- 13 ม.ค. 2560
ติดตามข่าวเพิ่มเติม http://deeps.tnews.co.th/
จากกรณี นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี อดีตครูที่ จ.สกลนคร ต้องโดนจำคุกในคดีขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต เป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน อย่างไรก็ดีเจ้าตัวได้ร้องเรียนจนมีการรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ ก่อนพบว่าเป็นการจับผู้ต้องหาผิดตัว และมีการติดตามผู้ต้องหาตัวจริงมาได้ โดยศาลได้นัดสืบพยานอีกครั้งในวันที่ 16 มกราคมนี้นั้น
ล่าสุด แฟนเพจเฟซบุ๊ก Kanok Ratwongsakul Fan Page ของ กนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ได้สัมภาษณ์ตำรวจที่ทำคดีครูแพะ และสัมภาษณ์คุณครู "จอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร" ที่ติดคุกไปเกือบ 2 ปี ในความผิดที่ตัวเองไม่ได้ทำ เพื่อตรวจทานข้อมูลจากปากทั้งสองฝ่ายแล้ว รู้สึกเลยว่า การตั้งต้นสอบพยานของตำรวจนั้น สำคัญมากๆๆๆๆๆ.. ตำรวจอ้างเพียง "ทำตามขั้นตอน" ไปตามพยานหลักฐาน เน้นแต่เลขทะเบียนรถ "บค 56" ที่พยาน 3 คนระบุ กับสีเขียวที่ติดกับจักรยานผู้ตาย เป็นสำคัญ โดยไม่ชัดเจนเรื่องของคนขับเป็นชาย หรือหญิง รูปพรรณสัณฐานอย่างไร ซึ่งผิดวิสัยการทำงานของตำรวจในคดีรถชนคนตาย
ตำรวจสอบพยานที่เห็นเหตุการณ์ จะไม่ถามเชียวหรือว่า "เห็นคนขับที่หนีไปหรือไม่?" พยานให้การต่อศาลชัดว่า บอกตำรวจแล้วว่า "เห็นเป็นผู้ชาย รูปร่างสูงใหญ่" ลงมาดูคนเจ็บ ก่อนจะขึ้นรถขับหนีไป แต่ตำรวจไม่บันทึกลงไปในสำนวน ขณะที่ตำรวจเถียงว่า พยานไม่ได้บอก! สมมุติว่าพยานไม่ได้บอกจริง แต่คุณเป็นตำรวจเข้าไปเก็บข้อมูลรถชนคน คุณตำรวจจะไม่ถามถึงคนขับเลยหรือ?? คุณได้เลขทะเบียนมาเท่านั้น คุณก็เอาตรงนี้เดินหน้าไปอย่างเดียวเพื่อหาคนผิด ถ้าตำรวจถาม (ซึ่งควรจะถาม) แล้วมีเหตุผลอะไรที่พยานจะไม่บอก? พอพยานบอกต่อศาล ตำรวจกลับบอกว่า พยานกลับคำให้การ..เอ้า!
ตำรวจบอกว่า ครูปฏิเสธในชั้นสอบสวน แล้วจะขอไปให้การในชั้นศาล วันนี้ถามครูจริงหรือไม่..ครูตอบว่าจริง เพราะตำรวจไม่ฟัง คิดแต่ว่าครูเป็นคนผิด อีกทั้งพยานปากสำคัญที่ครูขายรถให้ในวันเกิดเหตุ คือนายประพัฒน์ ก็ดันไปเซ็นรับการกล่าวหาครูว่าเป็นคนผิด โดยที่นายประพัฒน์บอกเพียงว่า ตำรวจให้เซ็น เขาก็เซ็น!
ตำรวจรู้อยู่แล้วว่า รถทะเบียน บค 56 นั้น มีอยู่จังหวัดละคัน จังหวัดนครพนมที่เกิดเหตุ อยู่ติดกับ บึงกาฬ มุกดาหาร สกลนคร ตำรวจก็มุ่งมาที่ บค 56 สกลนคร อ้างว่า พยานบอก เห็นเลขทะเบียน "บค 56 สกลนคร" ทั้งที่พยานให้การว่า เห็นแต่เลขทะเบียน ไม่เห็นจังหวัด และไม่เห็นสีรถด้วย เพราะมันมืด (เหตุเกิด 2 ทุ่ม) รถคันที่ชนจริง สีเขียว อยู่มุกดาหาร แต่รถครูแพะ สีน้ำตาล อยู่สกลนคร มีสีเขียวในรถของคุณครูแค่ป้ายทะเบียน ซึ่งป้ายทะเบียนทุกคันก็สีเขียว อีกทั้งป้ายทะเบียนรถครู สีเขียวไม่มีรอยครูดเลย ยังสมบูรณ์ แต่มีรอยบุบเก่าสมัยที่สามีขับรถชนรั้วบ้าน ตำรวจก็ผนวกเอาตรงนี้ว่า เป็นรอยบุบจากการชนจักรยาน ถ้ารอยบุบตรงรถครู ชนครูดกับจักรยานจริง ก็ต้องมีสีน้ำตาลอยู่ที่จักรยาน ไม่ใช่สีเขียว
ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ผูกมัดครูให้ผิด อย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น ถ้าการชงสำนวนสู่ศาลนั้น รัดกุม แล้วภายหลังพอเกิดมีข้อมูลใหม่เพิ่มเติมมา จากการตระเวนสืบหาเองของคุณครู และเพื่อนครู ตำรวจก็อ้างแต่เพียงว่า "หมดหน้าที่ตัวเองแล้ว" เรื่องขึ้นสู่ศาลแล้ว....เวรกรรมจริงๆ
ครูคนหนึ่งที่เป็นครูมา 30 ปี ต้องติดคุกฟรีปีกว่า ครอบครัวเดือดร้อน เป็นหนี้สิน ลูกต้องหยุดเรียน พอได้รับการอภัยโทษออกมา และมีข้อมูลชัดเจนแล้วว่า เธอเป็นแพะ คนผิดตัวจริงมันอยู่ที่มุกดาหาร ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาดันบอกว่า กลับมาเป็นครูได้ แต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอน และคงให้ไปสอนที่อื่น ไม่ใช่ที่โรงเรียนเดิม! อืม..ทำไมล่ะ ก็ในเมื่อโรงเรียนเดิมอยู่ใกล้บ้านครู
วอนไหว้คุณตำรวจ สู้อุตส่าห์โกงสอบเข้ามาเสียเงินคนละ 3 - 4 แสนบาทแล้ว ช่วยผดุงความยุติธรรมอย่างรอบคอบ รัดกุม อย่ามุ่งแต่ปรนเปรอนักร้อง โอนเงินให้ใช้ครั้งละ แสนสองแสน แล้วหล่อนเอาไปให้ทอมใช้อีกที ตัวตำรวจเองก็ไปสั่งอุ้มฆ่าทอม ช่วยกันสร้างภาพลักษณ์เป็นที่พึ่งให้ชาวบ้าน อย่าให้ประชาชนเกลียดกลัวตำรวจ อย่าให้ชาวบ้านร้านค้า ต้องแอบมาร้องเรียนสื่อว่า มีผู้กำกับมาใหม่ อ้าง คสช. "หากิน" เป็นรายเดือน!
เรียบเรียง Amity
ขอบคุณ แฟนเพจเฟซบุ๊ก Kanok Ratwongsakul Fan Page
