- 21 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
จากกรณี นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สกลนคร ภายหลังถูกศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี 2 เดือน ในคดีขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต เหตุเกิดเมื่อปี 2548 และถูกจำคุกตั้งแต่เมื่อปี 56 ก่อนได้รับอภัยโทษออกมาเมื่อปี 2558 ก่อนจะมีการรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ เนื่องจากเป็นการจับผู้ต้องหาผิดตัวและสุดท้ายสามารถติดตามผู้ต้องหาตัวจริงมาได้ เหตุทั้งหมดเกิดจากตำรวจจับผิดตัวจำทะเบียนรถคลาดเคลื่อน เป็นผลทำให้นางจอมทรัพย์ถูกจำคุกฟรีทั้งที่ไม่ได้มีความผิดอะไร จึงยื่นขอความช่วยเหลือหวังได้รับความยุติธรรมจากผลการกระทำผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ตำรวจกับกระทรวงยุติธรรม
ล่าสุด นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ อายุ 61 ปี บ้านเลขที่ 8 หมู่ 2 บ้านนาคู่กลาง ต.นาคู่ อ.นาแก จ.นครพนม พร้อมด้วย นางทองเรศ วงศ์ศรีชา อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 2 บ้านนาคู่กลาง ต.นาคู่ อ.นาแก จ.นครพนม ซึ่งทั้งสอง เป็นพยานผู้เห็นเหตุการณ์ในคดี ช่วงเกิดเหตุ ได้ออกมาเปิดเผย ยืนยันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงกัน ทั้งสองคนว่าพบเห็นคนขับรถยนต์ที่เกิดเหตุ เป็นผู้ชายลงมาดูศพผู้ตาย หลังขับรถยนต์ชนรถจักรยาน ทำให้ นายเหลือ พ่อบำรุง อายุ 75 ปี เสียชีวิต ก่อนขับรถยนต์หนีไป แต่จำได้เพียงตัวเลขทะเบียน 56 ส่วนอื่นไม่สามารถจำได้ ถือเป็นพยานสำคัญที่จะเป็นหลักฐานในการรื้อฟื้นคดี
(นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์)
โดย นางทัศนีย์ กล่าวว่า วันเกิดเหตุขณะตนขับรถจักรยานยนต์มาตามถนนฝั่งขาเข้า ต.พระซอง อ.นาแก จ.นครพนม ได้มีรถยนต์ไม่ทราบรุ่นและยี่ห้อ ซึ่งตนไม่สามารถจำได้เพราะเป็นเวลามืดประมาณทุ่ม หลังรถยนต์เกิดเหตุรถคันดังกล่าวได้แซงรถตนเองไป ห่างประมาณ 50 เมตร ก่อนมีจักรยานผู้ตาย สวนข้ามเลนมาชนอย่างแรง พอรถคันดังกล่าวหยุด ตนได้มองเห็นคนขับรถเป็นผู้ชายเดินลงไปดูศพก่อนเดินขึ้นรถขับหนีไป ไม่สามารถมองใบหน้าได้ชัดเพราะไม่มีไฟส่องสว่างถนนและตนอยู่ไกล พอดูออกก็เห็นว่าชายคนนั้นสวมเสื้อผ้าสีดำแต่งตัวดูดี ส่วนทะเบียนรถจำได้เพียง 56 อักษรกับจังหวัดมองไม่เห็น ทั้งหมดที่ตนพูดเป็นความจริงตามที่เห็น ส่วนในเรื่องของคดีตนไม่รู้และภายหลังทางครูจอมทรัพย์มาขอให้เป็นพยาน ซึ่งตนก็พูดตามที่เห็น
(นางทองเรศ วงศ์ศรีชา)
ส่วน นางทองเรศ วงศ์ศรีชา อายุ 51 ปี กล่าวว่า ตนเป็นคนซ้อนรถจักรยานยนต์ ในช่วงเกิดเหตุเห็นเพียง มีผู้ชายร่างท้วม สวมเสื้อผ้าสีดำ ดูไม่ชัดเจนมองระยะไกล เดินลงมาจากรถ มาดูศพคนตายหลังรถชนจักรยานก่อนคนขับเดินขึ้นขับรถหนีไป ภายหลังจากเกิดเหตุ มีญาติครูจอมทรัพย์มาขอให้เป็นพยานกับตำรวจ และไปขึ้นศาลเป็นพยาน หลังครูจอมทรัพย์ออกมาจากคุกจึงรู้ว่าครูจอมทรัพย์นั้นติดคุก ซึ่งตนก็รู้สึกสับสนว่าตอนเห็นวันเกิดเหตุเป็นผู้ชาย ทำไมถึงเป็นครูจอมทรัพย์ที่ติดคุก จึงได้แค่คิดแต่ไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นยังไง เพราะมันนานมาหลายปีแล้ว พูดได้เพียงความเป็นจริงที่เห็นและไม่เคยมีใครมาบังคับหรือจ้างให้พูด
(นายสับ วาปี)
จากนั้น หลังจากนายสัป วาปี ได้ให้การในชั้นศาลว่าได้ขับรถชนคนตาย และได้นำรถมาซ่อมยังอู่ซ่อมรถในจ.มุกดาหาร ทราบว่าชื่อ อู่ อ.เจริญยนต์หนองแวง บ้านหนองแวง ต.บ้านโคก อ.เมือง จ.มุกดาหาร จากการสอบถาม นายเวช คล่องแคล่ว อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของอู่ กล่าวว่า ตนเองได้ซ่อมรถยนต์ที่นายสับ วาปี ได้นำรถคันดังกล่าวมาให้ซ่อมจริงเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว โดยได้ทำการซ่อมด้านหน้าซึ่งมีรอยเฉี่ยวชน แต่ไม่ทราบว่าขับไปชนอะไรมา และให้ตนตีราคาซ่อมในราคาจำนวน 3,000 บาท ตนได้ใช้เวลาซ่อมรถคันดังกล่าวประมาณ 1 สัปดาห์ก็เสร็จ โดยมีภรรยาของนายเวช เจ้าของอู่ อ.เจริญยนต์ ยืนยัน
จากนั้น นายสับ วาปี ได้เดินทางมาพบตน และขอให้ตนไปเป็นพยานว่าตนได้ซ่อมรถของนายสับ วาปี ทะเบียน บค 56 มุกดาหาร จริง ต่อหน้าบัลลังก์ศาลไปแล้ว ส่วน นายสับ ขับรถคันดังกล่าวไปชนใครตนไม่ทราบ โดย นายสับ วาปี ก็ได้เดินทางมาพบตนหลายครั้ง พร้อมบอกว่ารู้สึกสำนึกผิดที่เป็นคนขับรถชนผู้อื่นเสียชีวิต แต่ต้องให้ผู้อื่นมารับโทษแทน.
เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์
