- 19 ม.ค. 2560
ติดตามข่าวสารที่ www.Tnew.co.th
อย่างฮา!!! "อดีตส.ส.ปชป. หรือโหรส.ว." บอกขำหนัก หลัง "ลิ่วล้อแม้ว" จี้ทหารเซ็น "MOU เลิกรัฐประหาร" บอกคุณนั่นแหล่ะต้องเซ็นกับประชาชน...ว่าจะเลิกโกงประเทศ-ทำลายชาติ เพราะการกระทำแบบเผด็จการรัฐสภาของพวกคุณนั่นแหล่ะ...ที่เป็นต้นเหตุการรัฐประหาร
วันนี้ (19 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบุญเลิศ ไพรินทร์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ "โหร ส.ว." ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณี "นายวรชัย เหมะ" อดีต ส.ส.เพื่อไทย จี้ให้ทหารเซ็น MOU ว่าจะไม่ทำรัฐประหารอีกว่า
"มีเรื่องขำไม่ออกเกี่ยวกับการที่นักการเมืองบางคนขอให้ทหารทำเอ็มโอยูหรือบันทึกความเข้าใจร่วมกันว่า ต่อไปจะไม่ทำการปฏิวัติรัฐประหารอีกต่อไปในอนาคต ที่ว่าขำ เพราะว่าการรัฐประการที่ผ่านมาที่ผ่านมา เป็นเพราะประชาธิปไตยล้มเหลว เป็นเผด็จการรัฐสภาทำการทุจริตและประพฤติมิชอบกันอย่างขนานใหญ่ทุกครั้งไป จึงเป็นการรัฐประหารเพื่อขับไล่นักการเมืองเลวออกจากอำนาจ ลดความสูญเสีย และความเสียหายของประเทศ และประชาชนจำนวนไม่น้อยมีความพอใจในการกระทำของทหาร"
โหร ส.ว. ยังระบุว่า ตนเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย และศรัทธาในอุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ต้องการให้มีการปฏิวัติหรือรัฐประหารแต่อย่างใดเลย และได้อภิปรายทั้งในวุฒิสภา (2543-2549) และสภาผู้แทนราษฎร (2554-2556) อยู่บ่อยครั้งว่า ผมไม่ชอบเผด็จการ ไม่ว่าเผด็จการทหารหรือเผด็จการรัฐสภา เพราะเชื่อและศรัทธาใน "ลอร์ด แอคตัน" นักรัฐศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ของอังกฤษที่กล่าวเกี่ยวกับเผด็จการไว้ว่า...ที่ใดมีอำนาจ ที่นั่นย่อมมีแนวโน้มที่จะฉ้อฉล ที่ใดมีอำนาจเหลือล้น ที่นั่นก็จะฉ้อฉลจนสุดประมาณ แต่ไม่มีใครสนใจสิ่งที่ผมอภิปรายเตือนครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเฉพาะรัฐบาลเสียงข้างมากจนกลายเป็นเผด็จการรัฐสภาทำให้มีการฉ้อฉล ทั้งในฝ่ายรัฐบาลและในรัฐสภาอีกด้วยเรียกว่าทุกหัวระแหง ในที่สุดการปฏิวัติ จึงเกิดขึ้นจากความล้มเหลวของการเมืองระบอบ
"ประชาธิปไตยอันเนื่องมาจากเป็นเผด็จการรัฐสภามิใช่หรือ แทนที่จะให้ทหารทำเอ็มโอยู ควรให้นักการเมืองและพรรคการเมืองทำเอ็มโอยูกับประชาชนจะเหมาะสมกว่าว่าจะไม่ทุจริตคอร์รัปชันและจะไม่ทำลายชาติ ราชบัลลังก์และประชาชนจะเหมาะสมที่สุด ทั้งนี้ เพราะการทำลายชาติ ราชบัลลังก์และประชาชนของนักการเมือง และพรรคการเมืองเป็นสาเหตุที่แท้จริงของการปฏิวัติรัฐประหารนั่นเอง” โหรส.ว. ย้ำ
อารมณ์ เคนหล้า สำนักข่าว Tnews
ขอบคุณภาพจาก : ไทยรัฐ
