- 16 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
สวัสดีครับแฟนข่าวทีนิวส์ วันนี้วันที่ 16 ม.ค. 2560 ถือเป็นข่าวช็อกโลกและน่าตกใจเป็นอย่างยิ่งล่ะครับ สำหรับรายงานข่าวของสำนักข่าวดังทั่วโลก อย่าง AFP, CNN และ BBC ที่รายงานว่ามีรายงานขององค์กรการกุศลที่ชื่อ อ๊อกซ์แฟม ประเทศอังกฤษ ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่าทรัพย์สินส่วนบุคคลของมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลก 8 คน มีมูลค่ารวมกันแล้วเท่ากับทรัพย์สินของคน 3,600 ล้านคนที่จนที่สุด ซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของประชากรโลก มหาเศรษฐีดังกล่าวก็เป็นนักธุรกิจชาวอเมริกัน 6 คน ชาวสเปน 1 คน ชาวเม็กซิโก 1 คน จากการจัดอันดับโดยนิตยสารฟ็อกซ์ ซึ่งเป็นนิตยสารชื่อดังจัดสถิติความรวยและความจนให้คนทั้งโลกได้รับรู้นี่แหละครับ
ทั้ง 8 คนนั้น ประกอบไปด้วย บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์, อามานซิโอ ออร์เตกา ผู้ก่อตั้งแบรนด์เสื้อผ้าซาร่า ซึ่งคนไทยเรารู้จักกันดี, วอร์เรน บัฟเฟตต์ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ เบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์, คาร์ลอส สลิม เฮลู เจ้าของกลุ่มบริษัท กรูโป คาร์โซ, เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารของอะเมซอน, มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก คนนี้เรารู้จักกันดีครับ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหารของเฟซบุ๊ก, ลาร์รี เอลลิสัน ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหารของออราเคิล และ ไมเคิล บลูมเบิร์ก เจ้าของสื่อยักษ์ใหญ่บลูมเบิร์ก โดยทั้งหมดนี้ มีทรัพย์สินรวมกัน 426,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 15ล้านล้านบาท อ๊อกซ์แฟมชี้ให้เห็นว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างช่องว่างที่ใหญ่โตมโหฬารระหว่างคนรวยและคนจน และนี่จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อความไม่พอใจต่อการเมืองกระแสหลักในทั่วโลกเพิ่มขึ้นหรือไม่ ก็ต้องติดตามล่ะครับ
เมื่อปีที่แล้ว ทรัพย์สินของคนยากคนจน 50% ของโลกเท่ากับทรัพย์สินของมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลก 6 คนรวมกัน แต่ปีนี้ลดเหลือ 8 คนเท่านั้นครับ ปัญหาเหล่านี้ในการประชุมเวทีโลกระดับต่างๆ ได้มีความพยายามในการที่จะลดช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน แต่ท้ายที่สุดผลไม่ได้เป็นเหมือนอย่างที่คิด ยิ่งนับวันช่องว่างระหว่างคนจนและคนรวยก็ยิ่งห่างออกไปทุกที และนี่ล่ะครับความเป็นจริงของระบอบประชาธิปไตยภายใต้ลัทธิทุนนิยม มือใครยาวสาวได้สาวเอา ความเท่าเทียมไม่เคยมีอยู่จริง มีเพียงคนรวยเท่านั้นที่จะมีโอกาสในสังคมมากกว่าคนจน ความเอื้อเฟื้อความเอื้ออาทรไม่มี ทุกอย่างอยู่ที่กำไรและผลประโยชน์สูงสุดที่เจ้าของธุรกิจจะได้เท่านั้น คนไทยควรจะได้ตระหนักต่อมูลเหล่านี้ และควรอย่างยิ่งที่จะเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง.
เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณ แฟนข่าวทีนิวส์กับสนธิญาณ
