- 08 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
ภายหลังจาก นางสาวชนกนันท์ รวมทรัพย์ ในนามกลุ่มประชาชนผู้รักความเป็นธรรม ประมาณ 10 คน ได้รวมตัวกันจุดเทียนเรียงเป็นคำว่า FREE PAI เพื่อให้กำลังใจนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน ผู้ต้องหาในคดีความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งศาลฎีกาเห็นชอบในคำร้องขอถอนประกันของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจามีการกระทำอันถือเป็นการละเมิดคำสั่งศาล โดยกลุ่มจัดกิจกรรมดังกล่าวอ้างว่าเพื่อขอความเป็นธรรมและและเรียกร้องสิทธิในการประกันตัวซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนไทย โดยอ้างว่า “ ไผ่” มีสอบตัวสุดท้ายในการจบการศึกษาและไม่มีพฤติกรรมที่จะหลบหนีแต่อย่างใด
"พวกเรากลุ่มประชาชนผู้รักความเป็นธรรมมีความเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวขัดต่อกฎหมายว่าด้วยสิทธิในการได้รับการประกันตัว ทั้งกฎหมายระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี และกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาภายของประเทศไทยเองโดยปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) ข้อ กำหนดหลักการพื้นฐานของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไว้ว่า “บุคคลซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีความผิดอาญามีสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ จนกว่าจะมีการพิสูจน์ว่ามีความผิดตามกฎหมาย ... จากข้อเท็จจริง ในการปล่อยตัวชั่วคราวครั้งแรก ศาลจังหวัดขอนแก่นมิได้กำหนดเงื่อนไขให้นายจตุภัทร์นำบทความที่เผยแพร่ออกจากบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ด้วย ศาลจึงไม่สามารถอ้างเหตุดังกล่าวในการเพิกถอนประกันได้ ในขณะที่การแสดงออกของนายจตุภัทร์ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการเย้ยหยันอำนาจรัฐนั้นก็เป็นเพียงการแสดงออกโดยทั่วไป อันเป็นเสรีภาพที่ได้รับการคุ้มครองจากทั้งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี ..."
ล่าสุดนายสุภัทร์ สุทธิมนัส อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ รปภ.ศาล ได้แจ้งข้อมูลผ่านสายบังคับบัญชาให้ทราบแล้วในเบี้องต้น หากไม่ได้มีการจัดกิจกรรมที่เข้ามาวุ่นวายในบริเวณศาลอาญา หรือกระทำการใดๆ ต่อป้ายศาลอาญาและสำนักงานศาลยุติธรรม ก็ยังไม่ดำเนินการใด แต่ถ้าเข้ามาในบริเวณศาลและกระทำการต่อป้ายศาล ก็สุ่มเสี่ยงต่อการกระทำที่จะผิดกฎหมาย และถ้าเป็นเช่นนั้นจะต้องถูกดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
ขณะที่นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า การแสดงข้อเรียกร้องเป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย แต่พึงต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง เพราะการกระทำนอกบริเวณศาลแต่หากมีความมุ่งหมายให้เกิดผลในบริเวณศาลและการกระทำนั้นก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย อาจเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลได้
ประการสำคัญเมื่อผู้ต้องหาถูกคุมขังอยู่ในอำนาจศาลช่วงระหว่างการสอบสวน ผู้ต้องหาหรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องก็น่าจะใช้วิธีการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวตามบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาจะเหมาะสมกว่า ทั้งนี้ในส่วนของกรณีที่เกิดขึ้นทางสำนักงานศาลยุติธรรมเพียงแต่รายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นให้ศาลอาญาทราบ ส่วนศาลอาญาจะใช้ดุลพินิจพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างไร สำนักงานศาลยุติธรรมไม่อาจก้าวล่วงได้ อำนาจในการพิจารณาเป็นของศาลยุติธรรม มิใช่เป็นส่วนของสำนักงานศาลยุติธรรม
เรียบเรียง : ชัชรินทร์ สำนักข่าวทีนิวส์
