- 06 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
จากกรณีที่ฝนตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ทางภาคใต้ เกิดลมกรรโชกแรง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาในหลายจังหวัดทางภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. 2559 ที่ผ่านมา ทำให้การคมนาคมในพื้นที่ภาคใต้ได้รับผลกระทบทั้งทางรถยนต์ ทางรถไฟ และทางอากาศนั้น
ล่าสุด ที่ท่าอากาศยานสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พบว่าตลอดทั้งวันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมา มีเที่ยวบินขาเข้าได้รับผลกระทบหลายเที่ยวบิน โดยเที่ยวบินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG832 จากนครเฉิงตู ประเทศจีน ต้องไปลงจอดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เช่นเดียวกับเที่ยวบินที่ PG103 ซึ่งเป็นเที่ยวบินเช้าสุดไปเกาะสมุย ต้องกลับมาลงจอดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเช่นกัน ก่อนที่เที่ยวบินอื่นๆ จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะทยอยลงจอดได้ในช่วง 10.15 น. เป็นต้นมา ก่อนที่เที่ยวบินจากกรุงเทพฯ จะทยอยลงจอดในช่วงบ่าย ไปจนถึงเวลา 01.17 น. ซึ่งส่งผลทำให้เที่ยวบินขาออกไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิต้องล่าช้าจนถึงอีกวันหนึ่งเช่นกัน
สำหรับเที่ยวบินจากต่างประเทศ พบว่าสายการบินซิลค์แอร์ เที่ยวบินที่ MI774 จากท่าอากาศยานชางฮี ประเทศสิงคโปร์ ต้องไปลงจอดที่ท่าอากาศยานลังกาวี ประเทศมาเลเซียแทน รวมทั้งสายการบินลัคกี้แอร์ เที่ยวบินที่ 8L9637 จากนครคุณหมิง ประเทศจีน ไปลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ขณะที่เที่ยวบินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG961 ต้องไปลงจอดที่ท่าอากาศยานชุมพร และยังพบว่ามีเที่ยวบินตกค้างลงจอดที่ท่าอากาศยานสมุยในช่วงกลางคืนอีกด้วย
ด้านท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช พบว่าเที่ยวบินรอบเช้าและบ่ายมีเพียงปัญหาเที่ยวบินล่าช้าเล็กน้อยเท่านั้น แต่เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมามีฝนตกหนัก พบว่าเครื่องบินไม่สามารถลงจอดได้ โดยสายการบินไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD3182 ต้องลงจอดที่ท่าอากาศยานกระบี่ ก่อนที่จะออกจากท่าอากาศยานกระบี่ เวลา 23.41 น. ถึงท่าอากาศยานดอนเมือง 01.36 น. (6 ม.ค.) ส่วนสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD7818 ต้องลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ จ.สงขลา ต่อมาเที่ยวบินดังกล่าวได้ออกจากท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่เมื่อเวลา 22.37 น. และลงจอดที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชในเวลา 23.23 น. กระทั่งได้ออกจากท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชเวลา 00.41 น. (6 ม.ค.) ถึงท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง เวลา 01.41 น.
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชได้ประกาศปิดให้บริการแล้วเป็นเวลา 2 วัน จนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะเข้าสู่สภาวะปกติ อีกทั้งพบว่ามีน้ำท่วมเข้ามาในเขตเทศบาลนครนครศรีธรราราช รวมทั้งเส้นทางจาก อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ไปยังสนามบินใช้การไม่ได้อีกด้วย
ด้านการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ดูแลผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงที่สถานีชุมพรซึ่งเป็นสถานีปลายทางของขบวนรถในเส้นทางสายใต้ในขณะนี้ โดยให้จัดบริการแจกอาหารและน้ำดื่มให้กับผู้โดยสารที่รอการเปิดทางและจะเดินทางต่อไปยังสถานีชุมทางหาดใหญ่และสถานีสุไหงโกลก รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพรและเจ้าหน้าที่ทหารขึ้นตรวจความเรียบร้อยดูแลความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารที่สถานีชุมพร โดยมีผู้โดยสารทีเดินทางมากับขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางที่ 43 ถึงสถานีชุมพร เวลา 22.15 น. และขบวนรถเร็วที่ 171 ถึงสถานีชุมพร เวลา 23.30 น. พักอยู่ที่สถานีชุมพร รอการเปิดทางและจะเดินทางต่อประมาณ 200 คน ส่วนขบวนรถขาเข้ากรุงเทพ มีสถานีต้นทางจากสถานีชุมพรประกอบด้วยขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางที่ 44 ออกจากสถานีชุมพร เวลา 22.45 น. ถึงกรุงเทพ เวลา 05.55 น. และขบวนรถเร็วที่ 172 ออกจากสถานีชุมพร เวลา 00.44 น. ถึงกรุงเทพ เวลา 09.15 น. ผู้โดยสารที่มีความประสงค์จะเดินทางหรือมารอรับญาติกรุณาติดต่อสอบถามข้อมูล ได้ที่โทรศัพท์สายด่วน 1690
ขณะที่กรมทางหลวง ได้แนะนำเส้นทางเลี่ยงจากกรุงเทพฯ ไปยัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยจากแยกปฐมพร จ.ชุมพร ให้เลี้ยวขวาไปยังถนนเพชรเกษม ผ่าน จ.ระนอง จ.พังงา จ.กระบี่ จ.ตรัง จ.พัทลุง และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เนื่องจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 หรือถนนสายเอเซีย ชุมพร - พัทลุง คอสะพานขาด 2 จุด และมีน้ำท่วมสูง รวมทั้งเส้นทางเชื่อมต่อเช่นทางหลวงหมายเลข 401 และ 403
เรียบเรียง : นิตติยา สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณเจ้าของภาพ
