- 18 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
กรณีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี อดีตข้าราชการครูโรงเรียนบ้านม่วงไข่ประชาราษฎร์สงเคราะห์ ต.ด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ถูกกล่าวหาขับรถชนคนเสียชีวิต เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม เมื่อปี 2548
( คลิกอ่านข่าวเกี่ยวข้อง หลักฐานนี้ส่อเลศนัย!!! ครอบครัว "พ่อเหลือ" ถูกรถชนเสียชีวิตปี 48 เปิดเอกสารสำคัญ ปี 56 ตัวแทนอ้างชื่อ "ครูจอมทรัพย์" มาเจรจาเร่งเคลียร์คดี เพราะจะเปลี่ยนชื่อคนรับผิดแทน ??
กระทั่งศาลพิพากษาให้จำคุกเมื่อปี 2556 เป็นเวลา 3 ปี 2 เดือน และได้รับอภัยโทษออกมาเมื่อปี 2558 รวมเวลาจำคุก 1 ปี 6 เดือน จากนั้นได้เข้าร้องเรียนต่อกระทรวงยุติธรรมในการรื้อคดีขึ้นมาใหม่ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ จากการตรวจสอบพบว่านางจอมทรัพย์ไม่ได้กระทำความผิดจริง ต่อมาผู้กระทำผิดตัวจริงได้ออกมายอมรับและสารภาพ ล่าสุดอยู่ระหว่างรอคำสั่งศาลเพื่อสั่งฟื้นคดี เพื่อล้างมลทินให้กับนางจอมทรัพย์
ความเคลื่อนไหวบนเฟซบุ๊ก Kanok Ratwongsakul Fan Page ของกนก รัตน์วงศ์สกุล ได้เเสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีนี้ ระบุข้อความ "
คดีนี้เดิมพันสูงขึ้น! หลังจากครูจอมทรัพย์ติดคุก 1 ปี 6 เดือน ในความผิดที่ตัวเองไม่ได้ทำ แต่ตำรวจชงเรื่องขึ้นศาลฟ้องจนครูติดคุก ที่สังคมเรียกกันว่าแพะ! และครูกับเพื่อนครู ช่วยกันหาความจริง จนพบคนผิดและรถคันที่ก่อเหตุตัวจริง นำเรื่องไปขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษช่วย จนนำมาซึ่งการเปิดศาลรื้อฟื้นคดีใหม่ ล่าสุด! ตำรวจหลายคน ระดับนายตำรวจทั้งสิ้น ยืนยันว่า ตำรวจทำถูกต้องตามขั้นตอนแล้ว และมีการจ้างวานคนอื่นมารับสารภาพแทน
นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ออกมาเปิดเผยสอดคล้องกับตำรวจ ยืนยันด้วยว่า มีพยานสำคัญที่เคยจะถูกจ้างให้มาเป็นคนผิด ค่าตัว 2 แสนบาท แต่คนนี้ขับรถไม่เป็น แผนจึงล้มเลิก นายอัฉริยะ มั่นใจว่า รถทะเบียน บค 56 สกลนคร ของครูนั้นถูกขับไปชนคนตายจริงๆ แต่..ครูจอมทรัพย์ อาจไม่ใช่คนขับ! ส่วนใครเป็นคนขับนั้น ต้องไปถามครูเอง (คุณอัจฉริยะเชื่อว่า เป็นคนใกล้ชิดครู)
ที่ผ่านมา ข่าวที่ว่า ครูบ้านแตก สามีไปมีแฟนใหม่ ลูกไม่ได้เรียนหนังสือ...ไม่เป็นความจริง สามียังอยู่กินกับครู เป็น ผอ.ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดสกลนคร ส่วนลูกก็เรียนถึงระดับปริญญาแล้ว มีลูกชายคนโตเสียชีวิตจริง
เพจเฟซบุ๊คชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ถึงกับออกแถลงการณ์ ขอเดิมพันในคดีนี้ หากคดีครูจอมทรัพย์ เป็นแพะจริง ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยินดีให้ครู ฟ้องทั้งอาญาและแพ่งได้ทันทีทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ "ถ้านางจอมทรัพย์แจ้งความเท็จ และเป็นผู้ที่ทำผิดจริง ก็อาจจะต้องฟ้องกลับ ฐานทำให้ตำรวจเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ถ้าพนักงานสอบสวนทำสำนวนผิดจริง (ครูเป็นแพะ) ก็จะมีการเยียวยาตามกฏหมาย..
เรามาจับตาดูคดีนี้กันว่า..
1.) ครูเป็นแพะ คนอื่นขับรถกระบะคันอื่นมาชน
2.) ครูเป็นแพะ มี "คนใกล้ชิด" ขับรถกระบะของครูชน
3.) ครูเป็นแพะ มี "คนใกล้ชิด" ขับรถกระบะของครูชน และมีการจ้างวานคนอื่นมารับผิด เพื่อหวังเงินเยียวยา และช่วยคนใกล้ชิดให้พ้นผิด
4.) ครูขับรถชนเอง และมีการจ้างวานคนอื่นมารับผิด
คดีนี้..ถ้ามีการจ้างวานคนอื่นมารับผิดแทน แล้วครูจอมทรัพย์เกี่ยวข้องด้วย เพื่อจะช่วยใครสักคน หรือจะหวังเงินเยียวยา อย่างไรก็ตามคงต้องมีการติดคุกอีกรอบแน่ๆ และจะดึงคนอื่นไปติดคุกด้วย กลายเป็นข่าวใหญ่ที่พลิกล็อกสนั่นหวั่นไหว ถ้าคดี..ออกมาทำนองนี้จริงๆ ครูเป็นทั้งแพะ และแกะ คือเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ไม่ได้ขับรถชนใครตาย แต่ก็เป็นเด็กเลี้ยงแกะ สร้างเรื่องว่าคนอื่นทำ เพื่อช่วยคนใกล้ชิด แบบนี้ตำรวจจะรับผิดชอบไหม?
ผมว่า ถ้าเพียงแค่ ครูเป็นแพะ ตำรวจก็ควรจะรับผิดชอบแล้ว เพราะถือว่า ปล่อยคนผิดลอยนวล แล้วจับคนไม่ผิดไปติดคุก ซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายแรงที่ไม่ควรให้เกิดขึ้นในกระบวนการยุติธรรม...คุณตำรวจระดับบิ๊กๆทั้งหลาย จะรับผิดชอบอย่างไร?
ตอบครับ! อย่าบอกเพียงว่า ก็เยียวยาไปตามกฏหมาย จะกล้าเดิมพันมั๊ย่วา นายตำรวจทุกคนที่ออกมาแถลงข่าว จะลาออกจากชีวิตราชการทันที จะไม่สู้หน้าเป็นตำรวจอีกต่อไป?
ขอบคุณที่มา: เฟซบุ๊ก Kanok Ratwongsakul Fan Page
เรียบเรียง : มนันยา สนข.ทีนิวส์
