- 23 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
เป็นกระแสที่ถูกนำไปพูดในทุกมิติแวดวงการเมือง สำหรับเรื่องการปรองดอง ซึ่งก่อนหน้าที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ก็พูดถึงความขัดแย้งคนในชาติว่าถึงเวลาประชาชนต้องเลิกฟังพวกที่คิดร้ายทำลายประเทศ และประกาศยืนยันจะใช้กฎหมายดำเนินการกับผู้กระทำผิดต่อไป แม้ว่ารัฐบาลคสช.จะมีนโยบายเรื่องความปรองดองเพื่อความสงบคนในชาติ
( คลิกอ่านข่าวเกี่ยวข้อง พอกันทีปชต.จอมปลอม!! "บิ๊กตู่"เหลืออดบิดเบือน"ปรองดอง" โยนบาปกองทัพเป็นคู่ขัดแย้ง ย้ำคำไม่ยอมปล่อยผิดกม.ปลุกปชช.ร่วมปฏิรูปเลิกฟังคนทำลายปท. !!?!! )
ล่าสุด พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตรอง ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานข่าวกรองแห่งชาติ ได้โพสต์แสดงความเห็นเกี่ยวกับคำว่า “ปรองดอง” ไว้อย่างน่าสนใจเฟซบุ๊กส่วนตัว มีใจความสาระสำคัญว่า “ ปรองดอง คราวนี้ "ไม่พูดเรื่องนิรโทษกรรม และ เรื่องคดีที่ผิดกฏหมาย " จึงทำให้บทบาทของนักการเมืองคู่ขัดแย้งต้องลดลงไป บางคนถึงกับพูดว่าจะปรองดองไปทำไมกันว่ะ ??
ในซีกนักการเมืองจึงไม่เต็มใจลงมาเล่นเรื่องการปรองดอง ถ้าไม่พูดเรื่องที่ทำผิดกฏหมายเข้าไปด้วย แต่ถ้าพูดเรื่องนิรโทษกรรม หรือ เรื่องทำผิดกฏหมาย การปรองดองก็ไม่เกี่ยวกับประชาชนแน่ๆ ดังนั้นการปรองดอง ครั้งนี้ควรที่จะพูดถึงเรื่องในอนาคต มากกว่าเรื่องที่ผ่านมาแล้ว
เช่น (1) มาพูดกันว่า ต่อไปนี้เราจะไม่โกงอีก เพราะ "การโกง" เป็นต้นเหตุของความขัดแย้งทุกครั้ง ในทุกประเทศไทย
(2) พูดถึงเรื่อง ต้องมีความเที่ยงธรรมในการแต่งตั้งข้าราชการ ไม่เช่นนั้น ข้าราชการส่วนใหญ่ก็จะไม่ทำงานเต็มที่
(3) เราต้องซื่อสัตย์ต่อแผ่นดิน บ้านเกิดเมืองนอน ไม่ขายทรัพย์สมบัติของชาติ ด้วย
และ (4) เราต้องยอมรับกติกาของสังคม คือ รัฐธรรมนูญ และ กฏหมายทุกฉบับ อย่างเคร่งครัด แม้กระทั้งเรื่องเล็กๆน้อยๆ เช่น สูบบุหรี่ หรือเล่นไลน์ ขณะที่ขับรถ เอาหมาที่เราไม่ต้องการอีกแล้วไปทิ้งหน้าบ้านคนอื่น ฯลฯ
การปรองดองแบบนี้จึงเหมือนกับการกำหนดกรอบจริยธรรม ให้ประชาชนทั่วไป (ความจริงมุ่งกำหนดให้นักการเมืองมากกว่า) นั้นเอง ดังนั้นคนที่ควรดึงมาปรองดอง คือ ประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ใช่นักการเมือง สิ่งสำคัญที่กรรมการปรองดองทุกคนควรคิดได้ก่อนเรื่องอื่น คือ ประเทศไทยมีพื้นฐานความขัดแย้งมาจากเรื่องการโกง แตกต่างกว่าประเทศอื่นที่นักการเมืองพยายามเสนอมาเป็นตัวอย่าง ดังนั้น เราต้องแก้ไขแบบไทยๆ จงสำนึกในเรื่องนี้ให้ได้เสียก่อน ที่จะมาพูดว่าพร้อมจะลงสัตยาบัน จนดูเสมือนว่านักการเมือง 10 กว่าคนลงสัตยาบันแล้ว บ้านเมืองนี้มันจะเกิดปรองดองได้อย่างงั้นแหละ ... นี่คือเรื่องตลกอีกเรื่องหนึ่ง ของบ้านเมือง ครับ !!!
ขอบคุณที่มา : เฟซบุ๊ก พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม http://deep.tnews.co.th/contents/td/220233/ดอกนี้มีถึงจุกในอก!!!"พล.ท.นันทเดช"มองสถานการณ์เสื้อแดงเป็นขาลงแต่ "ทักษิณ" ก็ยังคงน่ากลัว??ตอนท้ายมีบทเฉลยถึงบางอ้อให้เม้นท์กันไปยาวๆ!!
เรียบเรียง : มนันยา สนข.ทีนิวส์
