เดือดปุด..ฉะพวก"ลองวิชา"!!! "บิ๊กเจี๊ยบ"เร่งผุดนักรบไซเบอร์สู้ภัยมั่นคงใหม่ เปิดกว้างทุกแบบคนนอกเป็นทหาร-ว่าจ้างเอกชนไม่หวั่นไส้ศึก??

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

แม้จะถูกรุกรบโดยกลุ่มต่อต้านซิงเกิล เกตเวย์  โดยอาศัยกระแสคัดค้านร่างพ.ร.บ.คอมพิเตอร์มาขับเคลื่อนแนวทางต่อต้านรัฐบาลคสช. แต่ในแง่ของฝ่ายความมั่นคงยังมั่นใจสามารถรับมือได้พร้อมติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี   ล่าสุด พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวถึงการต่อต้าน พรบ.คอมพิวเตอร์ ว่ารัฐบาลพยายามชี้แจงเหตุผล ซึ่งสังคมส่วนใหญ่เข้าใจ แต่อาจมีบางส่วนพยายามที่จะดำรงความมุ่งหมาย เพราะกลัวว่าสิทธิเสรีภาพอาจถูกลิดรอน ก็เลยมีการใช้วิธีการที่ทดลอง พิสูจน์ความสามารถของตนเอง อย่างที่เห็น ก็ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่เกิดผลเสียหายต่อส่วนรวม และทำให้เกิดความวิตกกังวลในสังคม

 

อย่างไรก็ตามในส่วนของกองทัพนั้น ทั้งบก.กองทัพไทย และเหล่าทัพ เรามีศูนย์ไซเบอร์ และระบบ และมีเครื่องมือ ที่เราพยายามพัฒนา ทั้งเครื่องมือ และคน แต่บางทีบุคลากรของเรา ก็พัฒนาไม่ทัน เพราะเรามีกรอบของเรา

“การที่เราจะเอาทหาร ที่มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ มาทำงานก็คงไม่เพียงพอ ดังนั้นเราก็ต้องรับคน ที่มีความชำนาญในด้านเหล่านี้เข้ามา ซึ่งอยู่ในแผนการพัฒนาโครงสร้างกองทัพ เพราะถ้าเอาทหารที่เรามีอยู่ ก็คงไม่เชี่ยวชาญพอ จึงต้องรับคนข้างนอกเข้ามาเป็นทหาร หรือไม่ต้องเป็นทหาร รับมาเป็นเอกชน แต่มาทำงานให้กองทัพ แต่ก็มีรูปแบบที่เหมาะสม และค่าตอบแทนที่เหมาะสม แต่ก็มีข้อจำกัด เพราะเราเป็นระบบราชการ คงจะจ้างเงินเดือนสูงๆมากไม่ได้”

 

ทั้งนี้ถือเป็นการสร้าง “นักรบไซเบอร์” ในอีกหนทางหนึ่งของกองทัพ ซึ่งในกองทัพต่างประเทศ เขาก็ทำกัน โดยมีการจ้างพลเรือนมาทำงานให้ โดยไม่ต้องเป็นทหาร แต่ทำหน้าที่พนักงาน แต่มีระดับหัวหน้า เป็น นายทหารชั้นผู้ใหญ่ แล้วก็มีพนักงานที่เป็นพลเรือน ที่เราจ้างมาในราคาสูง

 

ส่วนที่เกรงว่า อาจจะมีไส้ศึก เข้ามาทำงานให้กองทัพ แล้วล้วงข้อมูล พล.อ.เฉลิมชัยยืนยันว่ากองทัพมีมาตรการสกรีนบุคคลอยู่แล้ว ก่อนที่จะรับใครเข้ามาทำงาน เพราะเรื่องคอมพิวเตอร์ เป็นเรื่องใหม่จะต้องได้บุคคลกรที่มีขีดความสามารถพิเศษเข้ามาช่วยภารกิจทหาร

นอกจากนี้พล.อ.เฉลิมชัย ยังกล่าวถึง ขบวนการต่อต้านพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์  ว่าพบมีการเชื่อมโยงกันเป็นขบวนการทั้งในและต่างประเทศ  โดยมีลักษณะเป็น กลุ่ม หมู่พวก  ถือเป็นยากที่เจ้าหน้าที่จะลงไปตามดูทั้งหมดว่าพวกนี้มีการกระทำอะไรบ้าง  แต่ที่ผ่านมาถือว่ายังไม่ได้ทำให้เสียหายในเรื่องข้อมูล แต่แค่ทำความเสียหายต่อระบบ ในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ซึ่งฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้นิ่งเฉย มีการตรวจสอบ และมีการควบคุมตัว ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นพวกอายุน้อย เป็นเยาวชน อายุ ยี่สิบต้นๆ

 

“แม้รัฐบาลจะพยายามชี้แจง สร้างความเข้าใจ โดยคนส่วนหนึ่งที่จะเข้าไปร่วมก็เข้าใจว่า มันไม่เป็นผลดี เข้าใจความมุ่งหมายของรัฐบาล เข้าใจว่าผลเสียหายต่อประเทศคืออะไร เขา ก็ไม่ไม่เข้าร่วม โดยพบว่า มีคนที่ถอนตัวออกไป ทั้งในและต่างประเทศ ถอนตัวออกไป แต่ บางคนก็ยังอยาก “ลองวิชา” ส่วนบางคนเชื่อมั่นในสิ่งที่เป็นมาแต่เดิมอยู่ ”

 

เรียบเรียง  :  ชัชรินทร์   สำนักข่าวทีนิวส์