- 24 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม : www.tnews.co.th
ความคืบหน้าของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.)ซึ่งในวันที่ 25 นี้ จะมีการหารือวางแนวทางการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนเรื่องใหญ่อย่างการสร้างความสามัคคีปรองดองนั้น ก็ยังถือเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสำคัญว่า ท้ายที่สุดแล้วจะปรองดองกันได้หรือไม่
ส่วนขั้นตอน กระบวนการการทำงานของคณะกรรมการกำหนดไว้ว่า คณะกรรมการจะได้เรียกนักการเมืองเข้ามาพูดคุยเป็นกลุ่มแรกในเดือนกพ. และสิ่งที่นักการเมืองจะต้องเจอคือชุดคำถามเพื่อสอบถามในความเห็น10ด้าน และหลังจากนั้นเมื่อได้พูดคุยกับทุกฝ่าย คณะกรรมการจะทำการรวบรวมความเห็นที่ได้ทั้งหมด และจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่ความเห็นออกเป็น3กลุ่ม คือ
1.เรื่องที่เห็นตรงกัน
2.เรื่องที่พอจะเห็นตรงกันบ้าง ซึ่งคณะกรรมการจะได้นำความเห็นเหล่านี้มาจัดทำเป็นข้อบันทึก และนำไปสู่การจัดทำเป็นข้อตกลงร่วม หรือสัญญาประชาคม เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ลงนามโดยมีประชาชนเป็นพยานว่าหลังจากนี้จะไม่เกิดการกระทำที่ผิดไปจากข้อตกลงที่ได้ลงนามร่วมกันไว้
ส่วนอีกกลุ่มคือ กลุ่มที่3 เป็นประเภทเรื่องที่เห็นไม่ตรงกัน คณะกรรมการจะปล่อยให้เป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมายดำเนินการไป คือสิ่งใดที่เป็นข้อขัดแย้งจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งดำเนินการแก้ไข รวมถึงกรณี นิรโทษกรรม จากนั้นเมื่อทุกฝ่ายลงนาม รัฐบาล และ คสช.จะนำเนื้อหาทั้งหมดที่มีการลงนามไปจัดทำเป็นกติการ่วม ซึ่งอาจออกมาในรูปคำสั่งตามม.44ตามมา ทั้งนี้ก็เพื่อให้ประเทศไม่กลับไปสู่วังวนเดิมๆที่ผ่านมา และเดินไปสู่การเลือกตั้งได้อย่างเรียบร้อย
ที่เรานำเสนอมาทั้งหมดทั้งมวลนี้ ก็คือรูปแบบและแนวทางของความพยายามที่อยากจะให้บ้านเมืองนั้นปรองดอง โดยรัฐบาล ส่วนในภาพความเหนื่อยหน่ายของประชาชน เพราะปัจจุบันนี้รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งแล้วรู้ปัญหาหรือยังว่าใครขัดแย้งกับใคร และขัดแย้งกันเรื่องอะไร
ตลอดระยะเวลา 10 ที่ผ่านมาที่บ้านเมืองเกิดความขัดแย้ง ทั้งกลุ่มทางการเมือง และพรรคการเมือง ก็ล้วนแต่มีข้อเรียกร้องที่แตกต่างกันไป ดังที่เราจะได้ไล่เรียง ให้ได้รับทราบ
ข้อเรียกร้อง ในการต่อสู้ของกลุ่มความขัดแย้งในอดีตที่ผ่านมา
กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ประเด็นในการต่อสู้กับรัฐบาลนายทักษิณและพรรคไทยรักไทย
1.กล่าวหาเป็นรัฐบาลทุจริตคอรั่ปชั่น
2.สร้างนโยบายเอื้อประโยชน์ธุรกิจครอบครัว
ประเด็นในการต่อสู้กับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์
1.ผลกรณีปราสาทพระวิหาร
2.ปัญหาชายแดนประเทศกัมพูชา พื้นที่ทับซ้อน
กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือนปช.
ประเด็นในการต่อสู้กับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์
1.ต่อต้านรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ว่าเป็นรัฐบาลเผด็จการแต่งตั้งจากค่าทหาร มีทหารอยู่เบื้องหลัง
2.เรียกร้องให้มีการยุบสภา
3.นปช.ยกระดับการชุมนุม มีกองกำลังติดอาวุธ รัฐบาลขอคืนพื้นที่ จนผู้เสียชีวิตทั้งผู้ชุมนุม ,เจ้าหน้าที่ และผู้บริสุทธิ์ กลุมนปช.กล่าวหาเป็นรัฐบาลมือเปื้อนเลือด สั่งฆ่าประชาชน
กลุ่ม คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือกปปส.ประเด็นในการต่อสู้กับรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและพรรคเพื่อไทย
1.รัฐบาลเผด็จการ มุ่งออกฎหมายนิรโทษกรรม ล้างผิดคนโกง
2.พบทุจริต จำนำข้าว ยกระดับขับไล่รัฐบาล
3.เดินหน้าเรื่องการปฏิรูประเทศสอดคล้องกับแนวทางรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์
กลุ่ม คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือกปปส.ประเด็นขัดแย้ง นปช.
1.การสั่งกองกำลังติดอาวุธ ทำร้ายผู้ชุมนุมเสียชีวิตและบาดเจ็บ
ฝ่ายการเมือง
กรณีพรรคประชาธิปัตย์ ข้อกล่าวหาพรรคเพื่อไทย
1.รัฐบาลผูกขาด ,โกงเลือกตั้ง ,เผด็จการรัฐสภา
2.การทุจริตคอร์รัปชั่น โครงการจำนำข้าว
3.สนับสนุนกลุ่ม นปช. การชุมนุมจนมีการเผาบ้านเมืองและก่อวินาศกรรม
พรรคประชาธิปัตย์ ข้อขัดแย้ง กลุ่ม นปช.
1.การชุมนุมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีกองกำลังติดอาวุธ การเผาสถานที่ราชการ
2.เป็นมวลชนที่ นายทักษิณ ชินวัตรและพรรคเพื่อไทยให้การสนับสนุน
พรรคเพื่อไทย-นปช.ขัดแย้งกับทหาร
1.การยึดอำนาจปี 2549 โดยทหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่นายทักษิณ และรัฐบาลไทยรักไทย ไม่พอใจอยู่แล้ว
2.การกล่าวหา พล.อ.เปรม อยู่เบื้องหลัง การยึดอำนาจ
3.เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็กล่าวหาว่าทหารอยู่เบื้องหลังและสนับสนุน
4.รัฐบาลส่งทหารมาปราบปราม ประชาชนในปี 2552-2553 กล่าวหาว่า ฆ่าประชาชน
5.พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล โดนกลุ่ม กปปส.ชุมนุมประท้วงหนัก ให้ทหารเข้ามาปราบ แต่ทหารก็ไม่ออกมา
6.การก่อรัฐประหารโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อ 22 พ.ค.57
เรียบเรียงโดย : วัสดา สำนักข่าวทีนิวส์
