ชาติขาดน้ำมัน:ขาดลมหายใจ “เซเว่นฯ”ไม่ได้คุมปท. จริงหรือปตท.-ขายสมบัติชาติ??? สตง.เข้าสอบ “นักการเมือง”ได้ประโยชน์ ปท.เป็นหนี้เจ็ดชั่วโคตร??

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

PTTOR กับคำว่า ขายสมบัติชาติ

 

 

       เมื่อวาน คุยค้างเรื่อง ปตท.จะแยกการค้าน้ำมันและค้าปลีกไปตั้งเป็นอีกบริษัท แต่ สตง.ยื่นเรื่องถึงรัฐมนตรีพลังงานให้ทบทวน อ้างว่าการทำอย่างนั้น........"ทำให้รัฐเสียหาย เนื่องจากรัฐมีส่วนในการเป็นเจ้าของกิจการใหม่ คือในบริษัท PTTOR ลดลง" ดูเหตุผลและข้ออ้างของ สตง.หน่อยก็ดี

 

       "สตง.พิจารณาแล้วเห็นว่า พลังงานเป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศ เป็นสิ่งสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตของประชาชนคนไทยทุกคนในฐานะผู้ใช้พลังงาน ทั้งนี้ ปตท.เป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของชาติ ที่กระทรวงการคลังถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ ๔๐ และมีส่วนสำคัญในการจัดการด้านพลังงานและทรัพย์สินของชาติแทนภาครัฐ

การที่ ปตท.มีแนวทางดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กร จะทำให้ทรัพย์สินของชาติต้องสูญหายไป และส่งผลกระทบในวงกว้างต่อประชาชนผู้ใช้พลังงาน

 

      สตง.จึงขอให้กระทรวงพลังงาน ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล ปตท.พิจารณาทบทวนการปรับโครงสร้างธุรกิจของ ปตท.ในครั้งนี้ รวมถึงพิจารณาทบทวนการปรับโครงสร้างธุรกิจที่แล้วมาของ ปตท.ที่ดำรงสัดส่วนในบริษัทกลุ่มปตท.ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐ ให้มีสัดส่วนการถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ ๕๐ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน"

 

       ครับ..สตง.มีหน้าที่ตรวจสอบเงินแผ่นดิน ตรวจสอบบัญชี แต่นี่ ดูเหมือนลึกและเลยเข้าไปตรวจสอบถึงขั้นนโยบาย ซึ่งเป็นเพียง "แนวคิดทางธุรกิจ" ยังไม่มีอะไรเป็นตัวตนเลย! ก็เอาเถอะ ชื่นชม สตง.ที่ใช้สัญชาตญาณเป็น "มาตรฐานตายตัว" ในการตรวจสอบที่ยึด "ผลประโยชน์แผ่นดิน" เป็นตัวตั้ง แต่ยึดแบบนี้ รัฐเสียผลประโยชน์มากกว่าหรือได้มากกว่า? รัฐบาลที่คิดเรื่อง "ยุทธศาสตร์ ๔.๐" ออกมาได้ ต้องตอบได้อยู่แล้ว!

ชาติขาดน้ำมัน:ขาดลมหายใจ “เซเว่นฯ”ไม่ได้คุมปท. จริงหรือปตท.-ขายสมบัติชาติ??? สตง.เข้าสอบ “นักการเมือง”ได้ประโยชน์ ปท.เป็นหนี้เจ็ดชั่วโคตร??

       เหตุที่หยิบเรื่องนี้มาคุย....... เพราะผมมีความเห็นต่างจาก สตง.และสนับสนุนให้ ปตท.แยกธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกไปตั้งเป็นอีกบริษัท มีเหตุผลที่จะอธิบาย ก็คุยกันไปเรื่อยๆ เอาในส่วนของ สตง.ที่ท่านไม่เห็นด้วยและทัดทานก่อน เท่าที่สังเกต สตง.มีทัศนคติชี้ขาดตายตัวว่า "ทุกอย่าง...ทำแล้วรัฐต้องได้เปรียบ" สถานเดียว แล้ว สตง.วัดจากตรงไหน ว่ารัฐจะได้ประโยชน์มากกว่า-น้อยกว่า?

 

       สตง.วัดจากน้ำหนัก "สัดส่วนถือหุ้น" เป็นเกณฑ์ชี้ขาด! ถ้าธุรกิจไหนตั้งแล้ว ปตท.ถือต่ำกว่าร้อยละ ๕๐ สตง.จะสรุปทันที รัฐเสียประโยชน์-ทำให้รัฐเสียหาย! และคำว่าเสียหาย สตง.ตีค่าออกมาเป็น

 

๑.ทรัพย์สินของชาติสูญหาย

 

๒.ส่งผลกระทบวงกว้างต่อประชาชนผู้ใช้พลังงาน และ

 

๓.ไม่คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน

 

เอ้า...ทีนี้มาดูกันว่า ........

 

การที่ ปตท.ปรับโครงสร้างเอาธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกไปตั้งบริษัทใหม่ ทำให้รัฐเสียเปรียบ-เสียหายหรือไม่? ที่ สตง.เกริ่นนำไว้.........

ชาติขาดน้ำมัน:ขาดลมหายใจ “เซเว่นฯ”ไม่ได้คุมปท. จริงหรือปตท.-ขายสมบัติชาติ??? สตง.เข้าสอบ “นักการเมือง”ได้ประโยชน์ ปท.เป็นหนี้เจ็ดชั่วโคตร??

       "พลังงานเป็นเรื่องความมั่นคงประเทศ" นั่นใช่! และถูกต้องตามเจตนารมณ์การตั้ง "การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย" เมื่อปี ๒๕๒๑ พูดแล้ว ก็ต้องคารวะในพระคุณ "พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์" นายกฯ สมัยนั้น ถ้าท่านไม่เริ่มไว้ นึกไม่ออก วันนี้ประเทศไทยจะอยู่สภาพไหน เพราะ "พลังงาน-ความมั่นคง-เศรษฐกิจ" ต่างเป็นเงาในเงา มนุษย์ขาดเลือด ตายแน่ ประเทศขาดพลังงาน คือน้ำมัน ก็ขาดลมหายใจ!

 

       ปี ๒๑ น้ำมันวิกฤติทั้งโลก .......ทั้งรัฐบาล-ทั้งประชาชน เหมือนไก่ในเข่ง ไม่มีน้ำมันใช้ ก็พาโลใส่กัน สาเหตุหลักมาจาก "ประเทศไม่มีธุรกิจพลังงานเป็นของตัวเองเลย" เมื่อขาดน้ำมัน จึงตีนลอย! ทุกลมหายใจ ขึ้นอยู่กับ ๒ บริษัทต่างชาติที่ "ผูกขาดค้าน้ำมัน" คือเชลล์กับตราม้าบิน ที่เป็นเอสโซ่วันนี้

 

       การเกิดขึ้นของ "การปิโตรเลียม" เมื่อปี ๒๑ และแปลงสภาพเป็น ปตท.บริษัทมหาชน เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ปี ๔๔ ตามเงื่อนไขเงินกู้ IMF ยุคต้มยำกุ้ง เหตุผล-เป้าหมาย-เจตนารมณ์ อย่างเดียว คือ........

 

-จัดหาน้ำมันสนองความต้องการใช้ในประเทศให้เพียงพอ

 

-จัดหาแหล่งปิโตรเลียมเพื่อพึ่งพาตัวเองด้านพลังงานให้ได้

 

-ต้องทำให้ประเทศเกิดความมั่นคงด้านพลังงานยั่งยืนให้ได้

 

       ก็...เห็นชัด .......หน้าที่หลัก ปตท.คือ "จัดหา-จัดทำ-ผลิต" ด้านพลังงานเพื่อความมั่นคงและสนองตอบความต้องการใช้ของประชาชน

ชาติขาดน้ำมัน:ขาดลมหายใจ “เซเว่นฯ”ไม่ได้คุมปท. จริงหรือปตท.-ขายสมบัติชาติ??? สตง.เข้าสอบ “นักการเมือง”ได้ประโยชน์ ปท.เป็นหนี้เจ็ดชั่วโคตร??

       การ "ขายปลีก" ด้วยการตั้งปั๊มเองทั่วบ้าน-ทั่วเมืองอย่างที่เห็นทุกวันนี้ ไม่ใช่ธุรกิจที่ ปตท.ต้องทำเอง เป็นสากลโลก...สินค้าใหญ่ๆ สมมุติเบียร์สิงห์-เบียร์ช้าง มีใครผลิตเอง แล้วไปตั้งร้านขายเองบ้าง? การคิดแบบ กูทำคนเดียว-รวยคนเดียว และกูต้องได้เปรียบอย่างเดียว มีแต่หลักคิดในระบบราชการเก่าๆ ที่ติดยึด "อำนาจเป็นทุน" เท่านั้น!

 

       ในโลกเป็นจริง ........ยิ่งในระบบการค้าเสรีทุกวันนี้ การทำอะไรแบบไม่แบ่งปัน งก "กูรวยคนเดียว" และต้องได้เปรียบ

มันไม่มี ถึงมี...ก็ไปไม่รอด! สังเกตมั้ย เวลา ส.ส.พูดในสภาฯ นักการเมืองหรือบิ๊กๆ ระบบราชการไปเจรจา ไปเซ็นสัญญาธุรกิจการค้า จะมีเวิร์ดดิงเพื่อชาติอยู่คำ "ไม่ต้องห่วง เราต้องได้เปรียบ........."!

 

       ใครฟังก็หยันแกมสมเพช มีที่ไหน ทำธุรกิจการค้าต่อกัน ตั้งหน้า-ตั้งตาเอาเปรียบเขาตะพึด-ตะพือ!? และที่คุย "ประเทศชาติได้เปรียบ" ก็ได้จริงๆ ตัวนักการเมืองได้ ส่วนที่ประเทศชาติได้ เป็น "หนี้สาธารณะ" เจ็ดชั่วโคตรไงล่ะ!

 

       อันที่จริง ปั๊ม ปตท.ทั่วประเทศ ร่วม ๒,๐๐๐ ปั๊ม ที่เห็นทุกวันนี้ นั่นใช่ของ ปตท.ซะที่ไหน มีซัก ๒๐๐ ปั๊มได้มั้ง ที่เป็นของ ปตท.โดยตรง นอกนั้น เป็นของชาวบ้านเขาลงทุนเอง เหมือนซื้อแฟรนไชส์น้ำมันแบรนด์ ปตท.ไปขายตามเงื่อนไขสัญญาสุดแต่ตกลงกัน

 

       ถ้าถาม.......ไหนบอก การทำปั๊ม ไม่ใช่ธุรกิจหลัก ปตท. แล้วที่ทำ ทำเพื่ออะไร? อย่างที่บอก ในอดีต ต่างชาติ ทั้งเชลล์ เอสโซ่ คาลเท็กซ์ ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่โลก ตั้งปั๊มยึดครองทั้งประเทศ ถูก-แพง, มี-ไม่มี อยู่ในกำมือเขา จะบีบก็ตาย-จะคลายก็รอด!

ชาติขาดน้ำมัน:ขาดลมหายใจ “เซเว่นฯ”ไม่ได้คุมปท. จริงหรือปตท.-ขายสมบัติชาติ??? สตง.เข้าสอบ “นักการเมือง”ได้ประโยชน์ ปท.เป็นหนี้เจ็ดชั่วโคตร??

       ต่อมา บ้านเราเปิดเสรีค้าน้ำมัน ตอนนี้แข่งกันอยู่ ๓๐-๔๐ เจ้า จะเห็นว่า น้ำมันกลายเป็น "จุดอ่อน-จุดแข็ง" ทางความมั่นคงประเทศ ที่ละเลยไม่ได้ ถ้า ปตท.ไม่ตั้งปั๊ม ทำหน้าที่ "คานอำนาจ" ตลาดและราคาหน้าปั๊ม ตรึงไว้ทั่วประเทศบ้าง

ถึงตอนนั้น.........จะไปรู้ใจใคร เกิดเขาใช้ "พลังงานในมือ" เป็นอำนาจต่อรอง แค่ไม่มีน้ำมันให้เติมตามปั๊มซัก ๓ วัน ก็บรรลัยแล้ว

 

       เหตุนี้ ปตท.จึงต้องทำปั๊ม ทำหน้าที่ "คาน" พร้อมสอด! ก็แค่ "นำร่อง" ในระยะแรก ที่ว่า ๒๐๐ ปั๊มนั่นแหละ พอแบรนด์ ปตท.ติดตลาด ก็มีคนแย่งกันลงทุน ขอทำปั๊มตามเงื่อนไข ปตท. "เต็มบ้าน-เต็มเมือง" ทุกวันนี้ ปั๊มยี่ห้อต่างชาติเหลือน้อย ที่เหลือก็กะร่อง-กะแร่ง ไม่ได้รับความนิยมเหมือนปั๊ม ปตท.ที่ครบวงจร แวะที่เดียว "เต็มถัง...ไอ้น้อง" แถมได้ทั้ง "ฉี่-ช็อป-ชิม" ซดอเมซอนแก้ง่วงซักแก้ว-สองแก้ว มันสวรรค์ในปั๊มจริงๆ

 

       ใครนึกว่าขายน้ำมันกำไรเยอะ สู้ขายอเมซอนแก้วเดียวยังไม่ได้ ต้องอาศัยขายจำนวนมากๆ นั่นแหละถึงคุ้ม เมื่อ ปตท.เอาการค้าปลีก ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ร้านสินค้าสารพัน แปลงปั๊มเป็นห้างสรรพสินค้าริมทางเป็นกำไรเสริม ปั๊ม ปตท.จึงกลายเป็นแบรนด์ "วัน สตอป เซอร์วิส" แบรนด์เดียวที่ยิ่งใหญ่ เขี่ยปั๊มยี่ห้ออื่นที่มุ่งแต่ขายน้ำมันหายไป ใครว่าเซเว่น-อีเลฟเว่น คุมประเทศ? ปั๊ม ปตท.ตะหากเหนือเซเว่น-อีเลฟเว่น ในอัตราส่วน ๑:๑๐ ก็ใครเคยเห็น ปตท.อยู่ในเซเว่นฯ บ้างล่ะ เห็นแต่เซเว่นฯ ซุกอยู่ใน ปตท.!

 

       การทำให้บริษัทน้ำมันต่างชาติ "จางอิทธิพล" ในการคุมทิศทางประเทศ ตรงนี้ด้วยกระมัง.......? ปตท.จึงเป็นเป้าที่ถูกจ้องทำลาย ด้วยขบวนการ "ไม่แสวงหากำไรเปิดเผย" จากกลุ่มทุนตะวันตกที่มักใช้เป็นเครื่องมือกำจัดฝ่ายที่ขัดผลประโยชน์!

 

       เมื่อทราบอย่างนี้.........จึงไม่แปลกที่ ปตท.จะปรับโครงสร้างธุรกิจ "ตัดติ่ง" คือธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกตามปั๊มออกไป

ตั้งเป็นบริษัทใหม่ ใส่วิสัยทัศน์ "ยุทธศาสตร์ ๔.๐" การค้า-การบริการแบบสร้างสรรค์เข้าไป แหงนหน้ามองโลกกว้าง จากตลาด ๖๕ ล้านคนในประเทศ เป็นตลาด AEC ด้วยผู้บริโภค ๖๐๐ ล้านคนเข้าไป

ชาติขาดน้ำมัน:ขาดลมหายใจ “เซเว่นฯ”ไม่ได้คุมปท. จริงหรือปตท.-ขายสมบัติชาติ??? สตง.เข้าสอบ “นักการเมือง”ได้ประโยชน์ ปท.เป็นหนี้เจ็ดชั่วโคตร??

       PTTOR ปั๊มน้ำมันและค้าปลีกเท่าที่เป็น ยกระดับเป็น "ตลาดสินค้าเกษตร-สินค้าเอสเอ็มอี" ของไทย ที่จะขยายไปหลายประเทศอาเซียน นั่นละ "การส่งออก" ในรูปแบบสินค้าบริการทดแทนสินค้าอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ ๒๑ เป็นแนวทางที่ ปตท.แบรนด์ไทย จะต่อยอด PTTOR ด้วยทักษะ ฝีมือ ความชำนาญ เป็นตัวนำออกไปล่าผลกำไรกลับมาทำให้ GDP ไทย กลับไปโต ๕-๖-๗ ได้ เทียบไหล่ เขมร-ลาว!

 

       สรุปสั้นๆ ตรงนี้ก่อน การแยกธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกออกไป ไม่มีตรงไหนพูดได้ว่า "ทรัพย์สินชาติเสียหาย" เลย เพราะปั๊มน้ำมัน-ที่ดิน มันก็ "สมบัติติดที่" ของผู้ร่วมค้าอยู่แล้ว น้ำมัน-แก๊ส จะแยก-ไม่แยก ปั๊มก็ต้องซื้อจากโรงกลั่น ปตท.เหมือนเดิม

 

       ธุรกิจค้าปลีกเดิมและที่จะเพิ่มเติมมา รวมทั้งอเมซอน "ตัวพระเอก" ที่ทำกำไรมากกว่าน้ำมัน ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ส่วนความมั่นคง เป็น "เนื้องอก" ใน ปตท.ด้วยกลยุทธ์การตลาด ซึ่งเกิดเป็นผลพวงทีหลัง ก็บริหาร-จัดการไปเป็นบริษัทใหม่ ตรงไหนที่ใช้เงินทุน ปตท.หรือสินทรัพย์-ทรัพย์สิน ปตท.ก็ตีเป็นราคากลับคืน ปตท.ไป ส่วน "หน่วยงานหลัก" เช่น การจัดหาแหล่งพลังงาน จัดหาน้ำมัน ท่อก๊าซ ท่อส่งน้ำมัน คลังน้ำมัน โรงกลั่นน้ำมัน ๕-๖ โรง ที่เกี่ยวกับความมั่นคงทางพลังงานโดยตรงอย่างนี้ ไม่ขยับเขยื้อนไปไหน และไม่ว่า "วงกว้าง-วงแคบ" ไม่มีผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้พลังงานเลย! มันเป็นเรื่องของความรู้สึก.........

 

       ความรู้สึก สตง.ด้วยสัญชาตญาณ ปกป้อง ระแวด-ระวัง ว่าใครจะเอาสมบัติชาติไปขายเท่านั้น แต่ถ้าความรู้สึกนั้น เสริมมุมมองด้วยโลกทัศน์ใหม่ๆ เสริมเหตุ-เสริมผลต่อยอดธุรกิจระบบทุน "สร้างมูลค่าเพิ่ม" เข้าไป การเอาปั๊ม ปตท.กับร้านกาแฟ-ร้านข้าวแกง-ร้านสินค้า แถมที่ฉี่ฟรี แยกไปตั้งเป็นบริษัทใหม่ ในหลักคิด ตกเบ็ดต้องยอมเสียเหยื่อ "เพื่อล่าปลาใหญ่"

ไม่มีอะไรต้องค้าน นอกจากรัฐบาลต้องเสริม........ให้ PTTOR เปิดพื้นที่ค้าปลีก เป็นทั้งที่โชว์-ที่ขาย "สินค้าเกษตร-สินค้าเอสเอ็มอี" จริงจัง

 

ทุกที่ในอาเซียน ที่ PTTOR "แบรนด์ไทย" ไปปักธง

ชาติขาดน้ำมัน:ขาดลมหายใจ “เซเว่นฯ”ไม่ได้คุมปท. จริงหรือปตท.-ขายสมบัติชาติ??? สตง.เข้าสอบ “นักการเมือง”ได้ประโยชน์ ปท.เป็นหนี้เจ็ดชั่วโคตร??

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณข้อมูล : เปลว สีเงิน นสพ.ไทยโพสต์