- 19 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
หลังจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะคสช. ได้จัดการประชุมเตรียมการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ขึ้นเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของประเทศชาติ วันนี้ (19 ม.ค.) นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงข่าวเรื่องการสร้างความปรองดองที่รัฐบาลกำลังดำเนินการ ซึ่งมีผลผูกพันกับกระบวนการยุติธรรม
โดย นายชาญชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนได้ลองศึกษาเรื่องนี้มาแล้ว พบว่าหากรัฐบาลต้องการสร้างความปรองดองจะต้องประกาศชัดเจนว่าจะทำเพื่ออะไร และการกำจัดความไม่สามัคคีกันในชาตินี้จะมีสาเหตุอะไร ที่ผ่านมานับตั้งแต่การรัฐประหาร ไม่ได้มีการแก้ปัญหาสิ่งที่เป็นสาเหตุของความขัดแย้งอย่างอย่างแท้จริง หากย้อนไปยังตอนรัฐประหาร สาเหตุหนึ่งของความขัดแย้งนั้นก็จากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลไม่ประกาศความชัดเจนจะเกิดกระแสต่อต้านเพราะจะมีความเข้าใจว่าจะเป็นการนิรโทษกรรมผู้ที่กระทำความผิดแก่ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
ถ้ามีการประกาศว่าจะนิรโทษให้กับผู้ที่ทุจริต ทำให้ประเทศชาติต้องไม่ได้เงินจากการทุจริตเป็นจำนวนนับแสนล้านบาทกลับคืนมา ตนเชื่อว่าแบบนี้คนไทยก็คงยอมรับไม่ได้ อย่างเรื่องการให้สัมปทานต่างๆ ของรัฐที่มีข้อทุจริต มีการให้เงินใต้โต๊ะเป็นจำนวนมาก การให้สัมปทานในพื้นที่สนามบินของรัฐแก่เอกชนโดยมิชอบ ซึ่งเงินที่ใช้ในการทุจริตนี้ก็นำมาใช้ในการเลือกตั้ง เอามาหนุนหลังการเข้าสู่อำนาจทางการเมืองและนำไปสู่การแต่งตั้งข้าราชการโดยไม่เป็นธรรม เป็นสาเหตุที่ฝ่ายทำรัฐประหารทั้ง 2 ครั้ง ที่ผ่านมาได้ใช้เป็นข้ออ้างในการยึดอำนาจ แต่ในช่วงการรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร 2549 จนถึงบัดนี้ ที่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดำรงตำแหน่งมาแล้ว 2 ปี ตนยังไม่เห็นความชัดเจนว่าจะมีการทำอะไรเพื่อคลี่คลายเรื่องการทุจริตเหล่านี้เลย แม้จะมีคำพิพากษาของศาลออกมาแล้วก็ยังไม่สามารถบังคับคดีนำเอาเงินกลับมาเป็นของรัฐได้ เช่นเดียวกับกรณีการแก้สัมปทานโทรคมนาคม
ดังนั้น หากรัฐบาลต้องการที่จะแสดงความจริงใจให้เกิดความปรองดอง ต้องเอาเงินที่สูญเสียจากการทุจริตกลับคืนมา เพื่อให้เห็นเป็นประจักษ์ว่ารัฐบาลเข้ามาเพื่อทำให้เกิดการปฏิรูปที่เป็นไปได้ และตนเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมีความจริงใจที่จะแก้ปัญหา แต่ไม่มั่นใจว่าคนที่อยู่รอบข้างนายกรัฐมนตรีจะทำตามหรือไม่ ย้ำว่าถ้าหากไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหาที่ออกมาเป็นรูปธรรมมากกว่านี้ คนจะมองว่าการใช้ชื่อความปรองดองนั้นจะนำไปสู่การนิรโทษกรรมผู้ที่ทุจริตและจะนำไปสู่กระแสต่อต้าน ซึ่งตนไม่อยากเห็นภาพนั้น
อย่างไรก็ตาม นายชาญชัย ได้มีขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า 1.ต้องทำให้สิ่งที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่ถูกและสิ่งที่ผิดเป็นสิ่งที่ผิด 2.คนที่หวังจะฉวยโอกาสว่าจะได้รับการนิรโทษกรรมและในภายภาคหน้าจะกลับเข้ามาทุจริตกอบโกย ตนเห็นว่าพวกนี้เหมือนปลวกที่กินบ้านกินเมือง ดังนั้นควรจะกำจัดปลวกเหล่านี้ให้หมดภายในเร็ววัน ทั้งนี้ ตนไม่ขัดข้องที่จะร่วมปรองดองเพื่อทำให้เกิดความสามัคคีในชาติ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาอุปสรรค ตนชี้แจงให้กับรัฐบาลไปมากพอสมควรแล้วว่าความจริงและความถูกต้องอยู่ตรงไหน ตนยืนยันในหลักการว่าพวกตนไม่ได้มีความคิดอคติ แต่ถ้าหากจะให้ไปจับมือกับอีกฝ่ายที่เขาทุจริตแล้วเราต่อต้านการทุจริต เหมือนเป็นการจับมือกันระหว่างความดีและความชั่ว ซึ่งตนว่าเรื่องนี้แบบนี้คงจะไม่มีในโลกนี้และสุดท้ายมันก็จะรอวันระเบิดโดยไม่มีวันที่จะสงบสุขได้
ก่อนหน้านั้น นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงการณ์เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น กรณีที่มีการแก้ไขสัมปทานเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชน ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำพิพากษาแล้วว่าในยุคที่ นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ ได้มีการแก้ไขสัมปทานทำให้รัฐเสียหาย 1.2 แสนล้านบาทและยังสร้างปัญหาที่ทำให้เกิดความเสียหายเกี่ยวเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
และความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทุจริตคอร์รัปชั่นดังกล่าว เมื่อคิดเป็นเงินแล้วประมาณกว่าแสนล้านบาทที่รัฐบาลควรต้องไปเรียกเก็บเงินกลับมาให้ถูกต้อง เพราะถือเป็นจุดเริ่มต้นความขัดแย้งในบ้านเมือง เนื่องจากประชาชนจำนวนมากออกมาต่อต้านพฤติกรรมของรัฐบาลที่เอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน มีการทุจริตคอร์รัปชั่น หากรัฐบาลคิดที่จะสร้างความปรองดองก็ควรเริ่มต้นแก้ปัญหาที่ต้นเหตุทำให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อนที่จะไปพูดถึงคดีอาญา แต่ถ้าไม่ดำเนินการปล่อยไว้อย่างนี้เชื่อว่าการปรองดองจะไม่สำเร็จอย่างแน่นอน
เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์
