- 09 ม.ค. 2560
ติดตามข่าวสารที่ www.Tnew.co.th
อื้อหือ..เด็ดมั้ยยุคเผด็จการ?! "สปท." ลงมติผ่านฉลุย ยาแรงป้อง "นักการเมือง-ข้าราชการ" ขี้ฉ้อ หากพบโกงเกินพันล้านประหารชีวิตเท่านั้น "เสรี" แจงเหตุลงโทษหนัก เพื่อสกัดพวกโกงบ้านกินเมือง
วันนี้ (9 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มีร.อ.ทินพันธ์ นาคะตะ ประธานสปท.ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเรื่องการควบคุมและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
โดยนายเสรี สุวรรณภานนท์ ในฐานะประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง นำเสนอรายงาน ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญ ว่าควรให้แก้ไขกฎหมายและอัตราโทษในความผิดทุจริตคอร์รัปชัน โดยผู้ใดกระทำผิดทุจริตคอร์รัปชันให้ลงโทษตามเกณฑ์ตัวอย่าง 5 ข้อดังนี้
1. มูลค่าความเสียหายที่เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชันจำนวนเงินไม่เกิน 1ล้านบาทต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี
2. มูลค่าความเสียหายที่เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชัน จำนวนเงินเกินกว่า 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 10ล้านบาท ต้องระวางโทษจำคุก 10ปี
3.มูลค่าความเสียหายที่เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชัน จำนวนเงินเกินกว่า 10ล้านบาทแต่ไม่เกิน 100ล้านบาท ต้องระวางโทษจำคุก 20 ปี
4. มูลค่าความเสียหายที่เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชัน จำนวนเงินเกินกว่า 100 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 1พันล้านบาท ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต
5.มูลค่าความเสียหายที่เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชัน จำนวนเงินเกินกว่า 1พันล้านบาทขึ้นไปต้องระวางโทษประหารชีวิต
นายเสรี กล่าวว่ารายงานที่เสนอเพื่อให้เกิดความชัดเจน ป้องกันให้คนที่ปฏิบัติหน้าที่ ที่คิดจะทุจริต ให้ระวังว่ามีโทษอย่างไร จึงกำหนดบทลงโทษที่รุนแรง ในหลายๆประเทศก็กำหนดบทลงโทษไว้รุนแรงเช่นกัน เราได้ศึกษาในเรื่องเหล่านี้ เป็นส่วนการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน เพื่อจะแก้ไขปัญหาได้สัมฤทธิ์ผล จึงได้เสนอแนะ การควบคุมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐควบคู่ไปด้วย อาทิ การแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ควรให้เจ้าหน้าที่ของรัฐแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินนับแต่วันเริ่มบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการโดยให้จัดเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้ที่หน่วยงานต้นสังกัดที่บุคคลนั้นบรรจุและแต่งตั้ง เข้ารับราชการ ทั้งนี้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตรวจสอบกรณีที่มีการกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐร่ำรวยผิดปกติ กระทำความผิดต่อหน้าที่หรือไม่
นายกษิต ภิรมย์ สปท. ค้านว่ารับไม่ได้กับข้อเสนอแนะที่ให้ประหารชีวิต เนื่องด้วยนับถือพระพุทธศาสนา ไม่เห็นด้วยที่จะมีการลงโทษเพื่อนมนุษย์อย่างรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต
นายเสรี อธิบายว่าการเสนออัตราโทษเป็นการเสนอตามประมวลกฎหมายอาญา ในมาตรา18 เราไม่ได้คิดเอง ส่วนอนาคตจะยกเลิกหรือไม่เป็นอีกเรื่อง ถ้าจะแก้ไขตรงนี้อาจต้องไปแก้ไขกฎหมายอื่นอีกหลายฉบับ รวมทั้งกฎหมายอาญาด้วย เพราะเรื่องทุจริตคอร์รัปชันเป็นปัญหาร้ายแรง กัดกร่อนประเทศมานาน ที่เสนอ ไม่ได้หมายความว่าจะไปลงโทษใคร เพียงแต่เสนอให้โทษแรง ให้คนเกรงกลัว ไม่กระทำความผิด เกิดความยับยั้งชั่งใจ ไม่ได้มีเจตนาร้ายไปฆ่าหรือให้ใครต้องเสียชีวิต แต่เป็นการป้องกันปัญหาใหญ่คอร์รัปชัน ซึ่งคนที่จะเกินพันล้าน หมื่นล้าน แสนล้าน ก็มีอยู่ไม่กี่คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังการอภิปราย สมาชิกสปท.ได้ลงมติ เห็นด้วย 155 ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 7 จากนั้นจะมีการนำความคิดเห็นสมาชิกไปปรับปรุงก่อนส่งไปยังคณะรัฐมนตร(ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) ศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) พิจารณาต่อไป
อารมณ์ เคนหล้า สำนักข่าว Tnews
ขอบคุณข้อมูล : ไทยโพสต์
