จับประเด็นร้อน !!! "จตุพร" ลั่นแกนนำนปช.พร้อมเซ็น MOU สร้างความปรองดอง ขณะ "ประวิตร" ยันเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนิรโทษกรรม !

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เตรียมจะเชิญทุกฝ่ายและคู่ขัดแย้งมาพูดคุยหาทางออกขจัดความขัดแย้ง รวมถึงทำข้อตกลงเอ็มโอยูเพื่อยุติความขัดแย้งว่า ที่ผ่านมามีความพยายามสร้างความปรองดองขึ้นอย่างมากมาย แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จเลย เพราะไม่เคยมีใครทำเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นได้จริง หวังว่าในครั้งนี้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.จะทำให้เกิดขึ้นได้จริง ซึ่งตนรวมทั้งแกนนำ นปช.พร้อมจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และพร้อมจะลงนามในเอ็มโอยู เพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้าต่อได้ ทั้งนี้ ถ้า พล.ประวิตรเชิญไปร่วมพูดคุยสร้างความปรองดอง ก็ยินดีไปร่วมพูดคุยพร้อมทั้งจะจัดทำข้อเสนอในเรื่องนี้ไปเสนอถึง พล.อ.ประวิตรอย่างเป็นระบบ บนพื้นฐานของความเสมอภาคและความยุติธรรม โดยจะได้หารือกับแกนนำเพื่อสรุปแนวทางอีกครั้งก่อนนำเสนอต่อไป
          เมื่อถามว่ารัฐบาลดำเนินการในเรื่องนี้ช้าไปหรือไม่ เพราะเหลือเวลาบริหารตามโรดแม็ปประมาณปีเดียว นายจตุพร กล่าวว่า ก็ยังดีกว่าไม่เริ่มลงมือทำอะไรเลย

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม  กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ว่า ในเรื่องความปรองดองนั้นจะพิจารณาตั้งคณะกรรมการฯในวันนี้ (16 มกราคม) ให้แล้วเสร็จ  ซึ่งทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอขา นายกรัฐมนตรี  และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายให้ตนเข้ามาดูแลการสร้างความปรองดอง โดยให้ทุกพรรคการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมในการพูดคุย พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นว่าจะสร้างความปรองดองในสังคมไทยได้อย่างไร ทั้งนี้การปรองดองไม่ใช่เป็นเรื่องของพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่ประชาชนที่เข้าไปสังกัดพรรคการเมือง และมีแนวความคิดต่างๆก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นได้
          "เรื่องเหล่านี้ ผมย้ำว่าไม่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ ไม่เกี่ยวกับการอภัยโทษ และนิรโทษกรรม แต่เป็นเรื่องการสร้างข้อตกลงร่วมกัน เช่นใน หมู่บ้านจะอยู่ร่วมกัน และตกลงกันว่าการใช้น้ำ ทางทิศเหนือใช้วันจันทร์ ทางด้านทิศใต้ใช้วันอังคาร อย่างงี้เรียกว่าเป็นการตกลงร่วมกัน ซึ่งไม่ใช่การขัดกฎหมาย และผมก็ไม่ได้ตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมาเอง แต่เป็นข้อตกลงที่ทุกฝ่ายยอมรับ เพื่อสร้างความปรองดองของคนในประเทศต่อไปในอนาคต" พล.อ.ประวิตร กล่าว
          เมื่อถามว่าจะต้องให้ทุกฝ่ายลงนามเอ็มโอยูร่วมกัน หรือไม่ รองนายกฯประวิตร กล่าวว่า ถูกต้อง ซึ่งต้องให้ทุกฝ่ายพึงพอใจ และสามารถอยู่ร่วมกันได้ พร้อมทั้งย้ำว่าไม่ใช่เรื่องกฎหมาย อดีตก็เป็นเรื่องอดีต คงไม่เกี่ยวกัน

เมื่อถามต่ออีกว่า จะทำเอ็มโอยูห้ามพรรคการเมืองนำประชาชนเข้าร่วมชุมนุมด้วย หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้มี พ.ร.บ.ชุมนุมในพื้นที่สาธารณะ พ.ศ.2559 บังคับใช้อยู่ ถ้าจะชุมนุมก็สามารถขออนุญาตได้ ดังนั้นเรื่องนี้ไม่เป็นอะไร
          พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า สำหรับรูปแบบการสร้างความปรองดองนั้น จะมีตัวแทนพรรคการเมืองแต่ละพรรค มาแสดงความคิดเห็น และเสนอแนะ โดยเราจะที่ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นผู้ใหญ่ ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายกฎหมาย นักวิชาการ และผู้ที่เกี่ยวข้องมารับฟัง พร้อมรวบรวมประเด็นทั้งหมด เพื่อเขียนเป็นกติกา และจะมาชี้แจงให้พรรคการเมือง และทุกๆฝ่ายรับทราบ ซึ่งกติกาข้อใดที่ไม่เห็นด้วยก็สามารถหารือกันได้
          เมื่อถามว่าทางคสช.จะแก้คำสั่งปลดล็อคเพื่อให้นักการเมือง สามารถประชุมพรรคด้วย หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่จำเป็นปลดล็อคนักการเมือง เพราะตน และคสช. อยู่ในส่วนการพูดคุย
          ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าการสร้างความปรองดอง เพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน ทางทหารจะทำอย่างไร เพราะว่าในอดีตทหารก็เป็นคู่ขัดแย้งทางการเมือง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า นั่นเป็นการโจมตีกองทัพ ซึ่งกองทัพไม่เคยโจมตีใคร และกองทัพไม่เคยมีศัตรู อีกทั้งตนไม่เคยขัดแย้งกับใคร เพียงแค่นักข่าวขัดแย้งกับตน แต่ตนไม่ขัดแย้งกับนักข่าว เมื่อนักข่าวถามตนก็เป็นประเด็น

 

 

เรียบเรียง บุญชัย