โคตร..เถื่อน!! โจ๋เลือดร้อนเขม่นอริงานประจำปี  ลุยตะลุมบอนฟันคอหนุ่มสกลฯเลือดทะลักดับสยอง เจ็บสาหัสอีก1

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

     ศูนย์สั่งการรับแจ้งเหตุโรงพยาบาลศูนย์สกลนครได้รับแจ้งมีเหตุทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส ถนนนิตโย สกลนคร-นครพนม ก่อนถึงวัดเทพกัญญาราม บ.ชะโนด ต.ฮางโฮง อ.เมือง จ.สกลนคร จึงประสานงานไปยัง ชุดอุทิศ ชุดกู้ชีพเทศบาลท่าแร่ ชุดเมตตาธรรมมูลนิธิ ออกตรวจสอบ

 

 

 

โคตร..เถื่อน!! โจ๋เลือดร้อนเขม่นอริงานประจำปี  ลุยตะลุมบอนฟันคอหนุ่มสกลฯเลือดทะลักดับสยอง เจ็บสาหัสอีก1

 

 

 

     ที่เกิดเหตุ พบเป็นชายนอนจมกองเลือดอยู่ข้างถนน ตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตแล้ว โดยมีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณหลังศรีษะ เลือดไหลนองพื้น ทราบชื่อนายลาเชน ขัดจำปา อายุ18 ปี ชาวอำเภอเมือง จ.สกลนคร และมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ใกล้กันพบรถของผู้เสียชีวิต ยี่ห้อ ฮอนด้าคลิก สีขาวดำ ทะเบียน ขพข 433 สกลนคร จอดล้มคว่ำอยู่ จนท.ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจึงทำการบันทึกพยานหลักฐานไว้

 

 

 

โคตร..เถื่อน!! โจ๋เลือดร้อนเขม่นอริงานประจำปี  ลุยตะลุมบอนฟันคอหนุ่มสกลฯเลือดทะลักดับสยอง เจ็บสาหัสอีก1

 

 

 

โคตร..เถื่อน!! โจ๋เลือดร้อนเขม่นอริงานประจำปี  ลุยตะลุมบอนฟันคอหนุ่มสกลฯเลือดทะลักดับสยอง เจ็บสาหัสอีก1

 

 

 

โคตร..เถื่อน!! โจ๋เลือดร้อนเขม่นอริงานประจำปี  ลุยตะลุมบอนฟันคอหนุ่มสกลฯเลือดทะลักดับสยอง เจ็บสาหัสอีก1

     สอบถามเพื่อนที่เดินทางมาด้วยกันทราบว่ากำลังจะกลับบ้าน หลังจากไปเที่ยวงานนมัสการองค์พระธาตุเชิงชุมในเขตเทศบาลนครสกลนคร พอมาถึงที่เกิดเหตุมีกลุ่มวัยรุ่นไม่ทราบจำนวน ออกมาดักทำร้าย ทำให้จักรยานยนต์กลุ่มพวกตนล้มลง จึงต่างพากันวิ่งหนีลงป่าข้างทาง แต่นายลาเชน หนีและหลบไม่ทัน จึงถูกคนร้ายใช้มีดยาวฟันที่ศรีษะจนล้มลงจมกองเลือด จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุได้ขับรถหลบหนีไป

 

 

 

โคตร..เถื่อน!! โจ๋เลือดร้อนเขม่นอริงานประจำปี  ลุยตะลุมบอนฟันคอหนุ่มสกลฯเลือดทะลักดับสยอง เจ็บสาหัสอีก1

 

 

 

     อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นจนท.ตำรวจสันนิฐานว่าน่าจะเป็นคู่อริที่มีเรื่องกันมาก่อนหรือเป็นกลุ่มก่อกวนเมือง ทั้งนี้จะได้สอบสวนและติดตามจับกุมคนลงมือก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้

 

 

 

โคตร..เถื่อน!! โจ๋เลือดร้อนเขม่นอริงานประจำปี  ลุยตะลุมบอนฟันคอหนุ่มสกลฯเลือดทะลักดับสยอง เจ็บสาหัสอีก1

 

 

 

 

เรียบเรียง : นิตติยา  สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณที่มา : เมตตาธรรมมูลนิธิสกลนคร(เปิด)