- 12 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 12 ม.ค.60 แม่และญาติของนางสาวสุภัคสรณ์ หรือ หญิง พลไธสง ที่ถูกคนร้ายอุ้มมาฆ่าและนำศพมาฝังที่รีสอร์ตร้างแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ได้เดินทางมาทำพิธีเรียกวิญญาณของนางสาวสุภัคสรณ์กลับบ้าน
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนางสมคิด พลข่า น้าของนางสาวสุภัคสรณ์ว่า ญาติได้นิมนต์พระสงฆ์ 1 รูป มาทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณ โดยมาถึงจุดฝังศพตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 น. เมื่อทุกคนเห็นหลุมฝังศพต่างก็รู้สึกสลดใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแม่คือนางสมพิศ ตรัยจันทร์แดง อายุ 46 ปี ถึงกับเข่าอ่อนพูดอะไรไม่ออก
ขณะเดียวกันระหว่างทำพิธีอยู่นั้น ปรากฏว่านางสมพิศ ก็เกิดอาการขึงขังมีเรี่ยวมีแรงอย่างไม่น่าเชื่อ พูดจาออกมาด้วยความเคียดแค้นว่า "พวกมึงทำกูทำไม อีดาว มึงทำกูทำไม" ไม่นานนักก็เตะต้นไม้จนล้มลง ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกตะลึงไปตามๆกัน
นอกจากนี้ยังพูดถึงความทุกข์ทรมาน ขณะกลุ่มคนร้ายคุมตัวเอาไว้ โดยไม่ยอมให้กินอาหารและน้ำอีกด้วย และสุดท้ายได้พูดขึ้นมาว่า อยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว ขอให้พากลับบ้านด้วย ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพวกญาติๆ เชื่อได้ว่าวิญญาณของหลานสาวมาเข้าสิงผู้เป็นแม่อีกครั้ง ตนและญาติจึงร้องขอให้ดวงวิญญาณของนางสาวสุภัคสรณ์ออกจากร่างของแม่ เพื่อจะได้พากลับบ้าน
จากนั้นนางสมพิศก็อ่อนแรงลง พร้อมกับสะบัดหน้าไปมา ระหว่างนั้นก็มีกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทุกคนจึงรีบขึ้นรถแล้วเดินทางกลับ เพื่อไปรอรับศพของนางสาวสุภัคสรณ์ หลานสาว ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจทันที
สำหรับนางสมพิศ ได้เลิกรากับสามีไปตั้งแต่นางสาวสุภัคสรณ์ยังเป็นเด็ก และอาศัยอยู่ที่บ้านกันตามลำพังสองแม่ลูก จนกระทั่งโตเป็นสาวแล้วเข้ามาหางานทำใน กทม. เพื่อหารายได้ส่งให้แม่เป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันหลานสาวนั้นถือว่าเป็นเสาหลักของบ้าน ที่คอยทำงานหารายได้เลี้ยงแม่ โดยขณะนี้ผู้เป็นแม่ก็มาล้มป่วยเป็นโรคประจำตัวที่ต้องรักษา เมื่อหลานสาวมาเสียชีวิตเช่นนี้ ผู้เป็นแม่ก็คงยากที่จะทำใจ อีกทั้งยังต้องมาขาดเสาหลักไปอีกด้วย
วันเดียวกัน นายบุญชู พลไธสง บิดาของ น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง สาวทอม ที่ถูกคนร้ายอุ้มฆ่าและนำศพไปฝังไว้ที่รีสอร์ท จ.กาญจนบุรี ได้เดินทางมาที่ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อดำเนินการทำเรื่องขอรับศพบุตรสาวกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดบ้านคลองอีแตก ตำบลโคกปี่ฆ้อง อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว หลังจากเจ้าหน้าที่ได้พบศพเมื่อวันที่ 11 ม.ค.
นายบุญชูกล่าวว่า มั่นใจว่าศพที่พบถูกฝังดิน เป็นบุตรสาว เนื่องจากจำรอยสักที่แขนและแผ่นหลังได้ แต่ต้องรอผลตรวจยืนยันจากทางนิติเวชอีกครั้ง รวมทั้งมั่นใจว่า กลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับทั้งหมด คือ กลุ่มที่ทำร้ายบุตรสาว ส่วนสาเหตุก็ต้องรอการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ทั้งนี้ยอมรับว่า บุตรสาวจะสนิทกับมารดามากกว่า เวลามีปัญหาก็จะปรึกษามารดา เนื่องจากตนแยกทางกับครอบครัว ตั้งแต่บุตรสาว อายุประมาน 9 ขวบ แต่ก็เคยได้ยินว่า ก่อนหน้านี้มีปัญหาทะเลาะกับแฟน ส่วนประเด็นเรื่องเงิน จำนวน 4 ล้านบาทนั้น ไม่ทราบ
"เชื่อว่า บุตรสาว ไม่ได้ยืมใครมา และเลิกเล่นการพนันมาประมาน 7-8 ปีแล้ว ส่วนเงินจำนวน 6 หมื่นบาท บุตรสาว เล่าให้ฟังว่า เป็นเงินค่าเยียวยาค่าซ่อมรถยนต์ หลังจากถูกบุคคลที่บุตรสาวเรียกว่า ลูกน้องตาลุง มาทุบรถเมื่อเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา ตอนนี้สภาพจิตใจของครอบครัวแย่มาก หลังจาก บุตรสาว หายตัวไป อดีตภรรยาของตนฝันว่า บุตรสาวได้มาเข้าฝัน ร้องขอความช่วยเหลือ บอกว่า หนูเจ็บ หนูปวด โดนทำร้าย และขอให้ช่วยออกจากหลุม" นายบุญชู กล่าว
อีกด้านหนึ่ง ตำรวจชุดสืบสวนของตำรวจนครบาลได้นำตัว นายนิวัฒน์ สายทอง หรือโจ๊ก และนายภูมิทัศน์ พิบูรณ์สวัสดิ์ หรืออุ้ม สองผู้ต้องหาที่ร่วมกันอุ้มฆ่านางสาวสุภัคสรณ์ พลไธสง สาวทอมนักร้องร้านอีสานหมู่เฮา ย่านพุทธมณฑลสาย 4 ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริเวณเคอาร์อพาร์ตเมนต์ ซอยเพชรเกษม 116 เป็นจุดที่ใช้รถกระบะนาวาราสีดำ ทะเบียน ฒษ 4515 กรุงเทพมหานคร ของนายสามารถ แสงสิน ที่อยู่ระหว่างการหลบหนี ปาดหน้ารถจักรยานยนต์ของนางสาวสุภัคสรณ์จนล้มลง แล้วอุ้มขึ้นรถยนต์คันก่อเหตุ ขับหลบหนีไปตามถนนพุทธมณฑลสาย 4 มุ่งหน้าจังหวัดกาญจนบุรี โดยในรถคันก่อเหตุมีผู้ต้องหาอีก 2 คนคือ นายชัยยุทธ เบญจชาติ และนายภาณุเมศวร์ มีลา ที่เป็นทหารสังกัดกองบัญชาการกองทัพบกที่อยู่ในระหว่างหลบหนี อยู่ในรถคันดังกล่าวด้วย ส่วนพันตำรวจเอกอำนวย พงษ์สวัสดิ์ ผู้กำกับการตำรวจภูธรบ้านโป่ง และนางสาวกรรณิกา กรุมกรัมย์ ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับการอุ้มฆ่า ตำรวจจึงไม่นำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
นายภูมิทัศน์ หนึ่งในผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า มาสังเกตดูลาดเลาเพียงครั้งเดียว คือ วันที่เกิดเหตุ ซึ่งขึ้นรถมากับกลุ่มผู้ต้องหาคนอื่นเท่านั้น ไม่ได้วางแผนมาล่วงหน้า โดยได้รับเงินค่าจ้างเพียง 3,000 บาท หลังเกิดเหตุจึงนำนางสาวสุภัคสรณ์ไปส่ง โดยไม่เปิดเผยสถานที่ ก่อนแยกย้ายกันหลบหนีไป
พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาขับรถคันดังกล่าวมาดูลาดเลา 3 ครั้ง ครั้งแรกเวลา 19.50 นาฬิกา และเวลา 22.13 นาฬิกา ซึ่งทั้งสองครั้งไม่พบผู้เสียชีวิต จึงมาอีกครั้งในเวลา 22.23 นาฬิกา และรถกระบะขับปาดหน้าจนล้มลงและลงมาอุ้มผู้เสียชีวิตขึ้นรถ จากนั้นนายภูมิทัศน์เข็นจักรยานยนต์ผู้เสียชีวิตไปเก็บไว้ข้างทาง ทั้งหมดจึงขึ้นรถนำผู้เสียชีวิตมุ่งหน้าจังหวัดกาญจนบุรีทันที
ส่วนการสอบปากคำ นางสาวกรรณิกา ยอมรับว่ามีความสัมพันธ์กับพันตำรวจเอกอำนวยจริง แต่ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับการฆาตกรรม ซึ่งสาเหตุการฆาตกรรมในครั้งนี้ ตำรวจให้น้ำหนักไปในเรื่องชู้สาว ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดการฆาตกรรมเกิดขึ้น
ภายหลังการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 คน คือ พันตำรวจเอกอำนวย พงษ์สวัสดิ์ และนายนิวัฒน์ สายทอง ไปขออำนาจศาลจังหวัดตลิ่งชันฝากขังผัดแรก โดยพนักงานสอบสวนแจ้ง 3 ข้อหาหนัก ได้แก่ ร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หน่วงเหนี่ยวกักขัง และเคลื่อนย้ายทำลายศพ พร้อมมีความเห็นห้ามประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญ เกรงว่าผู้ต้องหาจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 2 คนคือ นางสาวกรรณิกา กรุมกรัมย์ และนายภูมิทัศน์ พิบูรณ์สวัสดิ์ ยังคงถูกควบคุมตัวที่สถานีตำรวจนครบาลหนองค้างพลู เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม ส่วนผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 3 คน ตำรวจยังคงอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี
เรียบเรียง ARROFUT
