- 06 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
จากกรณีเกิดเหตุสะเทือนขวัญเมื่อคนร้ายเข้าทำร้ายร่างกาย นายวศิน เหลืองแจ่ม อายุ 26 ปี บัณฑิตหนุ่มจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งเตรียมจะเข้าสอบเป็นนักบินพลเรือน และล่าสุดตำรวจสามารถจับกุมตัว นายกิตติกร หรือต้อม วิกาหะ อายุ 26 ปี ชาว อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ผู้ต้องหาฆ่าชิงทรัพย์ นายวศิน ได้พร้อมของกลาง จยย.ยามาฮ่า เอ็มแสลช ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีดทำครัวปลายแหลม ยาว 10 นิ้ว หมวกกันน็อกสีดำ ปืนอัดลม โทรศัพท์ไอโฟน 6 สีขาว โทรศัพท์ไอโฟน 5 เอส สีขาว โทรศัพท์ซัมซุง สีขาว ไอแพ็ด สีดำ บัตรเอทีเอ็ม กุญแจรถ และเงินสด 340 บาท จับกุมได้ที่บริเวณหมู่บ้านเคหะเอื้ออาทร ซอยวัดกู้ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
ล่าสุด เฟซบุ๊กแฟนเพจ "ทนายคู่ใจ" ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวว่า...
อย่าคิดว่าคดีฆ่าชิงทรัพย์ถ้าจำเลยรับสารภาพจะลดโทษให้จำเลยเสมอไปนะ ถ้าฝ่ายตำรวจมีพยานหลักฐานที่หนักแน่นมากพอ ต่อให้จำเลยรับสารภาพทั้งชั้นตำรวจชั้นอัยการชั้นศาล ศาลก็อาจจะไม่ลดโทษให้แม้แต่ 1 วันก็ได้ ยิ่งกรณีนี้มีคลิปก่อเหตุชัดเจน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 "เมื่อปรากฏว่ามีเหตุบรรเทาโทษ ไม่ว่าจะได้มีการเพิ่มหรือการลดโทษตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ หรือกฎหมายอื่นแล้วหรือไม่ ถ้าศาลเห็นสมควรจะลดโทษไม่เกินกึ่งหนึ่งของโทษที่จะลงโทษแก่ผู้กระทำความผิดนั้นก็ได้"
การรับสารภาพก็เป็นเหตุบรรเทาโทษอย่างหนึ่ง"ถ้า"ไม่ใช่การรับสารภาพเพราะจำนนด้วยหลักฐานของตำรวจ ผมมองว่าคลิปมันชัดว่าใครทำ มันจะมาให้การรับสารภาพตอนหลังก็ไม่เป็นประโยชน์เท่าไร เรื่องนี้มีแนวตัดสินของศาลสูงไว้เหมือนกันกรณีคล้ายๆ กัน "คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 708/2535 ลำพังแต่พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำมาสืบก็เพียงพอที่จะลงโทษจำเลยได้ การที่จำเลยรับสารภาพจึงเป็นการจำนนต่อพยานหลักฐานประกอบกับพฤติการณ์แห่งคดีมีลักษณะร้ายแรงมาก จึงไม่สมควรลดโทษให้" ผมว่าสูงในศาลไม่ว่ามุมไหนยากที่จะได้ลดโทษ ทีนี้ในข้อหาชิงทรัพย์เนี่ยโทษไม่ได้เบาๆ นะครับ (ทั้งที่ไม่ได้เบาแต่ทำไมคนร้ายไม่เกรงกลัวเลยผมก็ไม่เข้าใจ)"
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 ในวรรค 6 วรรคสุดท้าย"ถ้าการชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต"งานนี้สงสัยไอ้หนุ่มต้อมจะรอดยาก
อย่างไรก็ตาม เพจทนายคู่ใจเปิดเผยว่า เรื่องนี้กรมราชทัณฑ์ต้องรับผิดชอบ เพราะคนร้ายออกมายังไม่ถึงเดือนมาแต่กลับมาฆ่าคนตายเสียแล้ว แสดงว่าทางกรมราชทัณฑ์ล้มเหลวในการทำให้ผู้ต้องหาสำนึกผิดในการกระทำความผิดในเรือนจำ ไม่สามารถปรับทัศนคติผู้ก่อเหตุได้ยิ่งเน้นลงโทษด้วยการแก้แค้นยิ่งไม่ทำให้ผู้ก่อเหตุรู้สึกว่าต้องปรับตัวหรือสำนึกในความผิดบาป ทั้งที่เคยต้องโทษมาแล้ว
เรียบเรียง : นิตติยา สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณที่มา : ทนายคู่ใจ
