- 16 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
จากกรณีสำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ได้รายงานเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทยและใกล้เคียงล่าสุด พบว่า เวลาประมาณ 15.35 น. ตามเวลาในประเทศไทย เกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.2 แมกนิจูด ในระดับความลึก 4 กิโลเมตร พิกัดละติจูด 18.56 ลองติจูด 98.52 บริเวณบ้านห้วยทราย ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ แม้ว่าเบื้องต้นจะยังไม่มีรายงานการรับความเสียหายแต่อย่างใด ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น (อ่านข่าว : แรงขึ้นทุกขณะ..จนน่าเป็นห่วง?? ด่วนๆ..แผ่นดินไหวเชียงใหม่ขนาด 4.2 รับรู้ปฏิกริยาสั่นสะเทือนได้ในหลายอำเภอ !!?!!)
ล่าสุด รศ.ดร.สัมพันธ์ สิงหราชวราพันธ์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว เปิดเผยว่า การที่จังหวัดเชียงใหม่เกิดแผ่นดินไหวถี่ตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2559 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากเชียงใหม่มีสภาพทางธรณีวิทยาที่เป็นแอ่ง มีภูเขาล้อมรอบและภายในแอ่งที่มีภูเขาล้อมรอบนี้มีรอยเลื่อน ที่ซ่อนอยู่มองไม่เห็นและไม่ปรากฏในแผนที่อยู่หลายรอย การเลื่อนตัวของรอยเลื่อนที่มองไม่เห็นนี้อาจทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนได้ถึงขนาด 5 ได้
(ภาพจากแผนที่ดาวเทียม อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่)
ซึ่งความแรงดังกล่าวนี้จะไม่ส่งกระทบให้เกิดการพังทลายของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เพียงแต่สร้างการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้เท่านั้น และรอยเลื่อนที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหวถี่ในช่วงนี้ที่จังหวัดเชียงใหม่ไม่ได้เกิดจากรอยเลื่อนหลักๆ เช่นรอยเลื่อนแม่ทา รอยเลื่อนแม่จัน รอยเลื่อนแม่ลาว หรือรอยเลื่อนพะเยา โดยรอยเลื่อนหลักๆ นี้ยังคงมีพลังงานอยู่ซึ่งเคยทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6 สร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงรายมาแล้ว และเป็นรอยเลื่อนที่ยังต้องเฝ้าระวังอยู่ว่าอาจจะมีการปล่อยพลังงานออกมา
(ภาพจากแผนที่ดาวเทียม อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่)
อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.สัมพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนในพื้นที่ไม่ควรตระหนกกันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เนื่องจากเป็นเพียงรอยเลื่อนที่มองไม่เห็น ไม่ได้เกิดจากรอยเลื่อนหลัก ถือเป็นปกติของการเกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็ก ที่รอยเลื่อนมีการปล่อยพลังงานออกมาเชื่อว่าจะไม่สร้างความเสียหายให้กับอาคาร บ้านเรือน และคาดว่าการปล่อยพลังงานออกมาไม่น่าจะถึงขนาด 6 อย่างแน่นอน
ด้านนายปิยะชีพ วัชโรบล นักวิชาการอิสระด้านภัยพิบัติ กล่าวว่า การเกิดแผ่นดินไหววัดได้ขนาด 1-4 ที่เชียงใหม่มาต่อเนื่องนั้น เป็นการปล่อยพลังงานของรอยเลื่อนที่อยู่ลึกลงไปใต้ดิน ซึ่งไม่ใช่รอยเลื่อนหลักที่มีอยู่เดิม เชื่อว่าเป็นการส่งสัญญาณเตือนให้ระวังการเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ คาดว่าในระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ. - 16 มี.ค. นี้อาจจะมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6.5 ได้ในพื้นที่ภาคเหนือ ให้เฝ้าระวังที่ อ.จอมทอง อ.แม่วาง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เป็นหลัก โดยให้สังเกตสภาพอากาศก่อนจะเกิดแผ่นดินไหว จะมีอากาศที่ร้อนจัด เมฆเป็นปุยฝอยคล้ายขนแกะและท้องฟ้าเป็นสีรุ้ง สัตว์มีอาการตื่นตกใจ หากเกิดเหตุการณ์นี้พร้อมๆ กัน เชื่อว่าจะเกิดแผ่นดินไหวภายใน 6 -12 ชั่วโมง
ทั้งนี้ หลังจากสำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ได้รายงานเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวานที่ผ่านมา ทางสำนักงาน ปภ. เชียงใหม่ ได้มีการเตรียมพร้อมและเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา และเตรียมกำหนดอบรมให้ความรู้เรื่องแผ่นดินไหวในพื้นที่อำเภอกลุ่มเป้าหมาย โดยเชิญ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เพื่อรับการอบรมเผยแพร่ความรู้การเตรียมตัวและปฏิบัติตนเมื่อเกิดแผ่นดินไหวอีกด้วย.
เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณ สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา
