- 04 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
๖ ปี 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์' หลวงตา
ปีใหม่แล้ว ..... ผมขอ "ของขวัญ" ท่านนายกฯ ประยุทธ์สักชิ้นนะครับ!
จู่ๆ มาขอกลางบ้าน-กลางเมืองเช่นนี้ ทั้งท่านนายกฯ และคนอื่นๆ อาจสงสัย ว่าผมเกินเลยมากไปหรือเปล่า.........และของขวัญที่อยากได้นั้น คืออะไร? ก็จะกราบเรียนประกอบดุลยพินิจไปตามลำดับ ส่วนท่านนายกฯ จะมีความคิดเห็นตอบสนองอย่างไร ให้ถือว่า ท่านไตร่ตรองรอบคอบดีแล้ว ขอบอกเป็นเบื้องต้นว่า........นี้เป็นบูชาสักการะต่อ "ถูปารหบุคคล" สะท้อน "ชาติ-พระพุทธศาสนา-พระมหากษัตริย์ และประชาชน" แท้จริง!
คงไม่มีใครปฏิเสธ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๐ "วิกฤติต้มยำกุ้ง" ที่เกิดเป็นประวัติศาสตร์ "สอนภาครัฐ-ภาคประชาชน" ครั้งนั้น คือ "วิกฤติชาติ" ในรอบร้อยปี ไทยจวนเจียนต้อง "ขายประเทศ" หรือตกอยู่ในภาวะจำยอมให้บรรดาเจ้าหนี้ต่างชาติ เป็นเจ้าเข้าครอง ท่ามกลางภาครัฐ ว้าวุ่น-เวิ้งว้าง พยายามดิ้นออกจากกับดักกลุ่มทุนตะวันตก พลันมีปรากฏการณ์หนึ่งเกิดขึ้น โดยไม่มีใครคิดมาก่อน หรือถึงคิด.......... ก็ไม่มีใครกล้ามั่นใจในบุญบารมีตัวเอง ว่าทำแล้ว จะมีพลังเป็นเสาพยุงค้ำประเทศในวิกฤติยามนั้นไว้ได้
นั่นคือ มีโครงการหนึ่งเกิดขึ้น คือ "โครงการช่วยชาติ"! ผู้คิดทำโครงการนี้........... แทนที่จะเป็นผู้ทรงยศ-ทรงอำนาจ กลับเป็น "พระหลวงตา" รูปหนึ่ง คือ "หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน" แห่งวัดป่าบ้านตาด อุดรธานี ท่านเป็น "พระป่า-พระดง" เจริญตามรอยบาทพระพุทธองค์ เพ่งบำเพ็ญเพียรด้วยวิปัสสนาธุระ สู่วิมุตติธรรม ตามพ่อแม่ครูอาจารย์ "หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต"
โดยในวิกฤติต้มยำกุ้ง หลวงตาไปแจกสิ่งของให้โรงพยาบาลตามท้องถิ่นกันดาร ตามกิจวัตรที่ทำประจำ ก็ทำให้หลวงตาได้ทราบ พรวดเดียว เงินบาทเฉียดแบงก์กงเต๊ก ๕๖ บาท มีค่าเหลือเท่า ๑ เหรียญสหรัฐฯ เป็นผลให้โรงพยาบาลเป็นหนี้เพิ่ม "จากการซื้ออุปกรณ์แพทย์" ทางอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมหาศาล
หลวงตาเกิดธรรมสังเวช........จึงดำริตั้ง "โครงการช่วยชาติ" เจริญพรยังคนไทยทั่วประเทศ ให้ร่วมกันบริจาคเงิน-ทอง รวบรวมแล้วส่งมอบ "ธนาคารแห่งประเทศไทย" นำเข้าบัญชีฝ่ายออกบัตร หรือ "คลังหลวง"............ให้เป็น "เงินทองท้องพระคลัง" ค้ำประเทศที่ "แห้งขอด" ยามนั้น!๓๐ มกรา ๔๑ ปฐมฤกษ์ ด้วยเงินบริจาค ๒,๕๐๐ เหรียญสหรัฐฯ
๑๒ เมษา ๔๑......."สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี" เสด็จไปทรงเป็นประธาน เปิดโครงการ "ช่วยชาติ-ช่วยแผ่นดิน" ที่เรียกกันติดปากว่า "ผ้าป่าช่วยชาติ"!
"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ" และ "สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ" เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ ในเวลาต่อมา ไป "สวนแสงธรรม" พุทธมณฑล สาย ๓............ถวายพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ร่วม "โครงการช่วยชาติ" แด่หลวงตา ท่ามกลางวิกฤติเชี่ยวกรากนั้น ปรากฏว่า ทั้งเงินสกุลต่างประเทศ เงินไทย และทั้งทองคำ ทยอยเข้ามาเป็น "ผ้าป่าช่วยชาติ" ถวายหลวงตา
หลวงตาก็ทยอยนำเข้าท้องพระคลัง เป็นที่โจษขานถึงความแปลก-มหัศจรรย์กันไปทั้งโลก เพราะ "ทั้งโลก" มีที่ประเทศไทย "ที่เดียวในโลก" ด้วยบารมีธรรม ทำให้เกิดเช่นนั้นได้ เป็นมหัศจรรย์
มหัศจรรย์แห่งอนาคตังสญาณ "พระหลวงตามหาบัว" โดยแท้! เพราะใครจะไปรู้ ........ทองคำบาทละ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท ขณะนั้น จะสร้างมูลค่าเพิ่มในตัวมันเองขึ้นไปบาทละ ๘,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ บาท จนถึงวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๔ หลวงตาพระมหาบัว หรือ "พระธรรมวิสุทธิมงคล" ก็ถึงซึ่ง ยตฺถ นามญฺจ รูปญฺจ อเสสํ อุปรุชฺฌติ วิญฺญาณสฺส นิโรเธน เอตฺเถตํ อุปรุชฺฌติ นามและรูปย่อมดับไม่เหลือในที่ใด นามและรูปนี้ย่อมดับในที่นั้น เพราะวิญญาณดับ
ในความเป็นอริยสงฆ์ ผู้จากไปดีแล้ว หลวงตาทิ้งอะไรไว้บ้าง? หลวงตาทิ้งมรดกไว้ ๒ ชิ้น ชิ้นแรก เป็นปณิธานหลวงตา ความว่า.......“เวลามีชีวิตอยู่นี้ เราจะทำความดี ให้โลกทั้งหลายได้เป็นคติตัวอย่างอันดีงาม และทำด้วยความเมตตาสงสารต่อโลก เพราะหลังจากนี้แล้ว เราตายแล้วเราจะไม่กลับมาเกิดในโลกนี้อีกต่อไป เป็นตลอดอนันตกาล”
ชิ้นที่ ๒ เป็นพินัยกรรมหลวงตา ทำไว้เมื่อ ๗ พ.ค.๔๓ "พระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก" วัดป่านาคำน้อย อ่านให้ที่ประชุมฟัง หลังเสร็จพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ ความสำคัญว่า "..............เมื่อข้าพเจ้ามรณภาพแล้ว ให้จัดการทรัพย์สินและทำงานศพข้าพเจ้าดังนี้ บรรดาทรัพย์สินที่มีอยู่แล้วในขณะที่ข้าพเจ้ามรณภาพ และบรรดาทรัพย์สินต่างๆ ที่จะได้รับบริจาคในงานศพของข้าพเจ้า ให้จัดการดังนี้ ส่วนที่เป็นทองคำ ให้หลอมเป็นทองคำแท่ง ส่วนที่เป็นเงิน ไม่ว่าจะเป็นเงินสกุลใด ให้นำเข้าซื้อทองคำแท่ง และให้นำทองคำแท่งไปมอบให้ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำรองเงินตราของฝ่ายบำบัดธนาคารแห่งประเทศไทย"
๕ มีนา ๕๔ "สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ" พร้อมด้วย "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี" และ "พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ" เสด็จฯ ไปพระราชทานเพลิงศพสรีรสังขาร "หลวงตาพระมหาบัว" ณ วัดป่าบ้านตาด
๗ พฤษภา ๕๔ "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี" เสด็จไปทรงเป็นประธานในการรับมอบทองคำแท่งตามพินัยกรรมหลวงตา ณ สวนแสงธรรม "นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล" ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ขณะนั้นเป็นผู้รับมอบ ได้กราบทูลรายงานว่า "ทองคำแท่งที่ได้รับจากโครงการช่วยชาติของหลวงตามหาบัวครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งที่ ๑๖ มีจำนวนทั้งสิ้น ๗๓.๖๔ แท่ง น้ำหนักรวม ๙๒๐.๕ กิโลกรัม เมื่อนำไปรวมกับทองคำแท่งจากโครงการนี้ที่นำเข้าสู่คลังหลวงไปก่อนหน้านี้แล้ว จำนวน ๙๖๗ แท่ง ทำให้มีทองคำแท่งเข้าสู่คลังหลวงรวม ๑,๐๔๐ แท่ง น้ำหนักรวม ๑๓,๐๐๐.๐๕ กิโลกรัม คิดเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๙,๑๘๘,๔๑๓,๒๘๐ บาท
ขณะเดียวกัน เมื่อนำรวมกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มาจากโครงการเดียวกัน และมีการนำเข้าสู่คลังหลวงไปก่อนหน้านี้แล้ว จำนวน ๑๐,๒๑๔,๖๐๐ ดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทยจำนวน ๓๐๖,๙๖๕,๐๗๓.๓๖ บาท จะรวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น ๑๙,๔๙๕,๓๗๘,๓๕๓ บาท!"
ผมอยากให้ข้อสังเกต........นี้เป็นมูลค่ารวมจากราคาทองคำและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ปี ๕๔ ตอนนี้ ปี ๖๐ ดอลลาร์ละ ๓๕-๓๖ บาท ทองคำบาทละกว่า ๒๐,๐๐๐ บาท คิดเอาเองละกัน เพิ่มค่าในตัวเอง "ค้ำชาติ" ขึ้นไปอีกขนาดไหน?
ครับ.........ที่ผมเท้าความยืดยาว หวังให้เป็นข้อมูลประกอบดุลยพินิจของท่านนายกฯ ประยุทธ์ว่าของขวัญที่ผมขอ มีเหตุผลพอที่ท่านจะเต็มใจมอบให้หรือไม่? คือ อีก ๒๗ วัน ก็จะครบรอบ ๖ ปี แห่งการละสังขารหลวงตาพระมหาบัว เมื่อ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๔ พระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตาพระมหาบัว นั้น จัดได้ว่าเป็น "ถูปารหบุคคล” บุคคลผู้ควรแก่การสร้างสถูปหรือเจดีย์ไว้บูชาในพระพุทธศาสนาอย่างหนึ่ง
เพราะท่านเป็นอริยสงฆ์ในรอยต่อสังคมชาติ...... ว่าด้วยองค์สัมพันธ์เกื้อแห่ง "ประเทศชาติ-พระพุทธศาสนา-พระมหากษัตริย์-เศรษฐกิจ-การเมือง-ประชาชน" ณ ยุคหนึ่ง ของประวัติศาสตร์ชาติ ที่ควรต้องมีให้ศึกษา-เรียนรู้กันต่อๆ ไป
แต่....๖ ปี ผ่านไป "พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ พระธรรมวิสุทธิมงคล" ณ วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี เพื่อการสักการบูชาและศึกษาเรียนรู้
"สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี" เสด็จฯ ไปทรงเป็นประธานวางศิลาฤกษ์ เพื่อการก่อสร้างไว้ ตั้งแต่ ๓๐ มกรา ๕๖
๖ ครั้ง ๖ หน ๖ ย้าย ๖ เปลี่ยน........ ทั้งที่เงิน ๔๐๐-๕๐๐ ล้านบาท เพื่อการก่อสร้างโดย "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี" ทรงเป็นประธานดำเนินการ มีพร้อมเป็นทุนปฐม แต่ด้วย มากศิษย์-มากศรัทธา-มากความเห็น เป็นมากที่ละเมียด-ละไมจน "พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ พระธรรมวิสุทธิมงคล" ยังเริ่มไม่ได้
แม้แบบก่อสร้างพระเจดีย์ที่ "พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์" และคณะเป็นผู้ออกแบบ รวมทั้งพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ ที่นายวิเชษฐ์ สุวิสิทฐ์ และคณะเป็นผู้ออกแบบ พร้อมหมดแล้วก็ตาม แม้ต้องแก้แบบ "ครั้งแล้ว-ครั้งเล่า" ก็ยังลงมือสร้างไม่ได้อยู่ดี! ไม่อาจกล่าวได้ว่า มีอันใดเป็นอุปสรรค หากแต่ทุกอย่าง ล้วนมีเหตุปัจจัยในตัวมันเอง วันใด เหตุปัจจัยประชุมถึงพร้อมและลงตัวแล้ว
วันนั้นแหละ "พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ พระธรรมวิสุทธิมงคล" ก็จะถึงกาลได้สร้างเอง และ ณ กาลนี้ ล่วงเข้าแผ่นดินรัชกาลที่ ๑๐ ความถึงพร้อมก็มาถึง พระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด พร้อมคณะสงฆ์ "พระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก" วัดป่านาคำน้อย และศิษย์ทุกฝ่าย ด้วยความเห็นชอบร่วมกัน........ ลงมือเจาะเสาเข็ม เพื่อวางฐานรากพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์แล้ว เริ่มเมื่อเดือนธันวาที่ผ่านมานี้เอง!
การสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์นี้ ลำพังพลังศรัทธาบรรดาศิษย์ก็สร้างได้สำเร็จ แต่ผมเห็นว่า ที่มาของพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ คือหลวงตา ในความหมาย ทั้งความเป็นอริยสงฆ์และความเป็น "พระกอบกู้สถานการณ์ชาติ" นับได้ว่าหลวงตาเป็นบุคคล ๑ ใน ๔ จำพวกที่ "สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า" ตรัสบอก คู่ควรแก่การสร้างเจดีย์หรือสถูป เพื่อการสักการบูชาคุณ
ปรารภเหตุดังกล่าว ..........ท่ามกลาง "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี" ทรงมีศรัทธาแรงกล้า รับเป็นองค์ประธานดำเนินการแต่การก่อสร้างจะสำเร็จเรียบร้อยได้ ลำพังพระอาจารย์สุดใจและพระอาจารย์อินทร์ถวาย ดูจะเป็นภาระลำบากใจสำหรับพระวิปัสสนาธุระมากอยู่ ผมจึงอยากให้ "ท่านนายกฯ ประยุทธ์" ในนามรัฐบาล.....ช่วยรับเป็นภาระ จะให้ทางกองทัพภาค ๒ หรือหน่วยใด อันมิใช่สำนักพุทธ เข้าไปสนองคุณพระศาสนา ช่วยแบ่งเบาภาระพระอาจารย์ทั้ง ๒ ด้วย
นี่แหละครับ......
ของขวัญปีใหม่ "ที่ผมขอ" และ "อยากได้" จากท่านนายกฯ
เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณข้อมูล : เปลว สีเงิน นสพ.ไทยโพสต์
