- 12 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
สวัสดีครับแฟนข่าวทีนิวส์ วันนี้วันที่ 12 ม.ค. 2560 ดูเหมือนว่าประเทศไทยมีแสงสว่างอยู่ที่ปลายอุโมงค์เพิ่มมากขึ้นทุกขณะแล้วล่ะครับ เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะคสช. ได้จัดการประชุมเตรียมการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ขึ้น โดยมีรองนายกฯ ทุกคนเข้าร่วมและมีรมว.มหาดไทย รมว.คมนาคม และที่สำคัญมีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นมันสมองและรมต.คนสำคัญที่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ คัดเลือกมาเพื่อมาทำหน้าที่เรื่องปฏิรูปและการวางยุทธศาสตร์ชาติโดยเฉพาะ
นายสุวิทย์ ได้แถลงหลังข่าวหลังการประชุมว่า นายกฯ ได้ตอกย้ำว่าปีนี้สิ่งที่ต้องทำไปด้วยกันก็คือการปฏิรูปยุทธศาสตร์และการปรองดอง ในเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์และความสามัคคีปรองดองนั้น จะมีนายสุวิทย์เป็นเลขาฯ และแบ่งสี่คณะกรรมการยกย่อย ประกอบไปด้วย คณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดองและคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ โดยทั้ง 4คณะกรรมการจะมีนายกฯ ดูแลทุกชุด ขณะที่กรรมการ 3 ชุดแรกจะมีนายกฯ ประธานสนช. รองประธานสนช. 1 คน และประธานสปท.- รองประธานสปท. อีก 1 คน ร่วมเป็นกรรมการด้วย ไม่เพียงเท่านั้นครับ ที่สำคัญและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งก็คือ ในการขับเคลื่อนประเทศต่อไปจะมีการจัดตั้งสำนักงานบริหารนโยบายของนายกฯ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายสำคัญของประเทศผลักดันการทำงานของคณะกรรมการทั้งสี่ชุด โดยจะดึงทั้งภาครัฐและเอกชน ผู้มีความรู้ความสามารถเข้ามาร่วม ซึ่งนี่ถือเป็นการวางแผนการ ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะได้มีการเตรียมการครบถ้วนอย่างรอบด้านและมีกลไกองค์กรในการบริหารอย่างชัดเจน
ในขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังการประชุมว่า สิ่งที่จะต้องผลักดันประเทศให้ไปข้างหน้านั้น วันนี้เราอยู่ในประเทศรายได้ปานกลาง จะทำให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายใน 15 ปี จึงต้องปฏิรูปในหลายๆ เรื่องด้วยกัน การทำงานจะร่วมกับภาคเอกชนแล้วเอาแม่น้ำ 5 สาย มาร่วมด้วยทั้งหมด เราจะต้องสร้างความรับรู้ว่าประเทศไทยกำลังจะมีโครงสร้างนี้ให้โลกได้รับรู้ และคนไทยเองก็ต้องรับรู้เพื่อให้เกิดความร่วมมือ และจะได้ผลประโยชน์จากสิ่งที่เราทำในวันนี้ ซึ่งเป็นอนาคตเหมือนกับโครงการโชติช่วงชัชวาลย์ เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า นายกฯ ย้ำเรื่องของทิศทางที่จะต้องพัฒนา ซึ่งก็ต้องถือว่าในการกำหนดแนวทางทั้ง 3 เรื่องชัดเจนขึ้นอย่างยิ่งครับ เพราะจะไปคิดทำเรื่องยุทธศาสตร์แต่ไม่ทำเรื่องปฏิรูป และไม่ทำเรื่องปรองดองก็ไม่ได้ เพราะมันยังตีกันตะลุดชุลมุนจะมาทำการปฏิรูปก็ใช่ที่ เพราะฉะนั้นการทำพร้อมกันทั้ง 3 เรื่อง จึงเป็นเรื่องที่น่าจะถูกต้อง
เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณ แฟนข่าวทีนิวส์กับสนธิญาณ
ภาพปก ไทยโพสต์
