ไม่มีเรื่องไหน.ไม่หวังผลการเมือง!!"หญิงปู" โหนน้ำท่วมอ้างห่วงใต้ เหน็บรัฐฯต้องใช้แผนจัดการน้ำของตน (ที่สุดแสนจะฟอนเฟะและถูกรุมต้านทั่วปท.)

ติดตามข่าวสารที่ www.Tnew.co.th


อารมณ์ เคนหล้า สำนักข่าว Tnews

 

ว่าแล้ว...ยังไงก็เอาดีเข้า"ตัว"...และหวังผลทางการเมืองแบบปิดไม่มิด...เมื่อ "หญิงปู" โพสต์อ้อนห่วงน้ำท่วมใต้ เหน็บรัฐฯ ต้องใช้แผนจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านอันสุดจะฟอนเฟะของตนจึงแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ แต่เธอคงความจำสั้นว่าแผนของตนนั้น ถูกรุมต้านจากนักสิ่งแวดล้อมและประชาชนทั้งประเทศ เพราะมันส่อให้เกิดการทุจริตกินหัวคิวครั้งใหญ่ รวมทั้งส่อขัดรัฐธรรมนูญตั้งแต่แรก แม้ภายหลังศาลปกครองสูงสุดจะกลับคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น ยกฟ้องในคดีโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทนี้ก็ตาม แต่คำวินิจฉัยของศาลก็ชัดเจนในตัวเองว่า ที่ยกฟ้องเพราะโครงการยังเป็นเพียงแค่แผนแม่บทในกระดาษเท่านั้น ยังไม่ลงมือทำจริง (เพราะถูกประชาชนต้านหนักเสียก่อน และหากทุจริตจริงและมีการเอาผิดทางอาญา ศาลก็ระบุชัดว่า เรื่องนี้ไม่อยู่ในอำนาจของศาล เพราะเป็นอำนาจของ ป.ป.ช. ตามมาตรา 157 อยู่แล้ว) ...นั่นย่อมชัดเจนโดยตัวเองว่า...ที่ศาลยกฟ้องไม่ได้หมายความว่า โครงการฯ นี้โปร่งใส เพียงแต่มันถูกต้านจนพังพาบไปเสียก่อน จึงไม่มีผลในทางปฏิบัติ แต่หากโครงการฯ นี้เกิดขึ้นจริง ๆ เชื่อว่าจะฟอนเฟะไม่แพ้โครงการจำนำข้าวเลยทีเดียว และภาระหนักคงตกอยู่ที่ประเทศไทยอีกเช่นเคย


วันนี้ (7 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้หยิบฉวยสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ครั้งใหญ่ในขณะนี้มาเคลื่อนไหว...โดยส่อนัยหวังผลทางการเมืองแน่


 

โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กระบุว่า “เห็นข่าวน้ำท่วมภาคใต้ปีนี้หนักมากในรอบหลายสิบปี พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบหลายด้าน ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน การประกอบอาชีพ โครงสร้างพื้นฐานหลายอย่างพังเสียหาย เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจส่งผ่านความห่วงใยไปถึงพี่น้องประชาชนภาคใต้ทุกคนนะคะ ขอให้ทุกคนปลอดภัย และสถานการณ์คลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วค่ะ”

 

นอกจากนี้  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังระบุ ในช่วงที่ผ่านมา ภัยแล้ง น้ำท่วมมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ทั้งเป็นผลมาจากภูมิศาสตร์ของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป และความแปรปรวนของสภาพอากาศ การบริหารจัดการน้ำเพื่อสร้างความสมดุลจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง ดิฉันจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทางรัฐบาลจะได้เร่งลงทุนแผนบริหารจัดการน้ำ ที่ได้มีการจัดทำแผนไว้ตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว เพื่อช่วยกันป้องกันและแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนบรรเทาความรุนแรงของภัยธรรมชาติ เพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุดค่ะ

 

อย่างไรก็ดี เมื่อย้อนกลับไปดูโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งทำอย่างเร่งรีบ และไร้หลักวิชา จนถูกรุมต้านจากนักสิ่งแวดล้อมและประชาชนทั้งประเทศ รวมทั้งถูกร้องต่อศาลปกครอง เพราะมันส่อให้เกิดการทุจริตกินหัวคิวครั้งใหญ่ รวมทั้งส่อขัดรัฐธรรมนูญตั้งแต่แรก แม้ภายหลังศาลปกครองสูงสุดจะกลับคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น ยกฟ้องในคดีโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทนี้ก็ตาม แต่คำวินิจฉัยของศาลก็ชัดเจนในตัวเองว่า ที่ยกฟ้องเพราะโครงการยังเป็นเพียงแค่แผนแม่บทในกระดาษเท่านั้น ยังไม่ลงมือทำจริง (เพราะถูกประชาชนต้านหนักเสียก่อน และหากทุจริตจริง และมีการเอาผิดทางอาญา ศาลเห็นว่า เรื่องนี้ไม่อยู่ในอำนาจของศาล เพราะเป็นอำนาจของ ป.ป.ช. ตามมาตรา 157 อยู่แล้ว) ...นั่นย่อมชัดเจนโดยตัวเองว่า...ที่ศาลยกฟ้องไม่ได้หมายความว่า โครงการฯ นี้โปร่งใส เพียงแต่มันถูกต้านจนพังพาบไปเสียก่อน จึงไม่มีผลในทางปฏิบัติ แต่หากโครงการฯ นี้เกิดขึ้นจริง ๆ เชื่อว่าจะฟอนเฟะไม่แพ้โครงการจำนำข้าวเลยทีเดียว และภาระหนักคงตกอยู่ที่ประเทศไทยอีกเช่นเคย