- 12 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
จากกรณีที่กระทรวงยุติธรรม ยื่นมือเข้าช่วย นางจอมทรัพย์ อายุ 54 ปี อดีตครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สกลนคร ตกเป็นแพะคดีขับรถชนคนตายเมื่อปี 2548 ต้องติดคุกฟรีไป 1 ปีกว่า ตั้งแต่เมื่อปี 2556 ก่อนได้รับอภัยโทษออกมาเมื่อปี 2558 ทำให้มีการรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ เนื่องจากเป็นการจับผู้ต้องหาผิดตัว จนกระทั่งติดตามผู้ต้องหาตัวจริงมาได้ ตามที่เสนอข่าวไปเเล้วนั้น ( คลิกอ่านข่าวเกี่ยวข้อง เพื่อนแท้หายากแต่คนนี้สุดๆ!เปิดใจนักสืบจำเป็นเล่านาทีสืบหาคนก่อเหตุตัวจริงเชื่อว่าเพื่อนบริสุทธิ์ ทำทุกทางล้างมลทินให้ครูเป็นแพะถูกจับยัดคุก )
เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวได้หยิบยกบทความ "แพะ(รับบาป) ?ในวงการยุติธรรม" ซึ่งเขียนไว้ในเว็บไซต์ thailocalmeet.com โดย อาจารย์ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ทนายความชื่อดัง ได้อธิบายไว้อย่างน่าสนใจดังนี้
จริง ๆ แล้วตามหลักกฎหมาย จะตั้งหลักคิดไว้ก่อนเลยว่า จำเลยทุกคนเป็นผู้บริสุทธ์ และต้องตัดสินไปตามพยานหลักฐานที่พิสูจน์ว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายจริง ๆ ก็ต้องตัดสิน ตามประจักษ์พยานและการพิจารณาไตร่ตรองหลักเหตุผลของศาล และถ้าหากว่าเจ้าหน้าที่พยายามยึด ตามหลักกฎหมายแล้ว แต่ก็ยังมิวายเกิดความผิดพลาดจนทำให้ผู้บริสุทธิ์กลับกลายเป็นผู้ที่มีความผิด อย่างไรก็ตามหากความจริงปรากฏในภายหลังว่าจำเลยไม่มีความผิด กฎหมายก็ต้องชดเชยความเสียหายต่าง ๆ เช่น ขาดอิสรภาพ เสื่อมเสียชื่อเสียง ขาดรายได้ ส่ง ผลต่อสุขภาพกายใจ ฯลฯ ที่คุณแพะได้รับ (ไว้เอง) ก่อนหน้านี้
แพะรับบาป & ขั้นตอนทางศาล
สำหรับขั้นตอนทางศาลประกอบด้วยองค์ประกอบดังนี้
- ตำรวจ ทำหน้าที่สืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานในคดีอาญา
- อัยการ ทำหน้าที่ฟ้องร้องคดีแทนตำรวจ
- ศาล ทำหน้าที่รับฟังพยาน ตรวจดูหลักฐานและพิจารณาตัดสินคดี และ
- ทนายความ มีหน้าที่ทำให้รูปคดีส่งผลดีหรือก่อประโยชน์ต่อลูกความของฝ่ายตนให้มากที่สุดเพื่อผล ของการชนะคดี
ทั้งนี้ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นมักจะถูกตั้งคำถามมากที่สุดในกรณีการเกิดแพะรับบาป เพราะหากพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ส่งฟ้องผ่านอัยการไม่มีน้ำหนัก ศาลก็อาจจะพิพากษาตัดสินคดีโดยพิพากษายกฟ้อง ซึ่งกรณีนี้แพะจะกลับมามีอิสรภาพ และสามารถเรียกร้องค่าชดเชยได้
นอกจากนี้ยังมีตัวช่วยอื่นอีกคือระดับของการพิจารณาคดีของศาลที่มีถึง 3 ระดับ ซึ่งจะสามารถช่วยกลั่น กรองคำพิพากษาของศาลในแต่ละระดับ โดยถ้าหากผลการพิพากษาในศาลชั้นต้นไม่เป็นที่พึงพอใจของ ทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลย ต่างสามารถร้องขอให้มีการพิจารณาตัดสินคดีในชั้นศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาต่อ ไป โดยการพิจารณาของศาลแต่ละระดับนี้ จะสามารถช่วยให้แพะที่กำลังรับบาปอยู่ได้รับการ ปลดปล่อยให้พ้นจากความผิดที่เขาไม่ได้เป็นผู้ก่อ
เงื่อนไขของแพะ?ในคดีอาญา
ตามกฎหมายแล้วจำเลย (แพะ) ที่มีสิทธิได้รับค่าทดแทนตาม พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 จะต้องเป็นจำเลยที่ถูกดำเนินคดีโดยพนักงานอัยการ ถูก คุมขังในระหว่างการพิจารณาคดี และมีการถอนฟ้องระหว่างดำเนินคดีหรือปรากฏตามคำพิพากษาอัน ถึงที่สุดว่าจำเลยไม่ใช่ผู้กระทำผิด หรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด
ค่าชดเชยแก่แพะ?ในคดีอาญา
1) ค่าทดแทนการถูกคุมขัง ให้คำนวณจากจำนวนวันที่ถูกคุมขัง (วันละ 200 บาท)
2) ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลความเจ็บป่วย การฟื้นฟูสมรรถภาพ หากความเจ็บป่วยนั้นเป็นผลจาก การถูกดำเนินคดี
3) ค่าทดแทนในกรณีที่จำเลยถึงแก่ความตาย และความตายนั้นเป็นผลโดยตรงจากการถูกดำเนินคดี
4) ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ ในระหว่างถูกดำเนินคดี
5) ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินคดี (อาทิ ค่าทนาย เป็นต้น)
วิธีเรียกร้อง?ค่าชดเชย
ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญานี้ ไม่ได้จ่ายให้ทันทีหลังจากศาลมีคำพิพากษาเป็นที่สุด แต่จำเลย (แพะ) หรือทายาท ต้องยื่นคำขอต่อคณะกรรมการพิจารณาค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดี อาญาภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้องเพราะปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าจำเลยไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด หรือปรากฏตามคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่าจำเลยไม่ใช่ผู้กระทำผิด หรือการ กระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด แล้วแต่กรณี นอกจากนี้หากจำเลยหรือผู้เสียหายชิงเสียชีวิตก่อนที่จะได้รับค่าชดเชยใช่ว่าสิทธิดังกล่าวจะหายไปนะครับ โดยกฎหมายกำหนดให้สิทธิในการเรียกร้องและการรับสิทธิตกแก่ทายาท
ขอบคุณที่มา : Kapook.com / บทความ "แพะ(รับบาป) ?ในวงการยุติธรรม" อาจารย์ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช
เรียบเรียง : มนันยา สนข.ทีนิวส์
