- 21 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ขึ้นกล่าวคำสาบานตนแล้ว โดยผู้ประกอบพิธีคือนายจอห์น โรเบิร์ตส์ ประธานศาลฎีกาสหรัฐ
ทั้งนี้ นายทรัมป์กล่าวคำสาบานตน โดยมีข้อความว่า “I, Donald J. Trump, do solemnly swear that I will faithfully execute the Office of President of the United States, and will to the best of my ability, preserve, protect and defend the Constitution of the United States, so help me God." หรือ “ข้าพเจ้า นายโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ขอสาบานว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และจะพิทักษ์ รักษา และปกป้องไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกาอย่างสุดความสามารถ ขอพระเจ้าโปรดช่วยเหลือข้าพเจ้า"
ทั้นี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า ในวันนี้ถือเป็นวันพิเศษ ไม่เพียงแต่เป็นการโอนอำนาจจากรัฐบาลชุดหนึ่งไปยังรัฐบาลอีกชุดหนึ่ง หรือจากพรรคหนึ่งไปยังอีกพรรคหนึ่ง แต่เป็นการโอนอำนาจจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.กลับไปสู่ประชาชนชาวสหรัฐ
ปธน.ทรัมป์ระบุว่า คนกลุ่มเล็กๆในเมืองหลวงของสหรัฐได้เก็บเกี่ยวรางวัลจากรัฐบาล ขณะที่ประชาชนต้องแบกรับค่าใช้จ่าย และไม่ได้ส่วนแบ่งในความมั่งคั่งของประเทศ แต่ขณะนี้ คนเหล่านี้จะไม่ถูกลืมอีกต่อไป
ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวว่า เขาจะทำให้สหรัฐกลับมามีความยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง
ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐจะเป็นผู้กำหนดทิศทางของอเมริกา และของโลก ในเวลาอีกหลายๆปี
ปธน.ทรัมป์ระบุว่า ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา สหรัฐได้สร้างความร่ำรวยให้แก่อุตสาหกรรมในต่างประเทศ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมในสหรัฐกลับยากจนลง และสหรัฐได้อุดหนุนกองทัพของประเทศอื่น ในขณะที่ปล่อยให้กองทัพสหรัฐอยู่ในสภาพที่ขาดแคลน และสหรัฐได้ปกป้องชายแดนของประเทศอื่น ในขณะที่ปฏิเสธที่จะปกป้องชายแดนของตน
ผู้นำคนใหม่ของสหรัฐยังกล่าวว่า สหรัฐได้ใช้จ่ายเงินหลายล้านล้านดอลลาร์ในต่างประเทศ ขณะที่สาธารณูปโภคในสหรัฐกลับตกอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ โดยโรงงานหลายแห่งต่างก็ปิดตัวลง ส่งผลให้มีผู้ว่างงานจำนวนหลายล้านคน
ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า ชนชั้นกลางของสหรัฐได้ถูกริบเอาความมั่งคั่งไป และถูกนำไปแจกจ่ายไปทั่วโลก แต่สิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นอดีตแล้ว และขณะนี้สหรัฐกำลังมองไปสู่อนาคต
ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อเมริกาต้องมาก่อน โดยการตัดสินใจด้านการค้า, ภาษี, ประเด็นคนเข้าเมือง และกิจการต่างประเทศ จะต้องเอื้อประโยชน์ต่อแรงงานชาวสหรัฐ และครอบครัวชาวอเมริกัน โดยรัฐบาลจะยุติการที่ประเทศอื่นทำการผลิตสินค้าสหรัฐ, ขโมยบริษัทสหรัฐ และทำลายการจ้างงานในสหรัฐ
เขากล่าวว่า การปกป้องดังกล่าวจะสร้างความมั่งคั่งและความแข็งแกร่งแก่สหรัฐ โดยรัฐบาลจะดึงงาน และความมั่งคั่งกลับจากต่างประเทศ
ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลจะสร้างถนนใหม่, ทางหลวง, สะพาน, สนามบิน, อุโมงค์ และทางรถไฟทั่วประเทศ
นอกจากนี้ รัฐบาลจะนำประชาชนที่มีชีวิตอยู่โดยพึ่งพาสวัสดิการของรัฐ ให้กลับมาทำงาน และสร้างประเทศ
ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวว่า รัฐบาลจะดำเนินการด้วยกฎง่ายๆเพียง 2 ข้อคือ ซื้อสินค้าอเมริกัน และจ้างชาวอเมริกัน
ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐจะแสวงหามิตรภาพ และไมตรีจิตกับชาติต่างๆทั่วโลก
ปธน.ทรัมป์ยืนยันว่า สหรัฐจะไม่บังคับให้ผู้อื่นมีวิถีชีวิตแบบชาวสหรัฐ แต่สหรัฐจะส่องแสงเพื่อเป็นตัวอย่างแก่ชาติอื่น และเพื่อให้ผู้อื่นติดตาม
นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่า สหรัฐจะกระชับความสัมพันธ์กับพันธมิตรเก่า และก่อตั้งพันธมิตรใหม่ รวมทั้งจับมือกับประเทศต่างๆในการต่อสู้กับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ซึ่งสหรัฐจะถอนรากถอนโคนให้หมดสิ้นไปจากโลก
ขณะที่นางฮิลลารี คลินตัน อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ทวิตข้อความระบุว่า ตนได้เข้าร่วมพิธีสาบานตนของนายโดนัลด์ ทรัมป์ คู่แข่งทางการเมือง เพื่อให้เกียรติต่อระบอบประชาธิปไตยของสหรัฐ และคุณค่าที่มีอยู่อย่างยั่งยืน โดยตนจะไม่เลิกล้มความเชื่อในสหรัฐ และอนาคตของประเทศ
นางฮิลลารีทวิตข้อความดังกล่าว ขณะที่พิธีสาบานตนของนายทรัมป์จะมีขึ้นในอีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง
ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามาได้มอบจดหมายฉบับหนึ่งให้แก่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากเขา ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสำหรับประธานาธิบดีสหรัฐที่จะมอบจดหมายให้แก่ว่าที่ประธานาธิบดี
ปธน.โอบามาได้วางจดหมายฉบับดังกล่าวในห้องทำงานรูปไข่ ก่อนที่เขาจะออกจากทำเนียบขาว
อย่างไรก็ดี ทำเนียบขาวไม่ได้ระบุรายละเอียดของเนื้อหาในจดหมายฉบับดังกล่าว
ถึงแม้ในช่วงการรณรงค์หาเสียง ทั้งปธน.โอบามาและนายทรัมป์ได้มีการปะทะคารมกันหลายครั้ง แต่ในช่วงหลัง ทั้ง 2 ฝ่ายได้ทำการติดต่อกันทางโทรศัพท์อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่สิ้นสุดการเลือกตั้ง โดยปธน.โอบามาเป็นฝ่ายให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่นายทรัมป์
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลจะไม่ยอมรับนักการเมืองที่เอาแต่พูด แต่ไม่ทำงาน หรือผู้ที่มักวิพากษ์วิจารณ์ แต่ไม่เคยทำการแก้ปัญหา
เขายืนยันว่า ช่วงเวลาของการพูดจาเลื่อนลอยได้หมดสิ้นไปแล้ว และขณะนี้คือเวลาของการทำงาน
นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ระบุว่า รัฐบาลจะทำให้อเมริกากลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง มั่งคั่งอีกครั้ง มีความภาคภูมิใจอีกครั้ง ปลอดภัยอีกครั้ง รวมทั้งกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง
ส่วนภาคเศรษฐกิจ นายวอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนระดับมหาเศรษฐีพันล้าน เจ้าของบริษัทเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ และเป็นผู้สนับสนุนนางฮิลลารี คลินตันเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ มีอาชีพที่สำคัญที่สุดในโลก
เขากล่าวว่า "อเมริกายังคงดำเนินต่อไปได้ เหมือนที่ผมเคยกล่าวไว้ อเมริกาไปได้อย่างวิเศษภายใต้ฮิลลารี คลินตัน และผมคิดว่าอเมริกาก็จะไปได้ดีภายใต้โดนัลด์ ทรัมป์"
นายบัฟเฟตต์ยอมรับว่า ในระยะยาว เขาไม่รู้ว่าตลาดหุ้นจะไปในทิศทางใดในอีก 10 วัน หรือ 1 ปี หรือ 2 ปี
แต่นายบัฟเฟตต์กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่เขารู้ก็คือ "ตลาดจะปรับตัวขึ้นในอีก 10 ปี หรือ 20 ปีต่อจากนี้ แม้ว่าเศรษฐกิจอาจมีการสะดุดบ้าง แต่หลังจากนั้นเราก็จะไปได้ดี"
และอีกมุมหนึ่งนางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวเตือนว่า นโยบายกีดกันทางการค้าจากรัฐบาลของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และบดบังผลบวกที่ได้รับจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
"โดยรวมแล้ว สิ่งนี้จะให้ผลในเชิงลบ" นางลาการ์ดกล่าวในการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรั่มในวันนี้
นายทรัมป์กล่าวก่อนหน้านี้ว่า เขาจะระบุว่าจีนเป็นประเทศที่ปั่นค่าเงินเพื่อสร้างความได้เปรียบในการส่งออก และเขาจะขึ้นภาษีนำเข้าต่อสินค้าจีนสูงถึง 45%
ปิดท้ายด้วยการต่อต้าน กลุ่มผู้ประท้วงการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทุบกระจกหน้าต่างของห้างร้านหลายแห่งบนถนนสายต่างๆในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งรวมถึงร้านแมคโดนัลด์, สตาร์บัค และธนาคารแบงก์ ออฟ อเมริกา ก่อนที่พิธีสาบานตนของนายทรัมป์จะเริ่มขึ้น
นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประท้วงยังได้ทุบกระจกหน้าต่างรถยนต์หลายคันที่จอดตามถนน
เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้หลายคน
เรียบเรียง บุญชัย ทีนิวส์
