- 16 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวกรณีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาเปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมปรับระบบการบริหารราชการครั้งใหญ่ ใช้วิธีการสรรหาผู้ว่าราชการจังหวัดใหม่ โดยระบบเดิมกระทรวงมหาดไทยจะเป็นฝ่ายเปิดสอบคัดเลือกแล้วเลื่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “ ตนไม่ทราบ สื่อเอาข่าวมาจากไหน แต่รองนายกรัฐมนตรี ได้หารือกับตนเมื่อเช้าที่ผ่านมาว่า เนื่องจากการพัฒนาในเรื่องเศรษฐกิจมีหลายจังหวัดที่จำเป็นต้องมีการคัดเลือกผู้ว่าราชการจังหวัดที่เหมาะสม เพราะต่อไปจะต้องมีการไปดูแลงบประมาณที่จะลงไปแต่ละพื้นที่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่นั้นจะต้องเก่ง โดยเฉพาะพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงเพียงเท่านี้ ไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องการคัดเลือกแต่อย่างใด ตนทราบเพียงเท่านี้ ส่วนนายกรัฐมนตรียังไม่เคยพูด
ทั้งนี้ถามว่า เบื้องต้นจะมีกี่จังหวัดที่จะเข้าข่ายใช้วิธีการคัดเลือกดังกล่าว พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า “ ยังไม่มีทั้งสิ้น ผมเรียนไปเท่าที่ผมเรียนทั้งหมด ท่านจะไปพูดให้มันมีอะไร ผมไม่พูดต่อ ไปเขียนเอาเองแล้วกัน ท่านรองนายกฯพูดกับผมเท่านี้ ผมก็ไม่มีแนวคิดอะไรพิเศษ นายกฯก็ยังไม่ได้พูดอะไร ความจริงมีเพียงเท่านี้ ท่านอยากจะเขียนนิยายก็เขียนกันเองได้เลย ” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว
ขณะที่ นายกฤษฏา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวกรณีเดียวกันที่นายสมคิด ออกมาระบุ รัฐบาลเตรียมปรับระบบการบริหารราชการครั้งใหญ่ ใช้วิธีการสรรหาผู้ว่าราชการจังหวัดใหม่ ที่ระบบเดิมทางกระทรวงมหาดไทยจะเป็นฝ่ายเปิดสอบคัดเลือกแล้วเลื่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง โดยเห็นว่า นโยบายการพัฒนาในส่วนภูมิภาคตามนโยบายของรัฐบาลจำเป็นต้องมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นนักบริหารมืออาชีพ หนุนปฏิรูปประเทศว่า เรื่องดังกล่าวเป็นอำนาจของ พล.อ.อนุพงษ์ ส่วนการเปลี่ยนมาใช้วิธีการดังกล่าวจะส่งผลดีหรือผลเสียอย่างไรนั้น ตนก็ยังไม่ทราบในรายละเอียด แล้วไม่ทราบว่า วิธีพิเศษสรรหาเป็นอย่างไร
“ ผมขอให้ออกมาเป็นมติของคณะรัฐมนตรีมาก่อน ขณะเดียวกันก็ต้องยึดตามกฎหมาย และกฎหมายระเบียบ ก.พ.ที่มีอยู่มาใช้ประกอบการดำเนินการ ส่วนบุคคลที่จะสรรหาด้วยวิธีพิเศษจะยังเป็นข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยอยู่หรือไม่ ผมก็ยังไม่ทราบ ” ปลัด มท. กล่าว
ก่อนหน้านี้นายสมคิด เปิดเผยว่ารัฐบาลได้เพิ่มงบลงทุนในระดับจังหวัดในจำนวนที่มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จะต้องนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด โดยอาจใช้วิธีพิเศษ เพื่อให้ได้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นนักบริหารมืออาชีพ โดยแนวคิดในเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เห็นด้วยแล้ว “ นายกรัฐมนตรี เห็นด้วยกับแนวความคิดนี้แล้ว ซึ่งจะนำไปสู่การปรับระบบการคัดเลือกผู้ว่าราชการจังหวัดใหม่ โดยเฉพาะในจังหวัดใหญ่ๆเพื่อให้สอดคล้องกับภาระกิจการพัฒนาที่เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่จังหวัดมีงบพัฒนาระดับไม่กี่ร้อยล้านบาท เป็นระดับพันล้านบาทขึ้นไป จำเป็นต้องได้ผู้ว่าที่เป็นนักบริหารมืออาชีพ ”
โดยในอนาคต การดำรงตำแหน่งของผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ใช่อยู่ในตำแหน่งแค่ 1 -2 ปี แต่จะต้องอยู่ยาวนานขึ้น 4-5 ปี เพื่อให้การพัฒนาภายในจังหวัดมีความต่อเนื่อง และ ส่วนตัวผู้ว่าราชการจังหวัด ก็ควรมีอายุในระดับ 50 ปีต้นๆและเมื่อจะมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง จะต้องมีแนวทางการพัฒนาจังหวัดนั้นที่ชัดเจน โดยเฉพาะในจังหวัดขนาดใหญ่อย่างเชียงใหม่ หรือภูเก็ต
“ การเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดสรรงบประมาณ ที่ไปลงสู่จังหวัดมากขึ้น จำเป็นที่เราจะต้องได้คนที่เก่ง เป็นนักบริหารที่แท้จริง เพื่อสามารถเป็นผู้นำของกลุ่มจังหวัดได้ ดังนั้นแนวทางนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของประเทศ ” นายสมคิด กล่าว
เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์
