- 05 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
ภายหลังมีแฟนบอลไทยกลุ่มหนึ่งที่ใช้ชื่อ “อุลตร้าไทยแลนด์” ก่อพฤติกรรมจุดพลุไฟในสนามมังคลากีฬาสถานฯ ในเกมฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รอบชิงชนะเลิศ นัดที่สอง ที่พบทีมชาติอินโดนีเซีย ในวันที่ 11 ธันวาคม 2559 ล่าสุดคณะกรรมการวินัยสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ได้ทำหนังสือถึงสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย แจ้งบทลงโทษกรณีดังกล่าว โดยมีรายละเอียดการลงโทษดังต่อไปนี้
1. สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ถูกสั่งให้จ่ายค่าปรับ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา สำหรับการละเมิดบทที่ 68.1 ประกอบกับบทที่ 67.1 ของระเบียบข้อบังคับทางวินัยเอเอฟซี
2. ค่าปรับดังกล่าวจะต้องชำระภายใน 30 วัน นับจากวันที่การตัดสินนี้สื่อสารถึงผู้ที่เกี่ยวข้องของบทที่ 15.3 ของระเบียบ
3. สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศ ได้รับการแจ้งเตือนว่า หากมีการละเมิดข้อบังคับดังกล่าวซ้ำ จะได้รับบทลงโทษที่รุนแรงกว่าเดิม
ทางด้านนายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศและโฆษกสมาคม ฯ เปิดเผยถึงกรณีลงโทษดังกล่าวว่า โดยข้อเท็จจริงถือเป็นเพียงบทลงโทษขั้นต้นสำหรับเรื่องนี้ ซึ่งอาจมีบทลงโทษที่หนักขึ้นตามมาในภายหลังหากเกิดปัญหาซ้ำซ้อน
"ที่ผ่านมา ทางสมาคมฯ ทำงานอย่างหนักเพื่อชี้แจงเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการวินัยของเอเอฟซีเข้าใจว่าเราจริงจังกับการแก้ปัญหานี้ ไม่ว่าจะเป็นการรวบรวมข้อมูลจากทั้งตำรวจและฝ่ายจัดการแข่งขัน รวมถึงทำแผนการรับมือปัญหาดังกล่าวให้ทางเอเอฟซีพิจารณาเพิ่มเติมด้วย"
ก่อนหน้านั้นศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับ ตามคำร้องของพ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.หัวหมาก กล่าวหานายประพจน์ ปานโพธิ์ทอง แกนนำกลุ่มอุลตร้าไทยแลนด์ พร้อมพวก 3 ราย และบุคคลตามภาพที่เกี่ยวข้องกับการจุดพลุอีก 8 ราย รวมทั้งสิ้น 11 ราย ในข้อหาในความผิดข้อหานำเข้ามา ผลิตและมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม โทษจำคุก 5 ปี ปรับ 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และข้อหาขัดขวางข่มเหงเจ้าพนักงานไม่ให้เข้าไปปฎิบัติหน้าที่
เรียบเรียง : ชัชรินทร์ สำนักข่าวทีนิวส์
