- 18 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
จากกรณี นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สกลนคร ภายหลังถูกศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี 2 เดือน ในคดีขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต เหตุเกิดเมื่อปี 2548 และถูกจำคุกตั้งแต่เมื่อปี 56 ก่อนได้รับอภัยโทษออกมาเมื่อปี 2558 ก่อนจะมีการรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ เนื่องจากเป็นการจับผู้ต้องหาผิดตัวและสุดท้ายสามารถติดตามผู้ต้องหาตัวจริงมาได้ เหตุทั้งหมดเกิดจากตำรวจจับผิดตัวจำทะเบียนรถคลาดเคลื่อน เป็นผลทำให้นางจอมทรัพย์ถูกจำคุกฟรีทั้งที่ไม่ได้มีความผิดอะไร จึงยื่นขอความช่วยเหลือหวังได้รับความยุติธรรมจากผลการกระทำผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ตำรวจกับกระทรวงยุติธรรม
ล่าสุด พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้ากรณีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครู ร้องทุกข์ขอยื่นรื้อฟื้นคดีใหม่ตาม พ.ร.บ.คดีอาญาการรื้อฟื้นคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ ว่า หลังจากพยานฝ่าย นางจอมทรัพย์ เข้าใจผิดว่าได้มีการเบิกความในชั้นไต่สวนกรณีรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่แล้วจึงเกิดเหตุคลาดเคลื่อน เมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่ยืนยันวันที่ 8-10 ก.พ. มีความพร้อมอย่างแน่นอน โดยจะนำพยานสำคัญ 3 ปากและวัตถุพยานใหม่ที่ไม่เคยเบิกความในชั้นศาลมาก่อน ทำให้ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เพราะอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแต่มั่นใจว่าสามารถทำให้ศาลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาได้
โดย พยานหลักฐานใหม่ได้มาจากการลงพื้นที่และมีบางส่วนสอดคล้องกับ ครูจอมทรัพย์ ที่หาไว้ได้ก่อนหน้านี้ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเข้าไปตรวจสอบพบความน่าเชื่อถือจึงทำให้ศาลมีการรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ ซึ่งหากพิสูจน์ได้ว่า นางจอมทรัพย์ ไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดจริง ทางกระทรวงยุติธรรมโดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ก็พร้อมเยียวยาตามสิทธิ ส่วนการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตัวจริง ให้เป็นขั้นตอนของกฎหมาย หากคดียังไม่หมดอายุความก็ต้องดำเนินคดีนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง.
สามารถรับชมคลิปได้ที่นี่
แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น ได้มีการเปิดเผยจาก นางแพงสี พ่อบำรุง อายุ 60 ปี ชาวบ้านพระซอง ต.พระซอง อ.นาแก จ.นครพนม ลูกสาวของ นายเหลือ พ่อบำรุง อายุ 75 ปี ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ที่เกี่ยวกับคดีนางจอมทรัพย์ ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีครูแพะ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุพ่อเสียชีวิต ไม่มีใครมาติดต่อสอบถาม นอกจากตำรวจที่ทำคดี ส่วนผู้ก่อเหตุไม่เคยมีใครมาติดต่อ และไม่รู้ว่าเป็นใคร จนสิ้นหวังว่าคงไม่ได้ตัวแล้ว ตั้งแต่ปี 2548 จนกระทั่งปี 2556 มีบุคคลอ้างว่าเป็นตัวแทนของ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ที่ตกเป็นผู้ต้องหา มาเจรจาไกล่เกลี่ย ชดใช้ค่าเสียหาย พร้อมระบุว่า จะขอชดใช้ค่าเสียหาย แต่ไม่ได้ทำผิด จะมีคนก่อเหตุมารับผิดแทน แต่อยากให้ตนและญาติไม่ติดใจเอาความ พร้อมลงชื่อทำสัญญาในเอกสารไว้
เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์
