พูดเอง..เออเองก็ได้!!!  "วัฒนา" โพล่งแทนนายทักษิณคิดเรื่องปรองดองเหมือนคนไทย แต่ตอนจบลายโผล่แว้งเหน็บรัฐบาลคสช.ใช้อำนาจทำขัดแย้งขยายวง...!?!

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/

พูดเอง..เออเองก็ได้!!!  "วัฒนา" โพล่งแทนนายทักษิณคิดเรื่องปรองดองเหมือนคนไทย แต่ตอนจบลายโผล่แว้งเหน็บรัฐบาลคสช.ใช้อำนาจทำขัดแย้งขยายวง...!?!

 

 

นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Watana Muangsook" ถึงการพบปะนายทักษิณ ชินวัตร เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา จากนั้นได้พูดถึงเรื่องการปรองดอง หลังจากรัฐบาลได้มีการเตรียมแผนการปฏิรูป การยุทธศาสตร์และการปรองดอง โดยนายวัฒนา เมืองสุข ได้ระบุข้อความว่า...

 

 

พูดเอง..เออเองก็ได้!!!  "วัฒนา" โพล่งแทนนายทักษิณคิดเรื่องปรองดองเหมือนคนไทย แต่ตอนจบลายโผล่แว้งเหน็บรัฐบาลคสช.ใช้อำนาจทำขัดแย้งขยายวง...!?!

 

 

 

"ขอเล่าเรื่อง ทักษิณ (จบ)


หลายคนสอบถามผมว่าท่านนายกทักษิณคิดอย่างไรกับเรื่องปรองดอง แต่บังเอิญในช่วงปีใหม่ที่ผมไปกราบสวัสดีท่านนั้น รัฐบาลยังไม่ได้หยิบยกเรื่องปรองดองขึ้นมาดำเนินการผมเลยไม่ได้พูดคุยเรื่องนี้กับท่าน แต่ผมเชื่อว่าท่านและคนไทยเกือบทุกคนน่าจะเห็นด้วยที่บ้านเมืองจะเกิดความปรองดอง เพราะวิกฤตความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนำมาซึ่งความเสียหายอย่างประมาณค่ามิได้สู่สังคมไทย ทั้งยังส่งผลในทางลบต่อทุกภาคส่วนของสังคม จึงมีเพียงบุคคลบางกลุ่มเท่านั้นที่ไม่เห็นด้วยเพราะเป็นพวกได้ประโยชน์จากความขัดแย้งของสังคม แต่บังเอิญท่านนายกทักษิณและผมไม่ได้อยู่ในกลุ่มนั้น ส่วนจะเป็นใครบ้างสังคมคงพอมองออก

หลายฝ่ายในอดีตได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อค้นหาสาเหตุและแนวทางยุติความขัดแย้ง เช่น รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ได้แต่งตั้ง คอป. และสภาผู้แทนราษฎรในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้แต่งตั้งสถาบันพระปกเกล้า ทั้งสองคณะทำงานมีความเห็นตรงกันว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากการเมือง เมื่อผสมกับปัญหาเชิงโครงสร้างความเหลื่อมล้ำของสังคม ความอ่อนแอของกลไกในระบอบประชาธิปไตยและกระบวนการยุติธรรมของประเทศ รวมทั้งกลไกต่างๆ ของรัฐที่มิได้อยู่บนหลักนิติธรรม ทำให้ความขัดแย้งที่มีอยู่แล้วทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ความขัดแย้งมิได้เกิดจากใครคนใดคนหนึ่ง หากแต่เกิดจากหลายฝ่ายร่วมกันไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ประชาชน เจ้าหน้าที่และองค์กรของรัฐ จึงนับเป็นโอกาสดีที่สังคมไทยจะได้เข้าสู่กระบวนการปรองดอง

แต่กระบวนการสร้างความปรองดองจะบรรลุเป้าหมายได้นั้น ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงเหตุแห่งความขัดแย้ง รวมถึงมีกระบวนการในการแก้ไขปัญหาและสร้างความปรองดองที่ทุกฝ่ายยอมรับ ซึ่งจะต้องอยู่ในบรรยากาศที่ทุกฝ่ายสามารถถกเถียง มีความเห็นหรือแสดงออกเพื่อร่วมกันไปยังเป้าหมายภายใต้กติกาของสังคมที่เห็นพ้องร่วมกันได้ ผมจึงเห็นด้วยและยินดีสนับสนุนกระบวนการสร้างความปรองดอง แต่ผมยังสงสัยในองค์ความรู้และการมีส่วนได้เสียของรัฐบาล รัฐบาลยังมองปัญหาความขัดแย้งแบบตื้นเขิน กล่าวหาแต่ผู้อื่นโดยโทษนักการเมืองว่าเป็นต้นตอปัญหาและเป็นคู่กรณีแห่งความขัดแย้ง ไม่ได้มองว่าตัวเองก็เป็นคู่กรณีและเป็นสาเหตุสำคัญที่ซ้ำเติมทำให้ความขัดแย้งขยายวงมากขึ้น เพราะการยึดอำนาจก็ดี การใช้อำนาจตามอำเภอใจก็ดี หรือการที่องค์กรของรัฐใช้อำนาจที่ขัดต่อหลักนิติธรรมล้วนเป็นสาเหตุที่นำมาซึ่งความขัดแย้ง ที่สำคัญคือรัฐบาลนี้และสมัครพรรคพวกล้วนได้ดิบได้ดีหรือได้ประโยชน์จากความขัดแย้งทั้งสิ้น เพราะหากบ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติเป็นประชาธิปไตย คนพวกนี้ไม่มีทางได้อำนาจจากประชาชนครับ


 

วัฒนา เมืองสุข
พรรคเพื่อไทย
19 มกราคม 2560"

 

 

 

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณ FB Watana Muangsook