พอกันทีปชต.จอมปลอม!! "บิ๊กตู่"เหลืออดบิดเบือน"ปรองดอง" โยนบาปกองทัพเป็นคู่ขัดแย้ง ย้ำคำไม่ยอมปล่อยผิดกม.ปลุกปชช.ร่วมปฏิรูปเลิกฟังคนทำลายปท. !!?!!

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

หลังจากฟังนักการเมืองออกมาวิพากษ์วิจารณ์มาตลอดต่อเนื่องทั้งสัปดาห์  โดยเฉพาะบางคนใช้คำพูดโจมตีทหารและกองทัพว่าเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมือง  ดังนั้นต้องมาร่วมเวทีปรองดองกับกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองไปในคราวเดียวกัน เพราะอย่างน้อยก็จะได้เป็นข้อบ่งชี้ว่ากองทัพจะไม่ออกมาปฏิวัติรัฐประหารอีกต่อไป??

 

ล่าสุดถึงช่วงเวลาที่  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)  จะได้พูดถึงประเด็นนี้บ้าง  โดยพล.อ.ประยุทธ์  ได้อธิบายความตั้งใจเกี่ยวกับเรื่องการปรองดอง  ว่า   “ เราทุกคนต่างรู้ดี  ปรารถนาสักวันหนึ่ง ระหว่างคนไทยด้วยกันเอง จะไม่มีอะไรติดค้างในใจ ไม่มีอดีตที่เจ็บปวด มีแต่อนาคตอันสดใส   จนวันนี้เราต่างเรียกร้อง "การปรองดอง"   ซึ่งโดยข้อเท็จจริงต้องรับฟังทุกฝ่าย  ทั้งความเห็นตรง และความเห็นต่างทั้งจากนักกฎหมาย พรรคการเมือง ประชาสังคม ประชาชน  เพื่อหาคำตอบของประเทศให้ได้ว่า เราจะเดินหน้าประเทศไทยไปข้างหน้าและจะช่วยกันได้อย่างไร

 

 เจตนารมณ์ตนคือ อยากเห็นทุกฝ่ายรวมทั้งพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองหันหน้าเข้าหากัน ร่วมมือกับประชาชนทุกคน ผลักดันประชาธิปไตยที่แท้จริงสู่สังคมไทยและนำพาบ้านเมืองสู่ความสงบสุขและสันติ เราเสียเวลากันมามากแล้ว เราต้องจับเข่าคุยกัน แสดงความจริงใจ ความเสียสละและแสดงความรักชาติ ที่ผมเชื่อว่ามีอยู่ในสายเลือดคนไทยทุกคน

 

ดังนั้นเราต้องช่วยกันหาแนวทางเดินหน้าประเทศ ด้วยความปรองดอง ในทุกมิติทั้งความคิด จิตใจ การบังคับใช้กฎหมายและการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ทั้งในปัจจุบันและในอนาคตที่เป็นไปได้จริง แสดงให้ลูกหลานเห็นว่าทุกปัญหามีทางออก ไม่ใช่ทุกทางออกมีแต่ปัญหาต้องทำให้เป็นรูปธรรมและยั่งยืน แม้รู้ว่าไม่ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ แต่เราต้องเริ่มหนึ่งจนกว่าจะครบร้อย

       

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า  ทั้งนี้ 2 ปีกว่า ที่แม่น้ำ 5 สายทำงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง จำเป็นต้องสร้างความเชื่อมโยง นำสิ่งที่ทำไว้มาจัดกลุ่ม ร้อยเรียงใหม่ ต่อจิ๊กซอว์เป็นภาพอนาคตประเทศไทยที่เราอยากเห็น แบ่งเป็นระยะสั้น ระยะปานกลางและระยะยาว ในรูปแบบของการทำงานของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่จะจัดตั้งโดยรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับถาวร เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านประเทศ และส่งต่อแผนงานโครงการไปยังรัฐบาลหน้าอย่างไร้รอยต่อ จึงมีคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน ตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) อย่างเรื่องการปรองดอง

 

พอกันทีปชต.จอมปลอม!! "บิ๊กตู่"เหลืออดบิดเบือน"ปรองดอง" โยนบาปกองทัพเป็นคู่ขัดแย้ง ย้ำคำไม่ยอมปล่อยผิดกม.ปลุกปชช.ร่วมปฏิรูปเลิกฟังคนทำลายปท. !!?!!

 

ยกตัวอย่างในยามที่พืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ก็มักรวมกลุ่มตั้งเวทีปิดถนน เรียกร้อง ต่อรองให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหา เอาประชาชนเป็นตัวประกัน เอาความเดือดร้อนจากการจราจรเป็นเงื่อนไข เร่งรัดให้ต้องมีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งมักจะมีผู้อยู่เบื้องหลัง อาจเป็นผู้หวังดีหรือไม่หวังดีต่อสังคมก็ตาม และอาจเป็นผู้ที่หวังผลทางการเมือง แบบนี้เป็นแนวทางที่ไม่ปรองดองและนำมาซึ่งการแก้ปัญหาที่ไม่ยั่งยืน ทั้งที่แนวทางที่ถูกต้องประชาชนทั่วไปต้องเข้าใจความเดือดร้อนของเกษตรกรเสียก่อน เมื่อเข้าใจกัน ก็จะให้อภัยกัน ไม่โกรธกัน

ประเด็นสำคัญ พล.อ.ประยุทธ์  ระบุด้วยว่า   การปิดถนนเป็นการกระทำผิดกฎหมายเพราะละเมิดสิทธิผู้อื่น  ดังนั้นผู้กระทำผิดโดยเฉพาะผู้ที่อยู่เบื้องหลังก็จะมีความผิดตามกฎหมาย ยกเว้นไม่ได้   ไม่อย่างนั้นเจ้าหน้าที่มีความผิดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และหากปล่อยให้เกิดขึ้นจะเป็นตัวอย่างผิดๆเกิดขึ้นซ้ำอีก เราต้องให้ความรู้กับพี่น้องเกษตรกรถึงช่องทางสื่อสารที่ถูกต้องกับผู้ที่รับผิดชอบ จะได้ไม่เป็นเหยื่อเป็นเครื่องมือของใครที่ไม่หวังดี และไม่ทำผิดกฎหมายอีกทั้งเจตนาและไม่เจตนา

 

พอกันทีปชต.จอมปลอม!! "บิ๊กตู่"เหลืออดบิดเบือน"ปรองดอง" โยนบาปกองทัพเป็นคู่ขัดแย้ง ย้ำคำไม่ยอมปล่อยผิดกม.ปลุกปชช.ร่วมปฏิรูปเลิกฟังคนทำลายปท. !!?!!

หากทำอย่างนี้ปัญหาก็จะไม่บานปลายไม่มีใครทำผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ก็เอาเวลาไปแก้ปัญหาดูแลประชาชนได้อย่างเต็มที่ ความปรองดก็จะอยู่คู่สังคมไทย ทหารไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งของใคร   จะทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกที่ผ่านมา  เมื่อทุกอย่างติดล็อก จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ อาจจะกล่าวอ้างกันทุกคนทราบดีแก่ใจ ก็อยากให้พิจารณาให้ลึกซึ้ง รัฐบาลเองไม่ได้ปิดกั้น พร้อมส่งเสริมถ้าการกระทำเหล่านั้นไม่ละเมิดกฎหมาย ไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดี  แต่หากเป็นต้นเหตุของปัญหากระทบต่อผู้คนในสังคม รัฐบาลก็จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย ด้วยความเป็นธรรมและไม่สร้างความเหลื่อมล้ำ การแก้ปัญหาใหญ่ๆ ของประเทศในปัจจุบัน ต้องผ่านการรับฟังความคิดเห็น อย่างเปิดกว้างและเป็นธรรม รัฐบาลและ คสช.เต็มใจที่จะเป็นสะพาน เชื่อมโยงความเห็นจากทุกฝ่าย และเชื่อว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ หากทุกคนร่วมมือกัน

 

 

แต่ปัญหาสำคัญของประเทศไทยในปัจจุบัน ที่เห็น คือ 1. ความขัดแย้ง การกระทำผิด ละเมิด ไม่เคารพกฎหมายการบิดเบือนข้อเท็จจริง การกล่าวอ้างหลักการประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนโดยดึงเอามาเป็นประเด็นเดียวกันโดยมีผลประโยชน์ส่วนตน แอบแฝง ไม่จริงใจ ไม่ตระหนักถึงประโยชน์ส่วนรวมยังมีอยู่ 2. การแก้ปัญหาประเทศ เน้นใช้จ่ายงบประมาณในมาตรการระยะสั้นและชั่วคราว ซึ่งเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า การบังคับใช้กฎหมายทำไม่ได้มากนัก มีการอ้างสิทธิมนุษยชนโดยเอ็นจีโอบางกลุ่มที่ทำงานหวังผลด้านเดียวไม่มองในแง่ประเทศชาติว่าจะเดินหน้าไปอย่างไร มีการค้านทุกเรื่องรัฐบาล ข้าราชการ ก็จำเป็นต้องทำอย่างโปร่งใสและให้ประชาชนพึงพอใจด้วยความรู้ความเข้าใจ โดยไม่ได้ให้ความสำคัญในการป้องกัน แต่ไปเน้นการลงโทษ ส่วนการแก้ปัญหาความยากจน เศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ

 

หลายฝ่ายรวมทั้งประชาชนอาจจะยังไม่เข้าใจในระบบเศรษฐกิจโลกเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ในยุคใหม่ที่ดีเพียงพอ ยังคงเอาหลักการใหญ่ พัฒนาองค์รวมมาตีกับเศรษฐกิจฐานรากผู้มีรายได้น้อยกับคนรวยกับทุนนิยมเหล่านี้เป็นต้น ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นงานด้านเศรษฐกิจของโลกเสรีที่เป็นประชาธิปไตย ก็ต้องเป็นอย่างนี้ทุกประเทศ ที่สำคัญต้องเชื่อมโยงเกื้อกูลกัน จะได้ไม่กลับมาที่เดิมย่ำเท้าอยู่กับที่ พัฒนาอะไรไม่ได้เลย

 

"ทุกปัญหาต้องร่วมมือกันดูว่า อะไรเป็นสาเหตุ รัฐ ประชาชน เอกชน เป็นอย่างไร เข้มแข็งเพียงพอแล้วหรือยัง อย่าเอา 3 อย่างมาขัดแย้งกัน โดยสื่อ นักวิชาการบางคน บางกลุ่ม ที่มีเจตนาแอบแฝง เลือกข้างหรืออาจจะมองแต่เพียงประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชนโดยไม่สนใจว่าประเทศจะเป็นอย่างไร มีการพูดโดยไม่รับผิดชอบ ต้องปรับพฤติกรรมตัวเองบ้าง และรัฐบาลเปิดโอกาสให้ตลอดเวลา รังฟังคำวิจารณ์ที่มีประโยชน์ ไม่ใช่สร้างความขัดแย้ง อย่างนั้นตนยอมรับไม่ได้ ถ้าพูดนอกกรอบไปเรื่อยก็จะเกิดความขัดแย้งเหมือนในอดีตอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องคดีต่างๆ เรื่องทางกฎหมาย ก็อาจจะเป็นชนวนสร้างความขัดแย้งในสังคมของเรา ที่บางคนมุ่งหวังให้ลุกลามบานปลาย สร้างการรับรู้ที่ผิดๆ ในประชาคมโลก"

 

พอกันทีปชต.จอมปลอม!! "บิ๊กตู่"เหลืออดบิดเบือน"ปรองดอง" โยนบาปกองทัพเป็นคู่ขัดแย้ง ย้ำคำไม่ยอมปล่อยผิดกม.ปลุกปชช.ร่วมปฏิรูปเลิกฟังคนทำลายปท. !!?!!

ในตอนท้าย พล.อ.ประยุทธ์   กล่าวว่า   เหล่านี้เป็นการกระทำของกลุ่มคนที่ไม่คิดจะเคารพกฎหมาย พอเจ้าหน้าที่เข้มงวดบังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่าจะกฎหมายปกติ หรือกฎหมายพิเศษ ก็มักจะตีโพยตีพายหาว่าจำกัดสิทธิละเมิดสิทธิมนุษยชน แล้วมันผิดกฎหมายหรือเปล่า อ่านกฎหมายบ้างหรือเปล่า เราคงไม่ต้องการให้บ้านเมืองไร้ขื่อแป ดังนั้นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปอย่าให้ใครใช้เพื่อการหวังผลทางการเมือง มุ่งประโยชน์ส่วนตนแล้วก็อ้างคำว่าประชาธิปไตยสร้างภาพ จอมปลอมไม่จริงใจแอบแฝง รวมทั้งสิทธิมนุษยชนที่อาจจะทำผิดกฎหมายละเมิดสิทธิเสรีภาพผู้อื่น สิทธิสาธารณะ โดยมีแกนนำ กลุ่มบุคคลเพียงไม่กี่คน ทำลายประเทศตัวเองต่อไป

 

พอกันทีปชต.จอมปลอม!! "บิ๊กตู่"เหลืออดบิดเบือน"ปรองดอง" โยนบาปกองทัพเป็นคู่ขัดแย้ง ย้ำคำไม่ยอมปล่อยผิดกม.ปลุกปชช.ร่วมปฏิรูปเลิกฟังคนทำลายปท. !!?!!

         

"เราจะยอมให้ผู้ที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ทำอะไรก็ได้ใช่หรือไม่ แล้วมากล่าวว่าทหารเข้ามาทำให้ประชาธิปไตยเสียหาย มันเสียหายตั้งแต่ก่อนที่ผมจะเข้ามาแล้ว ผมคิดว่าที่เราเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินในขณะนี้นั้น ได้แก้ปัญหาที่พวกท่านได้สร้างไว้มากมายก็ขอให้ยอมรับตนเองกันบ้าง คนดีก็มาก คนไม่ดีก็เยอะ สุดท้ายนี้ขอความร่วมมือประชาชนผู้ที่รักประเทศชาติร่วมกับรัฐบาล ในการเดินหน้าประเทศ ตามยุทธศาสตร์ ปฏิรูปประเทศ และสร้างการปรองดอง"

 

เรียบเรียง  :  ชัชรินทร์   สำนักข่าวทีนิวส์