- 07 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตนได้ให้นโยบายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ต้องเริ่มทยอยเปลี่ยนรถตู้โดยสารสาธารณะหมวด 2 ซึ่งวิ่งให้บริการระหว่างกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด และหมวด 3 ระหว่าง ต่างจังหวัด-ต่างจังหวัด เป็นรถไมโครบัส เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชน โดยให้เริ่ม พร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. เป็นต้นไป
สำหรับรถตู้โดยสารหมวด 2 ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 6,431 คัน เบื้องต้นได้หารือกับบริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. ในฐานะเจ้าของสัมปทาน ให้เร่งรัดผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนเป็นรถไมโครบัสให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในสิ้นปี 2560 เนื่องจากเป็นรถหมวดที่มีสถิติเกิดอุบัติเหตุบ่อยและเกิดความสูญเสียรุนแรง
"บขส. รับปากว่าจะปรับเปลี่ยนรถหมวด 2 จำนวน 6,431 คัน ให้แล้วเสร็จปีนี้ แม้หลายฝ่ายมองว่ารถไมโครบัสมีราคาแพงกว่ารถตู้ แต่ก็มีความปลอดภัยมากกว่า อายุการใช้งานมากกว่า บรรทุกผู้โดยสารได้มากกว่าคือ 20 ที่นั่ง ขณะที่รถตู้บรรทุกได้แค่ 14 ที่นั่ง ซึ่งทำให้ต้นทุนถูกลง"
สำหรับรถตู้หมวด 3 ซึ่งปัจจุบันมี 2,771 คัน ส่วนใหญ่อยู่ในความดูแลของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ตั้งเป้าให้ทยอยเปลี่ยนพร้อมกับหมวด 2 แต่จะยืดกรอบเวลาดำเนินการให้มากกว่า เพราะมีจำนวน เส้นทางเดินรถ ความถี่เดินรถและสถิติเกิดอุบัติเหตุที่น้อยกว่าหมวด 2
นายพิชิต ยอมรับว่า การเร่งรัดเปลี่ยนรถตู้เป็นไมโครบัสอาจกระทบต้นทุน ผู้ประกอบการ แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของ ผู้โดยสารและต่อไปผู้ประกอบการต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย โดยอาจจะออกมาตรการจูงใจให้มีการปรับเปลี่ยนรถ ด้วยการขยายอายุสัมปทานการเดินรถให้มากขึ้น จากปกติที่ให้สัมปทานครั้งละ 3 ปี รวมถึงประสานแบงก์รัฐปล่อยกู้เพื่อจัดซื้อรถไมโครบัส และจะช่วยประสานเรื่องการนำรถตู้เก่า ขายทอดตลาด ส่วนมาตรการขอยกเว้น ภาษีนำเข้ารถไมโครบัสอาจยังไม่จำเป็นในขณะนี้
นายพิชิต กล่าวว่า ในระยะยาว คมนาคมจะมีการปรับเปลี่ยนระบบบริหารจัดการรถตู้โดยสารสาธารณะ โดยมีแนวคิดที่จะยกเลิกออกใบอนุญาตประกอบกิจการรถตู้โดยสารสาธารณะส่วนบุคคล แต่จะให้ดำเนินการในลักษณะของนิติบุคคล เนื่องจากต้องการให้ผู้ประกอบการมีส่วนกำกับดูแลกันเองด้วย
พล.ต.อ.อำนาจ อันอาตม์งาม กรรมการและรักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันมีรถตู้โดยสารสาธารณะที่เป็นส่วนบุคคลมาก โดยรถตู้หมวด 2 จำนวน 6,431 คัน เป็นรถส่วนบุคคลกว่า 4,000 คัน ซึ่ง บขส.จะต้องหารือเพื่อจัดทำแนวทางบรรเทาผลกระทบให้กับผู้ประกอบการกลุ่มนี้ด้วย เพราะส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีที่มีรถคันเดียว
ภายในเดือน ม.ค.นี้ บขส.จะเชิญ ผู้ประกอบการรถตู้โดยสารสาธารณะ ทั่วประเทศมาประชุมอรับฟังแนวทางปรับเปลี่ยนรถโดยสารเพื่อความปลอดภัย
นายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า ในพื้นที่ 300 กิโลเมตร ระหว่างกรุงเทพฯต่างจังหวัด มีจุดจอดรถตู้โดยสารอยู่ 199 วิน และมีประมาณ 100 วิน ที่ไม่ได้อยู่ในสถานี ขนส่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอำเภอเล็กๆ เพราะในตัวจังหวัด ได้มอบหมายให้แต่ละจังหวัดไปดูแล ผ่านคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกแต่ละจังหวัด โดยกรมจะเข้าไปควบคุม หากไม่ปฏิบัติตามก็จะถอดรถออกจากการประกอบการทันที
"ใน 199 วิน มีรถตู้หมวด 2 ที่เป็น รถร่วมบริการของ บขส. ประมาณ 5,000 คัน และไม่มีรถตู้ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน เพราะหากตรวจพบก็จะต้องถูกจับตามกฎหมาย" นายเชิดชัย กล่าว
นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุม คณะทำงานปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหารถตู้โดยสารสาธารณะ วานนี้ (6 ม.ค.) ว่า จะประมวลมาตรการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุรถตู้โดยสารสาธารณะเพื่อเสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รัฐบาล และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในวันที่ 9 ม.ค. นี้ ซึ่งมาตรการสำคัญคือกำหนดให้รถตู้ทุกคันต้องออกจากสถานีขนส่ง
เนื่องจากปัจจุบันพบว่า มีจุดจอดรถตู้โดยสารสาธารณะประมาณ 199 จุด ในระยะทาง 300 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ- ต่างจังหวัด โดยมีทั้งสถานีขนส่งของ บขส. และสถานีที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) โอนไปให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดูแล แต่จุดจอดที่เป็นปัญหา คือ จุดจอดในอำเภอที่ไม่ได้อยู่ในสถานีขนส่ง
ดังนั้น เพื่อเป็นการควบคุมป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารเส้นทาง ประกอบด้วย ทหารในพื้นที่ ขบ. บขส. และคณะกรรมการจัดเส้นทางของจังหวัดนั้นๆ โดยจะร่วมกันไปพิจารณาจุดจอดดังกล่าวให้มีพื้นที่ชัดเจน มีระบบดูแลรักษาความปลอดภัย กล้องวงจรปิดต่างๆ ให้หมดทุกจุด และจะต้องดำเนินการให้เสร็จสมบูรณ์ภายใน 31 มี.ค. นี้
"ช่วงประมาณก่อนวันที่ 2 ก.พ.จะมีการตรวจสอบระบบดังกล่าวก่อน โดยทางกองพลทหารม้าที่2รักษาพระองค์ จะประชุมซักซ้อมในเรื่องนี้ก่อนว่าจะต้องทำอะไรบ้าง เช่น การตรวจกายภาพของรถ รวมถึงคนขับให้มีความพร้อม มีการลงเวลา และเช็คเวลาไปและกลับเท่าไหร่ เป็นต้น"
นอกจากนี้ จะตั้งจุดลงเวลาระหว่างเส้นทางเหมือนรถโดยสารของ บขส.ด้วย โดยมอบหมายให้ บขส.เป็นผู้รับผิดชอบไปดำเนินการ โดยตั้งแต่วันที่ 6-24 ก.พ. คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาจะลงพื้นที่ตรวจสอบว่าตรวจสอบความเข้าใจของเจ้าหน้าที่เพื่อให้ทุกอย่างพร้อมสมบูรณ์ในวันที่ 31 มี.ค. ซึ่งรถตู้ หมวด 2 ทุกคันจะต้องออกจากจุดจอดที่มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า นายพิชิต รมช.คมนาคมและ ขบ. ยังได้พิจารณาแนวทางการเปลี่ยนรถตู้เป็นรถไมโครบัส ซึ่งจริงๆมีผลการศึกษาอยู่แล้ว แต่นายพิชิตต้องการเร่งให้เร็วขึ้น ดังนั้นจึงขอหารือ รมว.คมนาคมก่อน โดยจะให้ได้ความชัดเจนภายใน 1 สัปดาห์ และจะนำเสนอนายกรัฐมนตรี
พ.อ.สุวิทย์ เกตุศรี รองผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่2รักษาพระองค์ ประธานคณะทำงานจัดระเบียบรถตู้สาธารณะ กล่าวว่า ในวันที่ 12 ม.ค. จะมีการประชุมคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ประกอบด้วย กรมการขนส่งทางบก บขส. หน่วยทหารในพื้นที่ และคณะกรรมการ เส้นทางทั้ง 30 จังหวัด เพื่อให้แนวทางในการดำเนินการของคณะกรรมการ 4 ฝ่าย จากนั้นก็กลับไปดำเนินการให้เรียบแล้ว
โดยใช้เวลา 3 สัปดาห์ในการดำเนินการนี้เกี่ยวกับการจัดเตรียมสถานีย่อยให้ถูกต้องชัดเจน เรียบร้อยตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบก และจะต้องบริหารจัดการปล่อยรถ ตามจำนวนรถที่แท้จริง
เรียบเรียง : นิตติยา สำนักข่าวทีนิวส์
