ด่วนๆ!!รวบแล้วคู่หูเดนนรกขี่จยย.พา "ไอ้ต้อม" แทงปาดคอโหดบัณฑิตหนุ่มมศว. ขณะ 3 กรมยุติธรรมจ่อชงอัยการเสนอศาลเพิ่มโทษขั้นหนักสุด !!?!!

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

 

ภายหลังการนำจับกุมตัว นายกิตติกร หรือ ต้อม   วิกาหะ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญารัชดา ตามภาพกล้องวงจรปิด ข้อหา "ร่วมกันชิงทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะ คนหนึ่งคนใดมีอาวุธติดตัวไปเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย" และ "ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร"   โดยเป็นคดีสืบเนื่องจากก่อเหตุใช้อาวุธมีดของกลางแทง นายวศิน เหลืองแจ่ม อายุ 26 ปี อดีตพนักงานสนามบิน เสียชีวิตบริเวณปากซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 แขวงและเขตลาดพร้าว เมื่อช่วงกลางดึกของเมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา

 

ขณะที่ล่าสุดมีรายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม  นายสุพัฒชัย จันทร์ศรี คนร้ายขี่จักรยานยนต์ และถือเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับร่วมฆ่านายวศินเพื่อชิงทรัพย์ได้แล้ว  และพบว่ามีประวัติอาชญกรรมติดตัวเป็นจำนวนมากเช่นกัน

 

ด่วนๆ!!รวบแล้วคู่หูเดนนรกขี่จยย.พา "ไอ้ต้อม" แทงปาดคอโหดบัณฑิตหนุ่มมศว. ขณะ 3 กรมยุติธรรมจ่อชงอัยการเสนอศาลเพิ่มโทษขั้นหนักสุด !!?!!

 

ด่วนๆ!!รวบแล้วคู่หูเดนนรกขี่จยย.พา "ไอ้ต้อม" แทงปาดคอโหดบัณฑิตหนุ่มมศว. ขณะ 3 กรมยุติธรรมจ่อชงอัยการเสนอศาลเพิ่มโทษขั้นหนักสุด !!?!!

 

ขณะเดียวกันจากกระแสโลกโซเชียลที่มีการพูดถึงบทลงโทษ "ไอ้ต้อม"  ว่าควรดำเนินการขั้นสูงสุด เ นื่องจากกระทำผิดซ้ำซากและเคยต้องคดีถูกจำคุก กักขังมาแล้วถึง 8  ครั้ง  แต่ไม่เคยเข็ดหลาบ จนกระทั่งมาสร้างความรุนแรงถึงขั้นทำให้มีผู้เสียชีวิต 

ล่าสุด   นายชาญเชาวน์  ไชยานุกิจ  ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีจับกุมนายกิตติกร   หรือ  ต้อม    ว่าจากการตรวจสอบข้อมูลผู้ต้องหารายนี้มีประวัติถูกจับกุมและส่งเข้าพัฒนาพฤตินิสัยกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน  กรมราชทัณฑ์ และกรมคุมประพฤติ จากพฤติกรรมการกระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง บ่งชี้ว่าเป็นผู้กระทำความผิดติดนิสัย ตามกฎหมายจะต้องเสนอข้อมูลให้อัยการเสนอศาลขอให้เพิ่มโทษ  

ทั้งนี้หากอยู่ระหว่างการรอการลงโทษจะต้องนับรวมโทษเก่าและโทษในคดีที่ถูกจับกุมดำเนินคดีล่าสุดด้วย แม้ผู้ต้องหาจะให้การรับสารภาพ แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นเหตุบรรเทาโทษ  อีกทั้งตามหลักอาชญาวิทยาผู้ต้องหารายนี้อยู่ในขั้นไม่สามารถใช้โปรแกรมใดบำบัดหรือปรับเปลี่ยนพฤตินิสัยได้อีกแล้ว  มีทางเดียวคือต้องจำคุกเพื่อกันออกจากสังคม ไม่ให้มีโอกาสไปทำร้ายสังคมได้อีก

 

เรียบเรียง   :  ชัชรินทร์  สำนักข่าวทีนิวส์