- 09 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
'อย่าให้ใครต้องถามอีกนะ ว่า.....?'
"สงครามล้างโลก" น่ะ ไม่เท่าไหร่หรอก แต่ "น้ำ" น่ะซี..........จะมา "ท่วมโลก" ซะก่อน! ถ้ากางแผนที่ประเทศไทยดู แล้วเอาสีแดงป้ายตามจังหวัดที่ถูกฝนถล่มต่อเนื่อง "เจียนจม-เจียนโผล่" อยู่ตอนนี้ ไล่ลงไปตั้งแต่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส เท่ากับ "ด้ามขวาน" ทั้งด้าม ผลุบโผล่อยู่ใต้น้ำ! ก็ทั้งน่ากลัวและน่าห่วง..........
เราคงได้ยิน-ได้ฟัง-ได้อ่านกันมาบ้าง ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ อุทกศาสตร์ ดาราศาสตร์ และโหราศาสตร์ ว่า "ภูมิศาสตร์โลก" กำลังเปลี่ยน!? ด้วยภาวะโลกร้อน น้ำที่เคยอยู่ในรูปแผ่นดิน ทั้งทางขั้วโลกเหนือ-ใต้ กำลังละลาย "จากน้ำ-คืนน้ำ"อนาคตพื้นที่โลก ที่เป็นประเทศต่างๆ ปัจจุบันหลายประเทศ รวมทั้งบางพื้นที่ของไทย จะจมหายอยู่ใต้น้ำ เช่นภาคใต้ ในส่วนที่เป็น "ด้ามขวาน" อย่างที่เห็นเป็นตัวอย่างอยู่ตอนนี้
แม้กระทั่งตัวกรุงเทพฯ และเมืองบริวาร อย่างสมุทรสงคราม-สมุทรสาคร-สมุทรปราการ กระทั่งชลบุรี อาจคืนสภาพเดิม ..........เคยเป็นทะเลในส่วนปากอ่าวมาก่อนแบบไหน ก็จะกลับไปเป็นอย่างนั้น!ก็ไม่ต้องรีบตกใจไปหรอก มีเวลาให้ปรับชีวิต "อยู่ด้วยความไม่ประมาทและหลงละเลิง" อีกเป็นร้อยปี แต่ในระยะร้อยปี จะมีการเปลี่ยนแปลงด้วยการคืบคลานเข้ามา "รุกชิงพื้นที่" ของน้ำ ให้เราต้องถอยร่นทุกขณะ
ผมน่ะ ไม่ทุกข์หรอก.........เพราะยังไงๆ ก็ โชคดีที่ต้องตายก่อนอยู่แล้ว อยู่แต่รุ่นจิ๋ววันนี้ ที่จะเขยิบขึ้นเป็นรุ่นบิ๊กจิ๋วและซูเปอร์บิ๊กจิ๋วในอนาคตนั่นแหละ อาจต้อง "ชิงโชค" กับภัยธรรมชาติเป็นระยะ ว่าใครจะอยู่-ใครจะไป! พี่น้องทางอีสานก็เถอะ อย่าทำเป็นตายใจ "แม่น้ำโขง" มาจากไหน ทราบแล้วใช่มั้ย?
ต้นกำเนิดมาจากโน่น.... เทือกเขาหิมาลัย ไหลผ่านที่ราบสูงทิเบต สู่มณฑลชิงไห่ของจีน เข้าพม่า ลาว ไทย เขมร ออกทะเลจีนใต้ ที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง เวียดนาม ความยาวร่วม ๕,๐๐๐ กม. ครึ่งหนึ่ง คือกว่าสองพันกิโล ไหลผ่านจีน-สิบสองปันนา เรียก "แม่น้ำหลานชาง" หรือ "ล้านช้าง" ส่วนที่ไหลผ่านทิเบต เรียกต้นจู พม่า-ลาว เรียก "แม่น้ำของ" ส่วนไทยเรียก "แม่น้ำโขง" เขมรเรียก "ตนเลโขง"
แม่น้ำโขง ตั้งแต่ทางตอนใต้พนมเปญ จะแยกเป็น ๒ สาย และก่อนจะไหลออกทะเลจีนใต้ ที่เวียดนาม แยกไปอีกเป็น ๙ สาย เวียดนามจึงเรียกแม่น้ำโขงว่า "เกาลอง"......... หมายถึงมังกร ๙ สาย!
เนี่ย...ที่เอามาเล่า ก็เพื่อให้รู้ว่า ประเทศที่คุมต้นทางแม่น้ำโขงคือจีน ทุกวันนี้ การเดินทางของน้ำในแม่น้ำโขงไม่เป็นไปตามธรรมชาติ ถูกจีนควบคุมไว้ด้วยเขื่อนานุเขื่อน! ทุกวันนี้ จีนเสียวท้องน้อยวูบวาบ จากที่คิดว่า ข้าคือผู้พิชิต สามารถควบคุมธรรมชาติได้ อยู่ในสภาพปากแข็ง แต่ตูดนิ่มป๋อย ที่ผยองว่าคุมได้ เพราะตอนนั้น น้ำมีปริมาณค่อนข้างคงที่ หิมะที่จับแข็งตามเทือกเขาหิมาลัย แข็งชั่วตาปี-สีตาชาติ
ตอนนี้ สำรวจแล้ว...........น้ำที่แข็งในหมื่นจักรวาล กำลังละลายเป็นหมื่น-แสนสายธารเล็ก-ใหญ่ ไหลลงมารวมสู่แม่น้ำโขงมากขึ้น...มากขึ้น และจะ "มากขึ้นไป" เรื่อยๆ ไม่มีทีท่าจะหยุดเหลว! พี่น้องอีสานเรา จะหลับ-จะนอน ก็อย่าเพลินนักล่ะไม่รู้พี่จีนเขาจะ "เต็มล้า" วันไหน........เปิดเขื่อนปล่อยน้ำหนีตัวเองตาย ให้ไหลพรวดพราดลงมาท่วมประเทศปลายน้ำ โดยไม่เตือนล่วงหน้าละก็ อาจได้ลอยคอเป็น "โขงวิปโยค" กันละครานั้น!
ส่วนภาคเหนือ นึกหรือว่าจะสบายกว่าภาคอื่นเขา ว่าไปแล้วก็ไม่ต่างภาคใต้ วันไหน "เทวปรานี" เทฝนลงมาติดต่อกันหนักๆ ด้วยเมืองรุกป่า "ความเจริญมา-ป่าเหี้ยน" ทั้งภูเขากลายเป็นไร่ข้าวโพดแซมรีสอร์ต "ปิง-วัง-ยม-น่าน" ก็จะเท่ากับ "ท่อส่งน้ำ" ท่วมเมือง มีอานิสงส์ถึงภาคกลาง ๒ ฝั่งเจ้าพระยารวมถึงกรุงเทพฯ!
ยังไม่เท่านั้น ...........ภาคเหนือยังมี "แผ่นดินไหว" เป็นของแถม มาพร้อมกับการขยับเขยื้อนเปลือกโลกและการปรับสภาพของแกนโลก เพื่อรับ "น้ำหนักใหม่" จากของแข็งที่แปรสภาพเป็นของเหลว!
เมื่อวาน (๘ ม.ค.) แทบไม่เห็นหน้าแดด เพราะฝนในหนาวกระหน่ำซะ ทำท่าเมษาหน้าร้อนจะขยาด ว่าจะร้อนดี หรือจะฝน-จะหนาวดี? อย่าไปพูดว่าอากาศวิปริต-ผิดอาเพศอะไรเลย! ไม่มีอะไรวิปริตหรอก.........ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ เมื่อต้นธาตุ คือ "ดิน-น้ำ-ลม-ไฟ" ถูกมนุษย์ทำให้เขาคงสภาพเดิมไม่ได้ เขาก็ต้อง "ปรับตัว" เพื่อรับสภาพใหม่ โลกต่อไปนี้ จึงต้องมีทั้งแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ไฟไหม้ พายุใหญ่ น้ำท่วม เป็นธรรมดา
ใต้...คราวนี้ "หนักมาก"! นายกฯ ประยุทธ์ลงไปดู เห็นว่า พออก-พอใจกับทหาร-ตำรวจในพื้นที่ที่ออกช่วยเหลือชาวบ้านชนิด "ท่วมไหน-ถึงนั่น" และก็ปลื้มอก-ปลื้มใจ ที่เห็นคนไทยด้วยกัน "ไม่ทิ้งกัน" ส่วนที่สุข เห็นที่ใต้ทุกข์ ก็แบ่งสุขเป็นเงินทอง สิ่งของ อาหารแห้ง ส่งไปช่วยกัน
อืมมมมม....รู้รักสามัคคี จำกันไว้ให้ขึ้นใจ "พ่อของเรา" สอนไว้ สอนให้เราทุกคนรู้รักสามัคคี ถ้าไม่รู้รักสามัคคี เอาแต่แก่งแย่ง-แก่งดี แตกสามัคคี บ้านเมืองพินาศแน่! จาก ๑๓ ตุลา ๕๙ "วันน้ำตาไทยท่วมแผ่นดิน" ทุกคนกล่าวคำสัตย์ถวายพ่อทุกคนต่างได้ยิน ทั้งคำสัตย์เขา-คำสัตย์เรา ว่าต่อไปนี้....ลูกๆ จะรักสามัคคี ลูกๆ จะเดินตามคำสอนพ่อ
ขณะนี้ พี่น้องร่วมแผ่นดินของเราที่ใต้ กำลังลอยคอทุกข์ "หนาวกาย" เพราะต้องแช่น้ำ ที่ท่วมสูง ๒-๓ เมตร เราช่วยไม่ได้ แต่เราช่วยให้พี่น้องของเรา "อุ่นใจ" ว่าไทยไม่ทิ้งกันได้ โดยส่งใจ ส่งสิ่งของเงินทองไปช่วยกัน หรือใครสามารถด้านไหน จะเดินทางลงพื้นที่ไปช่วยกัน ช่วยพี่น้องเราเป็นการ "ทำดีถวายพ่อ" นั่นจะเป็นพลังแผ่นดิน ได้ทั้งเขาและทั้งเรา
นครศรีธรรมราช พัทลุง นราธิวาส ......เท่าที่สดับตรับฟัง น่าเห็นใจจริงๆ เพราะท่วมซับ-ท่วมซ้อน ซ้ำแต่ละพื้นที่ยากลำบากในการนำความช่วยเหลือเข้าไปถึง น้ำกระชาก "ทางขาด-ถนนขาด" ตัดขาดการเชื่อมต่อหลายต่อหลายแห่ง แต่โชคดี..."ทหารไม่ขาด" ทั้งบก-เรือ-อากาศ และตำรวจ ผนวก จังหวัด อบต.แต่ละพื้นที่ ช่วยกันทำสะพานเบลีย์ ซึ่งเป็นสะพานทหารใช้ยามสงคราม ทุกข์ก็ไม่ทิ้งกัน ลำบากก็ช่วยกัน แบบนี้ พี่น้องใต้ ถึงจมอยู่ใต้น้ำ ต่อให้ใต้บาดาล ถ้ามีทหารอยู่ข้าง บาดาลมันจะแค่ไหนกัน?
ภัยน้ำหนนี้ ถึงแห้งแล้ว ความยากลำบากในชีวิตความเป็นอยู่ก็จะยังไม่เหือด รัฐบาลมีแผนช่วยเฉพาะหน้าแล้ว ก็เตรียมแผน ๒ หลังน้ำลดไว้แต่เนิ่นๆ ด้วย! อาชีพเรือกสวนไร่นา จะหนักหนามาก โรคภัยไข้เจ็บ การซ่อมแซมบ้านช่อง นี่ก็ใกล้เทอมปลาย เด็กๆ ต้องสอบ จะต้องหาที่เรียน-ที่ศึกษาต่อ กระทั่งพระสงฆ์องคเจ้า วัด-วา สุเหร่า ปอเนาะทั้งหลาย
สรุปแล้ว เป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องรับมือ จนกว่าพวกเขาทั้งหลายจะเข้าสู่สภาพปกติ กระทรวงไหน มีหน่วยงานในสังกัดรับผิดชอบ-ดูแลจุดไหน ตระเตรียมแผนกันไว้แต่เดี๋ยวนี้เลย
ทุกข์นั้น ทุกข์ได้
แต่ชาวบ้านจะทุกข์ เพราะระบบรัฐ ทิ้งๆ ขว้างๆ ไม่ได้!
ข้าวของ-เงินทอง-พืชไร่ นั้น เสียแล้ว-เสียไป
แต่ "ใจชาวบ้าน" รัฐบาลต้องไป "เก็บ-รักษา-เยียวยา" จะปล่อยให้เสียไม่ได้
อย่าให้หน้าไหนต้องถามได้อีกเป็นอันขาด ว่า.........
"ทหารมีไว้ทำไม?"
เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณข้อมูล : เปลว สีเงิน นสพ.ไทยโพสต์
