เขาจะมาทำร้ายผมทำไม!!! ถอดรหัสคำ“ชาญชัย”ครั้งถูกลอบสังหาร การเมืองไทยยุคตุลาการภิวัฒน์ ย้อน เสียงโฟนอิน“ทักษิณ”คนอยู่เบื้องหลังรัฐประหาร49??

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

       ในช่วงเป็นประธานศาลฏีกา ชาญชัย ลิขิตจิตถะ ได้เข้ามามีบทบาทในการแก้ไขวิกฤตการเมือง อันเนื่องจากการเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2549 และกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชุดที่ 2 ที่มี พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ เป็นประธาน ก่อนที่จะเกิดการรัฐประหาร ซึ่งหลังเหตุการณ์ยึดอำนาจ ปี2549 ถูกเลือกให้เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ แต่ภายหลังจากที่พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว นายชาญชัย ได้ยื่นหนังสือถึงประธานศาลฎีกา เพื่อขอกลับรับราชการเป็นผู้พิพากษาอาวุโส ต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นองคมนตรีเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2550 จนถึงปัจจุบันก่อนจะเสียชีวิตในช่วงเช้าวันนี้ (18 ม.ค.60) และยังเป็น 1 ใน 3 องคมนตรีที่ถูกตั้งเป้าลอบสังหารด้วย

 

       กล่าวสำหรับคดีลอบสังหารนายชาญชัย มีความอุกฉกรรจ์เป็นอย่างมาก เพราะเป้าหมายของการสังหารไม่ใช่คนธรรมดา หากแต่เป็นถึงองคมนตรี อดีตประธานศาลฎีกาและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเลยทีเดียว ซึ่งเบื้องหลังของคดีนี้เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายซึ่งเป็นหนึ่งในทีมสังหารว่า ได้รับการว่าจ้างให้สังหารบุคคลสำคัญ โดยได้รับรูปถ่าย บ้านเลขที่และหมายเลขทะเบียนรถไว้ แต่หลังจากที่ทีมสังหารรายนี้ไปสืบเสาะแสวงหาความจริงเพิ่มเติมก็พบว่า เป้าหมายของเขาคือ นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี อดีตประธานศาลฎีกาและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จึงทำให้เปลี่ยนใจและนำความมาแจ้งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เขาจะมาทำร้ายผมทำไม!!! ถอดรหัสคำ“ชาญชัย”ครั้งถูกลอบสังหาร การเมืองไทยยุคตุลาการภิวัฒน์ ย้อน เสียงโฟนอิน“ทักษิณ”คนอยู่เบื้องหลังรัฐประหาร49??

       โดยทันทีที่ทราบเรื่อง ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และกองปราบปรามได้จัดกำลังอารักขา ทั้งที่บ้านของนายชาญชัยซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 109/16 ซอยสุขสวัสดิ์66 ถนนสุขสวัสดิ์ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ รวมทั้งการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ทันที ขณะเดียวกันก็ได้ระดมเจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อดักซุ่มจับกุมคนร้าย กระทั่งค่ำวันที่ 6 เมษายน 2552 เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถรวบตัวนายภานุพงศ์ รัตนาไพบูลย์หรือกอล์ฟ อายุ 32 ปี คนขี่รถจักรยานยนต์ นายศักดิ์ชาย แซ่ลิ้ม หรือแบงค์ อายุ 27 ปี มือปืน ขณะที่รถจักรยานยนต์ดูลาดเลาหน้าบ้านนายชาญชัยเพื่อเตรียมลงมือ ก่อนที่จะตามไปจับกุมนายคมิก สุขกาญจนกาศ หรือ จ่าเหน่งอายุ 32 ปี คนชี้เป้าและติดต่อมือปืน

      

       ทั้งนี้ ในการจับกุม 3 ทีมสังหารดังกล่าว ผู้ต้องหาได้ซัดทอดว่ามีทหารกลุ่มหนึ่งอยู่เบื้องหลังการลอบสังหาร เพื่อทำให้สถานการณ์บ้านเมืองวุ่นวาย ซึ่งสอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ของ นายชาญชัยที่ระบุว่า “ที่ผ่านมาไม่เคยระวังตัวเพราะไม่มีศัตรู แต่ก็รู้สึกผิดสังเกตว่าหลังจากไปรับปริญญาดุษฎีบัณฑิตที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี แล้วกลับมาบ้านพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเฝ้าดูแลความปลอดภัยมากผิดปกติ เมื่อสอบถามทางตำรวจบอกว่าช่วงนี้มีสถานการณ์การชุมนุมจึงต้องมาป้องกันไว้ก่อน จนมาเป็นข่าวการจับกุมกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ซึ่งตำรวจก็เข้ามาสอบถามว่าผมมีศัตรูหรือไม่ ซึ่งผมก็ตอบไปว่าไม่เคยมีปัญหากับใครและไม่ทราบว่าเขาจะมาทำร้ายผมทำไม ”

เขาจะมาทำร้ายผมทำไม!!! ถอดรหัสคำ“ชาญชัย”ครั้งถูกลอบสังหาร การเมืองไทยยุคตุลาการภิวัฒน์ ย้อน เสียงโฟนอิน“ทักษิณ”คนอยู่เบื้องหลังรัฐประหาร49??

 

       ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขยายผลการจับกุม พ.ต.เทียนชัย เมืองจันทึก หรือผู้พันอ๊อด อายุ 45 ปี นายทหารบรรณารักษ์ประจำศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้ากองทัพบก ผู้จ้างวาน จากนั้นได้ติดตามจับกุมนายสุชาติ ทิพย์มณีหรือแจ็ก อายุ 25 ปี กับ พ.จ.อ.สุกรี ขาวผ่อง อายุ 52 ปี สังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ(ศรภ.) กองบัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งก็ได้มีการซัดทอดต่อไปยัง “พ.อ.สกล พันธุ์หงส์” อายุ 61 ปี อดีตนายทหารกองปราบปรามการก่อการร้าย ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ว่าเป็นจอมบงการ ซึ่งเมื่อจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 6 คนได้ ตำรวจก็ได้สรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ ในข้อหาจ้างวานฆ่าหรือพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองเอาไว้ก่อนและ พ.ร.บ.อาวุธปืน โดยมี นายภานุพงศ์ รัตนาไพบูลย์ เป็นจำเลยที่ 1 นายศักดิ์ชาย แซ่ลิ้มเป็นจำเลยที่ 2 นายคมิก สุขกาญจนกาศ เป็นจำเลยที่ 3 พ.ต.เทียนชัย เมืองจันทึกเป็นจำเลยที่ 4 นายสุชาติ ทิพย์มณีเป็นจำเลยที่ 5 และพ.จ.อ.สุกรี ขาวผ่องเป็นจำเลยที่ 6

      

       ทั้งนี้ อัยการได้บรรยายฟ้องเอาไว้ว่า เมื่อระหว่างเดือน ม.ค.2552- 5 เม.ย.2552 เวลากลางวัน จำเลยที่ 3, 4, 5, และ จำเลยที่ 6 ได้ร่วมกับ พ.อ.สกล พันธุ์หงษ์ ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี ร่วมกันก่อเหตุให้ผู้อื่นกระทำความผิดด้วยการใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดย พ.อ.สกล เป็นผู้บงการ ใช้จ้างวาน จำเลยที่ 6 ให้จัดหาบุคคลไปฆ่านายชาญชัย ผู้เสียหาย ให้ค่าจ้าง 1.5 ล้านบาท ซึ่งจำเลยที่ 6 ได้ใช้จ้างวานจำเลยที่ 5 และมีการว่าจ้างต่อกันเป็นทอดๆ กระทั่งจำเลยที่ 3 จ้างวานจำเลยที่ 1 และ จำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ร่วมกันจัดหาอาวุธปืน .38 พร้อมเครื่องกระสุน ส่วนจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ร่วมกันจัดหารถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนของกลาง

เขาจะมาทำร้ายผมทำไม!!! ถอดรหัสคำ“ชาญชัย”ครั้งถูกลอบสังหาร การเมืองไทยยุคตุลาการภิวัฒน์ ย้อน เสียงโฟนอิน“ทักษิณ”คนอยู่เบื้องหลังรัฐประหาร49??

       โดยหลังเกิดเหตุตำรวจจับจำเลยทั้ง 6 ได้พร้อมยึดปืน .38 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน 10 นัด กระเป๋าสีดำที่ใช้ซุกซ่อนอาวุธปืน โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง ที่จำเลยที่ 1-จำเลยที่ 4 ใช้ติดต่อกัน และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง ที่จำเลยที่ 6 ใช้เป็นอุปกรณ์ติดต่อ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 371, 32, 33, 80, 83, 84, 91 พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ศ.2490 จำเลยทั้ง 6 ให้การปฏิเสธ สำหรับบทลงโทษนั้น ศาลมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2553 โดยจำเลยมีทั้งข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง กระทำผิดด้วยการฆ่าผู้เสียหายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่การกระทำของผู้ถูกใช้ยังอยู่ในขั้นตระเตรียม ซึ่งโทษสูงสุดคือจำคุกเป็นเวลา 25 ปี แต่คำให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 16 ปี 8 เดือน

 

       บทบาทสำคัญอีกประการในทางการเมืองขณะดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา ซึ่งนายชาญชัย ถือว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขวิฤตการเมืองในขณะนั้น โดยในวันที่ 28 เม.ย. ได้เป็นประธานการประชุมร่วมกับคณะตุลาการทั้งสามศาล (ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ) หาทางออกทางการเมืองหลังจากที่มีการร้องให้การเลือกตั้งวันที่ 2 เม.ย. 2559 เป็นโมฆะ และได้ข้อสรุป 3 ข้อจากการประชุม อันนำมาให้มีคำสั่งให้ระงับการเลือก ตั้ง สส.ใน จ.ชุมพร,ตรัง,นครศรีธรรมราช,ปัตตานี,พังงา,พัทลุง,ภูเก็ต,สงขลา และสุราษฎร์ธานี รวม 9 จังหวัด 14 เขต ที่จะมีขึ้นในวันที่ 29 เมษายน 2549 เป็นการชั่วคราว และที่สุดศาลรัฐธรรมนูญก็ตัดสินให้การเลือกตั้งวันที่ 2 เม.ย. เป็นโมฆะโดยเหตุการณ์นี้ถือกันว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ ตุลาการภิวัฒน์

 

       อย่างไรก็ตามในการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยศในขณะนั้น ต่อการชุมนุมของคนเสื้อแดง เมื่อปี2552 ได้มีการพูดด้วยว่า นายชาญชัย อาจจจะเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังวางแผนการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยมีการพูดคุยกันที่บ้านของนายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา แถวสุขุมวิท

เขาจะมาทำร้ายผมทำไม!!! ถอดรหัสคำ“ชาญชัย”ครั้งถูกลอบสังหาร การเมืองไทยยุคตุลาการภิวัฒน์ ย้อน เสียงโฟนอิน“ทักษิณ”คนอยู่เบื้องหลังรัฐประหาร49??

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์