ข้อเท็จจริงอยู่ที่หลักฐาน!!! สื่อลุยแกะรอย จริงหรือมั่ว?? "สับ วาปี" คือคนขับกระบะชนคนตายตัวจริง #ครูจอมทรัพย์เป็นแค่แพะรับบาป?!!

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

 

ยังคงเป็นข้อถกเถียงในเชิงประจักษ์พยานหลักฐาน ว่าโดยข้อเท็จจริงแล้ว     นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครูในจ.สกลนคร  เป็นคนที่ขับรถไปอุบัติเหตุชน  นายเหลือ พ่อบำรุง ชาว จ.นครพนม จนเสียชีวิต บนถนนสายธาตุ - นาเหนือ อ.เรณูนคร จ.นครพนม เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 11 มีนาคม 2548  หรือไม่   หรือใครเป็นผู้ขับรถกระบะคันดังกล่าวในวันเกิดเหตุกันแน่   เพราะมีบุคคลที่สามอย่าง นายสับ  วาปี   ออกมาประกาศตัวต่อสาธารณชนว่าคือผู้ต้องหาที่แท้จริง  ???

 

ข้อเท็จจริงอยู่ที่หลักฐาน!!! สื่อลุยแกะรอย จริงหรือมั่ว?? "สับ วาปี" คือคนขับกระบะชนคนตายตัวจริง #ครูจอมทรัพย์เป็นแค่แพะรับบาป?!!

เผ็ดร้อนสุดๆชม.นี้!"กนก"จัดชุดใหญ่"ครูจอมทรัพย์"จะแพะหรือแกะ?บิ๊กตร.ทั้งหลายก็ต้องรับผิดชอบ กล้าเดิมพันมั๊ย"ลาออกราชการ" ถ้าจับผตห.ผิดคน?? (คลิก)

  

ขณะเดียวกับปมถกเถียงดังกล่าวก็นำไปสู่ความขัดแย้งมากขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงยุติธรรม  แม้ว่าจะเป็นหน่วยราชการด้วยกันแต่ก็ต่างคนต่างทำหน้าที่ ต่างมุมมองต่อหลักฐานที่มีการนำสืบเสาะมาใช้อ้างอิงและนำเสนอต่อศาลพิจารณาว่าจะมีการรื้อคดีและเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาฎีกาหรือไม่  ???

เริ่มต้นจาก  พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ  ซึ่งยืนยันว่า ภายหลังเกิดการร้องขอให้ศาลรื้อฟื้นคดีนางจอมทรัพย์ ได้มีการสั่งการจาก  พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้ตนลงพื้นที่ไปตรวจสอบ  จนพบว่าพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้องตั้งแต่การตรวจที่เกิดเหตุ การตรวจพยานหลักฐาน จึงมั่นใจว่า พนักงานสอบสวนเมื่อปี 2548 มีความพยายามทำคดีอย่างเต็มที่

         

โดยเฉพาะการเปิดเผยข้อมูลว่า  จากการตรวจสอบพบว่า ช่วงปลายปี 2556 หลังศาลฎีกา มีคำพิพากษานางจอมทรัพย์แล้ว ปรากฏว่า มีกลุ่มคนจำนวน 7 คน เดินทางไปพบตำรวจภูธรเรณูนคร จ.นครพนม พร้อมนำบุคคลมากล่าวอ้างว่าคือตัวจริง ที่ขับรถชนคู่กรณีเสียชีวิต เมื่อปี 2548  และไม่ใช่นางจอมทรัพย์ตามที่ถูกศาลยุติธรรมสั่งลงโทษจำคุก

 

ข้อเท็จจริงอยู่ที่หลักฐาน!!! สื่อลุยแกะรอย จริงหรือมั่ว?? "สับ วาปี" คือคนขับกระบะชนคนตายตัวจริง #ครูจอมทรัพย์เป็นแค่แพะรับบาป?!!

สตช.จ่อฟ้องขบวนการจัดฉากครูแพะ ชี้พิรุธ 7 ชายฉกรรจ์ ยืนยัน ใน 1-2 วัน ความจริงจะปรากฏ!!! (คลิก)

 

ในทางตรงข้ามก็มีข้อเท็จจริงอีกด้านจาก   พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งก็มั่นใจในประจักษ์หลักฐานใหม่เช่นกัน   ทั้งบัญชีพยานบุคคล  3 ปาก และพยานวัตถุอีกจำนวนหนึ่งที่ได้จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และบางส่วนถือว่าเป็นหลักฐานอ้างอิงที่สอดคล้องกับคำให้การของนางจอมทรัพย์

         

"กระทรวงยุติธรรมเมื่อได้หลักฐานมาก็มีการตรวจสอบก่อน จึงพบว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่ทั้งหมดและยังไม่เคยนำเข้าสู่การพิจารณาของศาล ตอนนี้พยานมีความพร้อมที่จะเข้าเบิกความ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าพยานเป็นใครบ้าง บอกได้เพียงว่ามั่นใจเกิน 100% ว่า พยานหลักฐานใหม่จะสามารถพลิกคำพิพากษาได้"

 

ข้อเท็จจริงอยู่ที่หลักฐาน!!! สื่อลุยแกะรอย จริงหรือมั่ว?? "สับ วาปี" คือคนขับกระบะชนคนตายตัวจริง #ครูจอมทรัพย์เป็นแค่แพะรับบาป?!!

งานนี้ชนเป็นชน!! “พ.ต.อ.ดุษฎี" มั่นใจลงพื้นที่หลักฐานแน่นแจงศาลริ้อคดี "ครูจอมทรัพย์" ใครจับแพะเตรียมตัวรับกรรม?? (คลิก)

 

 

 

 

 นอกจากนี้  พล.ต.อ.ปัญญา  ยังระบุด้วยว่า จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 4 ยังพบพิรุธอีกข้อหนึ่ง  คือจากตรวจสอบรถยนต์ทะเบียน บค  56  มุกดาหาร ที่นายสัก อ้างว่าขับไปชนคนเสียชีวิตเมื่อปี2548     กลับไม่ปรากฏหลักฐานชื่อนายสักเป็นคนครอบครองรถคันดังกล่าวตั้งแต่ปี 2547-2552   รวมถึงการได้ข้อมูลซึ่งน่าเชื่อว่ารถคันดังกล่าวไม่สามารถไปยังที่เกิดเหตุได้ เพราะพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ครอบครองไว้หมดแล้ว  ซึ่งเป็นหลักฐานที่แตกต่างจากการที่นายสับ  อ้างว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถของตนเอง  เพราะในชั้นการสืบสวนทราบว่าได้มีการขายคนอื่นไปตั้งปี พ.ศ.2547  แล้ว

 

 

แน่นอนว่าความผิดถูกของเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายไม่อาจก้าวล่วงละเมิดอำนาจศาลยุติธรรมได้ แต่การนำสืบข้อเท็จจริงก็ถือเป็นหน้าที่สำคัญของสื่อมวลชนเช่นเดียวกัน ว่าข้อมูลที่แต่ละฝ่ายนำเสนอมีน้ำหนักรับฟังได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อนำส่งต่อเป็นข้อมูลให้สาธารณชนได้พิจารณาประกอบการตัดสินใจ

 

ยกตัวอย่างหนึ่งที่มีการนำสืบได้ในขณะนี้  ก็คือข้อพิสูจน์ถึงความเป็นไปได้ที่รถกระบะ  ยี่ห้ออีซูซุ   สีเขียว ทะเบียน   บค 56 มุกดาหาร   จะวิ่งไปชนนายเหลือ พ่อบำรุง ชาว จ.นครพนม จนเสียชีวิต บนถนนสายธาตุ - นาเหนือ อ.เรณูนคร จ.นครพรม เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 11 มีนาคม 2548     ไม่ใช่รถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้าไมตี้เอ็กซ์   สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน  บค 56 สกลนคร   ซึ่งถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานบ่งชี้การกระทำผิดของครูจอมทรัพย์  หรือจริง ๆ แล้วเป็นรถกระบะทะเบียน  ..  56   คันอื่น ??

 

ข้อเท็จจริงอยู่ที่หลักฐาน!!! สื่อลุยแกะรอย จริงหรือมั่ว?? "สับ วาปี" คือคนขับกระบะชนคนตายตัวจริง #ครูจอมทรัพย์เป็นแค่แพะรับบาป?!!

ฟังชัดๆ!!! เบิกพยานปากเอก "คดีครูแพะ" ขับรถชนคนตาย อยู่ในเหตุการณ์วันเกิดเหตุ ยืนยันคำเดิม "คนขับเป็นผู้ชาย" !!!(คลิก)

 

โดยล่าสุดมีรายงานข่าวว่า   รถกระบะ  ยี่ห้ออีซูซุ   สีเขียว ทะเบียน   บค 56 มุกดาหาร  ซึ่งนายสับ วาปี  ระบุเป็นรถยนต์คันก่อเหตุ   มีการนำขายต่อเป็นทอด ๆ ตั้งแต่ปี  2547  หรือ ก่อนเกิดอุบัติเหตุที่กลายเป็นชนวนปัญหานานพอสมควร   เริ่มจากข้อมูลที่มีการอ้างอิงว่า    นายนิรันทร์ ทูนแก้ว อดีตผู้ใหญ่บ้าน บ้านนันทวัน หมู่ที่ 6   เป็นผู้นำขายต่อให้กับ   นายอุบล ไชยบัญ   ชาวบ้านแก้ง ต.คำปลาหลาย  จ.มุกดาหาร  ในราคา 33,000  บาท    โดยเป็นการซื้อขายแบบไม่โอนกรรมสิทธิ์  หรือ  ชื่อผู้ครอบครองยังเป็นชื่อของนายสับ  วาปี 

 

แต่ในปี  2551  รถกระบะอีซูซุ  ทะเบียน  บค  56  มุกดาหารที่อยู่ในครอบครองของนายอุบล  ก็ถูกขายต่อให้กับพ่อค้าซื้อขายของเก่า  ในราคาเพียง  15,000 บาท  เมื่อปี  2551   เพราะนายอุบลเห็นว่ารถคันดังกล่าวอยู่ในสภาพโทรมมีปัญหาเครื่องยนต์ติด ๆ ดับและต้องใช้เงินถึง 60,000 บาทเพื่อการซ่อมแซม  

 

ประเด็นสำคัญจากปากคำของนายอุบล ชาวบ้านธรรมดาทำไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง  ระบุด้วยว่า  ก่อนหน้านี้มีผู้ชายอายุประมาณ 30 ปี เดินทางมาหาตนที่บ้าน เพื่อขอให้ช่วยหาชิ้นส่วนและเอกสารที่เกี่ยวกับรถยนต์กระบะที่ตนซื้อมา  โดยบอกกับตนว่า เพื่อนของเขาถูกจำคุกในข้อหาขับรถชนคนตาย  ตนได้บอกกับชายคนดังกล่าวว่า รถได้ขายให้พ่อค้ารับซื้อของเก่าไปแล้ว  ???         

 

ข้อเท็จจริงอยู่ที่หลักฐาน!!! สื่อลุยแกะรอย จริงหรือมั่ว?? "สับ วาปี" คือคนขับกระบะชนคนตายตัวจริง #ครูจอมทรัพย์เป็นแค่แพะรับบาป?!!

(ขอบคุณภาพ  :  Media Studio)

 

"เมื่อวานนี้ตำรวจก็มาสอบถามผมถึงรายละเอียดของรถคันนี้ ผมก็ยืนยันว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่รถคันนี้จะไปขับชนคนตาย ผมซื้อรถมาเมื่อปลายปี 2547 แต่อุบัติเหตุรถชนจักรยานที่ จ.นครพนม เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2548 และมีคนบอกว่า เห็นรถยนต์กระบะ ทะเบียน บค 56 มุกดาหาร ขับไปชนคนตาย มันเป็นไปไม่ได้ และยิ่งมีคนมารับสารภาพว่าขับรถคันนี้ไปชนคนตาย มันยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะรถมันอยู่กับผมตั้งแต่ไปซื้อมาเมื่อปลายปี 2547"

 

เรียบเรียง  :  มนันยา   สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณข้อมูล  :  Media Studio