขลงมาฉุดก็ไม่อยู่ ประเทศไทยจะรุ่งโรจน์โชติช่วงกระฉูด
รุดหน้าชนิด ต่อให้เพื่อนในเอเชียอาคเนย์ด้วยกัน "วิ่งตาม" ก็ยังไม่ทัน
ครับ...ก็บอกเพื่อให้เตรียมตัวกันล่วงหน้า ๑ ปีใครไม่เชื่อ เอาแต่ลอยชาย หรือหมกมุ่นเพ้อเจ้อ เอาตีนราน้ำ ขวางทางประเทศไปวันๆ จะถูกความ "รุ่งเรืองรุ่งโรจน์-ร่ำรวย" ของบ้านเมืองในอนาคต ทิ้งไว้ข้างหลัง
ถึงตอนนั้น จะมีสภาพไม่ต่างหมาจมกองขยะ ที่เอาแต่ "หอนรอ" การกลับมาของนาย!
ในขณะที่ผมบอกให้มอง "ทางชีวิต-ทางอนาคต" ด้านธุรกิจการงาน เพื่อรอรับวันนั้น ตอนปลายปี ๖๑
แต่มีอยู่พวกหนึ่ง รอเหมือนกัน แต่เป็นการ "รอเลือกตั้ง"!
รอด้วยการจ้อง "จับผิด-จับถูก" นายกฯ ประยุทธ์ โดยยึด "โรดแมป" เป็นสัญญาตายตัว
ก็น่าเห็นใจ เพราะเหลือทางเลือกตั้ง "ทางเดียว" ที่พอฝันเปียกได้ ในการคืนสู่อำนาจครองบ้าน-กินเมือง
ตามโรดแมป การเลือกตั้งจะมีราวๆ ปลายปี ๒๕๖๐แต่นั่น เป็นโรดแมปที่กำหนดในช่วงบ้านเมืองไม่มีสถาน การณ์พิเศษ
มาปลายปี ๕๙ ไปถึงปี ๖๐ ประเทศมีกิจสำคัญพิเศษ มีผลถึงตารางเวลาเลือกตั้ง ผมจึงมองว่า
ปี ๒๕๖๐ ไม่อำนวยให้มีเลือกตั้ง!อย่างเร็ว กลางปี ๒๕๖๑ ประมาณ มีนา-เมษา-พฤษภา โน่นแหละ น่าจะสมบูรณ์พร้อม สู่การเลือกตั้ง
รัฐธรรมนูญถาวรฉบับใหม่ ไม่มีปัญหา นายกฯ นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงพระราชวินิจฉัย และทรงลงพระปรมาภิไธยไปตั้งแต่ ๘ พ.ย.๕๙
มีกำหนด ๙๐ วัน หมายความว่า กลางๆ มกราหรือก่อน ๘ กุมภา ๖๐ ก็น่าจะได้ประกาศใช้
เมื่อประกาศใช้ จะเลือกตั้งกันช่วงไหน มีข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญเป็นกรอบอยู่แล้ว
มาตรา ๒๖๘ บอก............ให้เลือกตั้ง ส.ส.ภายใน ๑๕๐ วัน นับแต่วันที่ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ คือ "กฎหมายลูก" ๔ ฉบับ มีผลบังคับ ใช้
ก็มี พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง, พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา, พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง
แล้วกฎหมายลูก ๔ ฉบับ จะเสร็จเมื่อไหร่ล่ะ?สรุปยอดเป็นตารางเวลาในแต่ละขั้นตอนกันเลยดีกว่า นับจาก ๗ สิงหา ๕๙ ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ
ทูลเกล้าฯ ถวายภายใน ๓๐ วันร่างกฎหมายลูก ๔ ฉบับ ภายใน ๒๔๐ วันสนช.พิจารณาร่างกฎหมายลูก ภายใน ๖๐ วันเมื่อกฎหมายลูกบังคับใช้ กกต.จัดการเลือกตั้ง ภายใน ๑๕๐ วัน
รวมเป็นเวลาทั้งหมด ๔๘๐ วัน หรือ ๑ ปี ๔ เดือนสรุป.....ตามโรดแมป จะได้เลือกตั้ง ธันวา ๖๐!แต่การเลือกตั้ง ก็ต้องให้เวลาพรรคการเมือง ผู้สมัคร ส.ส.เขาหาเสียง ทีนี้ ปรากฏว่า ปี ๒๕๖๐ เราจะมี
"งานพระราชพิธี" ถวายพระเพลิงพระบรมศพ "พระ บาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" ประมาณเดือนตุลา ๖๐
ไม่สมควรอย่างยิ่ง .........ที่จะให้มีบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งในระหว่างนี้!ที่ผมบอกเดือนตุลา ไม่ใช่กำหนดแน่นอนเป็นทางการนะครับ เพียงแต่ผมคำนวณเอาเท่านั้น
โดยดูจากตารางงานจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระ บรมศพ
๑๐ มกราจะเริ่มล้อมรั้ว ลงเสาเข็มสิ่งปลูกสร้าง ที่ท้องสนามหลวง
จะแล้วเสร็จ ภายในวันที่ ๓๐ กันยา ๖๐!งานถวายพระเพลิงพระบรมศพ เป็นงานสำคัญสูงสุดของประชาชนคนไทยทุกคน
ประชาชนคือลูกของพ่อ ..........งานถวายพระเพลิงพระบรมศพ ก็เท่ากับ "ลูกทั้งแผ่น ดิน" เป็นเจ้าภาพที่จะต้องร่วมกาย-ร่วมใจ ทำถวายพ่อ ซึ่งเป็นโอกาสครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายในชีวิตแล้ว
เยี่ยงนี้แล้ว จะเอาเรื่องเลือกตั้ง เรื่องหาเสียง มาพูดมาทำแทรก ให้รุงรัง น่ารังเกียจ ไปเพื่ออะไรกัน?
ในเมื่อพระเมรุมาศแล้วเสร็จเดือนกันยา ก็แสดงว่า งานพระบรมศพ "เร็วที่สุด" ก็เดือนตุลา
อย่างนี้แล้ว ที่ว่าเลือกตั้งเดือนธันวา ด้วยเวลา-บรรยา กาศกระชั้นกันอย่างนี้
สรุปได้เลย......ธันวา ๖๐ ยังไม่มีเลือกตั้ง ต้องไปว่ากันในปี ๒๕๖๑ โน่นแหละ!
จะว่าไปแล้ว จากงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระ บรมศพนี่แหละ
เป็นเหตุผลให้ สนช.ต้องรีบแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา ๗
จากเดิมที่ให้เป็นอำนาจมหาเถรฯ+นายกฯ เสนอนามสมเด็จพระราชาคณะ "ผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์" ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย
แก้ไขเป็น มาตรา ๗........"พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง และให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ"
เพราะกฎหมายเดิม เท่ากับล็อกตัวพระสังฆราชไว้ที่ "สมเด็จช่วง"
ถ้าไม่แก้ไขแต่เดี๋ยวนี้ ..........คราวถึงงานพระบรมศพ ถ้าไม่มี "ประมุขฝ่ายพุทธจักร" ในงานพระราชพิธี ซึ่งประกอบด้วยชนทุกหมู่เหล่า ทั้งด้านอาณาจักรและศาสนจักร นั่นดูจะไม่เหมาะสมนัก
สนช.คงเล็งเห็นความจำเป็นอันสำคัญในการนี้ จึงปลดล็อก พ.ร.บ.สงฆ์คืนพระราชอำนาจให้พระมหากษัตริย์มีพระราชดำริเพื่อการสถาปนา ดังที่เป็นพระราชประเพณีมาแต่ดั้งเดิม
เมื่อ พ.ร.บ.สงฆ์ ฉบับแก้ไขวานซืน ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชก็จะเดินหน้าไป
คณะสงฆ์จะได้มีสมเด็จพระสังฆราช เป็นองค์ปฏิบัติหน้าที่ "สกลมหาสังฆปริณายก" ตามจารีตประเพณี ทันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
ที่นำมาคุยกันทั้งหมด จะเห็นว่า ทั้งงานพระราชพิธี และงานเลือกตั้ง จะอยู่ปลายปี ๖๐
เมื่อเคลียร์ประเด็นงานตามความสำคัญก่อน-หลังไป ทีละเปลาะ งานสถาปนาพระสังฆราชก็เข้าที่ เรียบร้อย งานพระบรมศพก็เข้าที่ เรียบร้อย
เหลือแต่งานเลือกตั้ง.............ยกไปต้นหรือกลางปี ๖๑ นั่นก็จะเข้าที่ เรียบร้อยเช่นกัน!
บนการทึกทัก "เลือกตั้งคือประชาธิปไตย"ประเทศไทยก็จะได้มี "รัฐบาลเลือกตั้ง" สมอยากกันซะที แต่ขอบอกว่า ในความรุ่งโรจน์โชติช่วงของชาติ ในปี ๖๑ นั้น
สัมภเวสีเหลือแต่ซาก!
เรียบเรียง ARROFUT
