ลุกลามไม่หยุด !!! สตรีนับแสนในสหรัฐลุกฮือต่อต้าน "ทรัมป์" ขณะที่อีกหลายประเทศร่วมด้วย เหตุการณ์ชักจะบานปลาย

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

สตรีราว 5 แสนคนในนามของกลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิสตรี จัดการชุมนุม Women's March ประท้วงนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ ในกรุงวอชิงตันดีซี เมืองหลวงของประเทศ
          นอกจากนี้ ยังมีการชุมนุมคู่ขนานในอีกหลายเมืองทั่วโลก เช่น ลิสบอน ประเทศโปรตุเกส, ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย, ปราก สาธารณรัฐเช็ก, โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก, ลอนดอน ประเทศอังกฤษ, เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี, ปารีส ประเทศฝรั่งเศส, สตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน และโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น
          ทั้งนี้ การรวมตัวกันของกลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิสตรีเกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง โดยมีผู้หญิงจำนวนหนึ่งโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่าต้องมีการเคลื่อนไหวต่อต้าน จากนั้นกลุ่มอื่นๆหลายร้อยกลุ่มก็เข้าร่วมด้วยเพื่อต่อต้านนโยบายต่างๆของทรัมป์ ทั้งนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในการทำแท้ง การควบคุมอาวุธปืน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงสิทธิของผู้อพยพ

ขณะที่ก่อนหน้านี้ มีชาวเม็กซิโกออกไปร่วมตัวกันที่บริษัทตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ฟอร์ดในหลายเมืองของประเทศ ในวันศุกร์ เพื่อประท้วงนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ ที่จะนำงานในภาคการผลิตกลับคืนสู่สหรัฐ
          ผู้ประท้วงราว 50 คนชุมนุมกันอยู่ด้านนอกของบริษัทตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ฟอร์ดในย่านดาวน์ทาวน์ของเม็กซิโกซิตี้ และเรียกร้องบริษัทข้ามชาติต่างๆอย่าถอนธุรกิจออกจากเม็กซิโก แม้ทรัมป์ขู่ที่จะจัดเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้นอย่างมากกับสินค้าที่ผลิตหรือประกอบในเม็กซิโกและจำหน่ายในสหรัฐ
          นอกจากนี้ บรรดาผู้ประท้วงยังได้ถือป้ายที่มีข้อความต่อว่านโยบายอื่นๆ ของทรัมป์ด้วย เช่น การสร้างกำแพงกั้นพรมแดนสหรัฐ-เม็กซิโก เพื่อสกัดกั้นผู้อพยพเข้าประเทศผิดกฎหมาย
          อาร์มันโด กอนซาเลซ ผู้จัดการประท้วงจากพรรค Social Encounter Party (PES) กล่าวกับซินหัวว่า เป้าหมายของการประท้วงไม่ใช่เพื่อคว่ำบาตรรถยนต์ฟอร์ด แต่ต้องการส่งสารไปถึงนายทรัมป์ว่า ไม่ควรปกป้องงานของชาวอเมริกัน ด้วยการทำลายแรงงานของเม็กซิโก
          "เรากำลังปกป้องงานในเม็กซิโก" เขากล่าว
          คณะผู้จัดงานเผยว่า การประท้วงจัดขึ้นตามเมืองต่างใน 31 รัฐของเม็กซิโก

ขณะที่ สุนทรพจน์หลังการสาบานตนรับตำแหน่งในวันศุกร์ (20 ม.ค.) โดยมีสาระสำคัญดังนี้

          -- ผลักดันนโยบาย "อเมริกาต้องมาก่อน" โดยการตัดสินใจด้านการค้า ภาษี ประเด็นคนเข้าเมือง และกิจการต่างประเทศ จะต้องเอื้อประโยชน์ต่อแรงงานชาวสหรัฐและครอบครัวชาวอเมริกัน โดยรัฐบาลจะยุติการที่ประเทศอื่นทำการผลิตสินค้าสหรัฐ ขโมยบริษัทสหรัฐ และทำลายการจ้างงานในสหรัฐ
          -- ทำให้อเมริกากลับมาภาคภูมิ ปลอดภัย และยิ่งใหญ่อีกครั้ง
          -- นำสหรัฐกลับสู่ความยิ่งใหญ่ พร้อมให้อำนาจกลับคืนสู่ประชาชนทุกคน
          -- กวาดล้างกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงให้หมดสิ้นไปจากโลก โดยสหรัฐจะกระชับความสัมพันธ์กับพันธมิตรเก่า และก่อตั้งพันธมิตรใหม่ รวมทั้งจับมือกับประเทศต่างๆในการต่อสู้กับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ซึ่งสหรัฐจะถอนรากถอนโคนให้หมดสิ้นไปจากโลก
          -- ดึงการลงทุน การใช้จ่ายงบกลาโหมกลับสู่ประเทศ โดยรัฐบาลสหรัฐจะเป็นผู้กำหนดทิศทางของอเมริกาและของโลกในเวลาอีกหลายๆปี
          -- กระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานครั้งใหญ่ ด้วยการก่อสร้างสาธารณูปโภคทั่วสหรัฐ โดยรัฐบาลจะดำเนินการด้วยกฎง่ายๆเพียง 2 ข้อคือ ซื้อสินค้าอเมริกัน และ จ้างชาวอเมริกัน

 

 

เรียบเรียง บุญชัย ทีนิวส์