- 12 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
ถือเป็นเหตุการณ์ขั้นวิกฤติอย่างหนัก หลังจากฝนเริ่มตกหนักตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้ และจ.ประจวบคีรีขันธ์ มีจังหวัดได้รับผลกระทบ 12 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร ระนอง กระบี่ และประจวบคีรีขันธ์ เกิดความเสียหายและสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมเป็นอย่างหนัก
ล่าสุด นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์กรมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า หย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้จะเคลื่อนตัวเข้ามาเลเซีย ในวันที่ 16 ม.ค.นี้ ทำให้พื้นที่ภาคใต้ 4 จังหวัด คือ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง และนครศรีธรรมราชบางส่วน จะมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ แต่ไม่น่าเกิน 60-70 มิลลิเมตร จากนั้นในวันที่ 17 ม.ค. ฝนจะเริ่มกระจายตัวและลดลง ซึ่งอาจส่งผลให้น้ำท่วมนานขึ้นอีก 2-3 วัน จากเดิมที่คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายภายใน 1 สัปดาห์
โดยทางกองทัพเรือจึงได้ประสานกรุงเทพมหานคร นำเรือผลักดันน้ำรวมทั้งสิ้น 30 ลำไปติดตั้งในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีพรุ่งนี้ เพื่อเร่งระบายน้ำเตรียมรับมือฝนรอบใหม่ โดยจะติดตั้งทั้งหมด 3 จุด ได้แก่ บริเวณเทศบาลท่าข้าม คลองพุนพิน และจุดบรรจบของแม่น้ำตาปีกับคลองพุมดวง เพื่อระบายมวลน้ำจากอำเภอพระแสงและอำเภอพุนพิน รวมถึงที่ประตูระบายน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราชอีก 20 ลำ เมื่อผ่านช่วงวันที่ 16 ม.ค.ไปได้ สถานการณ์ก็จะดีขึ้น
ทั้งนี้ จุดที่ต้องประชาชนเฝ้าระวัง คือถนนและทางรถไฟตั้งแต่เพชรบุรีถึงประจวบคีรีขันธ์ที่อยู่ในแนวราบ ขวางทางน้ำ อาจจะได้รับความเสียหายเพิ่ม โดยสิ่งที่ประชาชน ช่วยได้ คือ เก็บขยะ หรือเศษซากไม้ ที่ขวางทางน้ำออก อย่างไรก็ตาม ภาครัฐก็ต้องทำแผนว่าจะแก้ไขอย่างไรทั้งถนน สาธารณูปโภค รวมถึงเร่งสำรวจจุดที่สะพานขาด ถนนขาดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีก
เรียบเรียงโดยกำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณ สำนักข่าวไทย
