- 14 ม.ค. 2560
ติดตามข่าวสารที่ www.Tnew.co.th
ลิเบอร่านสายสิทธิมนุษยชนหน้าแหกไป...เมื่อโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ตอกหน้า "ฮิวแมนไรต์สวอตช์" ระบุรายงานมีแต่ข้อมูลเก่า-พูดความจริงครึ่งเดียว ส่วนดี ๆ ไม่พูดถึง โดยเฉพาะความพยายามส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ฝ่ายไทย อาทิ การดำเนินการตามโรดแมปของรัฐบาลที่มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง...กลับไม่มีในรายงาน
วันนี้ (14 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่ "องค์กรฮิวแมนไรต์สวอตช์" ได้จัดทำและเผยแพร่รายงานประจำปี 2560 โดยได้ระบุถึงสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพของประชาชนในประเทศไทยว่า ฮิวแมนไรต์สวอตช์ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่ใช่รัฐบาลจัดทำรายงานลักษณะดังกล่าวเป็นประจำทุกปี เพื่อสรุปสถานการณ์ภาพรวมด้านสิทธิมนุษยชนของทุกประเทศทั่วโลก โดยสถานการณ์ในประเทศไทยเป็นเพียงส่วนหนึ่งของรายงาน
นายเสข ระบุว่า รัฐบาลไทยรับทราบรายงานดังกล่าวซึ่งโดยภาพรวมเห็นว่าเป็นรายงานที่ขาดความสมดุล โดยข้อมูลที่ใช้ประกอบรายงานเป็นข้อมูลเก่า และไม่ได้คำนึงถึงความคืบหน้าและความพยายามส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ฝ่ายไทยได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม อาทิ การดำเนินการตามโรดแมปของรัฐบาลมีความคืบหน้าตามลำดับ โดยมีเป้าหมายในการนำพาประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง สังคมที่ปรองดอง และบ้านเมืองที่มีเสถียรภาพ ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในระยะที่ 2 ของโรดแมป คือ การปฏิรูปในทุกด้าน เพื่อวางรากฐานที่แข็งแรงและนำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ควบคู่กับการจัดทำและปรับปรุงกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันได้ประกาศใช้แล้วมากกว่า 190 ฉบับ โดยมีจุดประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่สั่งสมมานาน ซึ่งรวมถึงประเด็นความเหลื่อมล้ำและสิทธิมนุษยชน อาทิ ความเท่าเทียมทางเพศ ปัญหาการค้ามนุษย์ การทำประมงผิดกฎหมาย สิทธิแรงงาน ทั้งนี้ การวางรากฐานที่สำคัญเหล่านี้จะเอื้อต่อการก้าวเข้าสู่ระยะที่ 3 คือ การจัดเลือกตั้งตามโรดแมปที่ได้กำหนดไว้ และการสร้างเสถียรภาพทางการเมืองที่ยั่งยืนภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
นายเสข กล่าวอีกว่า ประเทศไทยลงนามในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ (International Convention for Protection of All Persons from Enforced Disappearance – ICPPED) เมื่อปี 2555 และอยู่ระหว่างออกกฎหมายภายในเพื่อเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาดังกล่าว กล่าวคือ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ…. ซึ่งปัจจุบัน ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยังระบุด้วยว่า ในประเด็นผู้หนีภัยการสู้รบจากพม่าภายหลังจากที่พม่ามีพัฒนาการทางการเมืองในเชิงบวก รัฐบาลไทยได้ร่วมมือกับรัฐบาลพม่าและสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ในการอำนวยความสะดวกส่งผู้หนีภัยการสู้รบชาวพม่าจำนวน 71 คนกลับประเทศด้วยความสมัครใจในเดือนตุลาคม 2559 โดยคณะทำงานร่วมซึ่งมีปลัดกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศเป็นประธานร่วมจะพบเพื่อหารือเกี่ยวกับการส่งผู้หนีภัยการสู้รบที่ยังตกค้างอีก 102,000 คนกลับประเทศ ซึ่งยูเอ็นเอชซีอาร์จะให้ความช่วยเหลือในการส่งกลับด้วย ทั้งนี้ กระบวนการดังกล่าวจะช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับทุกฝ่ายเพื่อให้การส่งกลับผู้หนีภัยการสู้รบและการนำผู้หนีภัยการสู้รบกลับคืนสู่สังคมอย่างถาวรเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
"รัฐบาลจะยังคงมุ่งมั่นในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และยึดมั่นการดำเนินการให้สอดคล้องพันธกรณีระหว่างประเทศ เพื่อผลประโยชน์ของสังคมและประชาชนไทยต่อไป" โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ย้ำ
อารมณ์ เคนหล้า สำนักข่าว Tnews
