จะปรองดองอย่างไร!? เมื่อโจทย์ความขัดแย้งต่างกันสุดขั้ว (รายละเอียด)

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม : www.tnews.co.th

ความคืบหน้าของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.)ซึ่งในวันที่ 25 นี้ จะมีการหารือวางแนวทางการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนเรื่องใหญ่อย่างการสร้างความสามัคคีปรองดองนั้น ก็ยังถือเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสำคัญว่า ท้ายที่สุดแล้วจะปรองดองกันได้หรือไม่

 

ส่วนขั้นตอน กระบวนการการทำงานของคณะกรรมการกำหนดไว้ว่า คณะกรรมการจะได้เรียกนักการเมืองเข้ามาพูดคุยเป็นกลุ่มแรกในเดือนกพ. และสิ่งที่นักการเมืองจะต้องเจอคือชุดคำถามเพื่อสอบถามในความเห็น10ด้าน และหลังจากนั้นเมื่อได้พูดคุยกับทุกฝ่าย คณะกรรมการจะทำการรวบรวมความเห็นที่ได้ทั้งหมด และจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่ความเห็นออกเป็น3กลุ่ม คือ

1.เรื่องที่เห็นตรงกัน

2.เรื่องที่พอจะเห็นตรงกันบ้าง ซึ่งคณะกรรมการจะได้นำความเห็นเหล่านี้มาจัดทำเป็นข้อบันทึก และนำไปสู่การจัดทำเป็นข้อตกลงร่วม หรือสัญญาประชาคม เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ลงนามโดยมีประชาชนเป็นพยานว่าหลังจากนี้จะไม่เกิดการกระทำที่ผิดไปจากข้อตกลงที่ได้ลงนามร่วมกันไว้

ส่วนอีกกลุ่มคือ กลุ่มที่3 เป็นประเภทเรื่องที่เห็นไม่ตรงกัน คณะกรรมการจะปล่อยให้เป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมายดำเนินการไป คือสิ่งใดที่เป็นข้อขัดแย้งจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งดำเนินการแก้ไข รวมถึงกรณี นิรโทษกรรม จากนั้นเมื่อทุกฝ่ายลงนาม รัฐบาล และ คสช.จะนำเนื้อหาทั้งหมดที่มีการลงนามไปจัดทำเป็นกติการ่วม ซึ่งอาจออกมาในรูปคำสั่งตามม.44ตามมา ทั้งนี้ก็เพื่อให้ประเทศไม่กลับไปสู่วังวนเดิมๆที่ผ่านมา และเดินไปสู่การเลือกตั้งได้อย่างเรียบร้อย

ที่เรานำเสนอมาทั้งหมดทั้งมวลนี้ ก็คือรูปแบบและแนวทางของความพยายามที่อยากจะให้บ้านเมืองนั้นปรองดอง โดยรัฐบาล  ส่วนในภาพความเหนื่อยหน่ายของประชาชน เพราะปัจจุบันนี้รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งแล้วรู้ปัญหาหรือยังว่าใครขัดแย้งกับใคร และขัดแย้งกันเรื่องอะไร

ตลอดระยะเวลา 10 ที่ผ่านมาที่บ้านเมืองเกิดความขัดแย้ง ทั้งกลุ่มทางการเมือง และพรรคการเมือง ก็ล้วนแต่มีข้อเรียกร้องที่แตกต่างกันไป ดังที่เราจะได้ไล่เรียง ให้ได้รับทราบ

 

ข้อเรียกร้อง ในการต่อสู้ของกลุ่มความขัดแย้งในอดีตที่ผ่านมา

กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ประเด็นในการต่อสู้กับรัฐบาลนายทักษิณและพรรคไทยรักไทย

1.กล่าวหาเป็นรัฐบาลทุจริตคอรั่ปชั่น

2.สร้างนโยบายเอื้อประโยชน์ธุรกิจครอบครัว

 

จะปรองดองอย่างไร!? เมื่อโจทย์ความขัดแย้งต่างกันสุดขั้ว (รายละเอียด)

 

ประเด็นในการต่อสู้กับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์

1.ผลกรณีปราสาทพระวิหาร

2.ปัญหาชายแดนประเทศกัมพูชา พื้นที่ทับซ้อน

 

จะปรองดองอย่างไร!? เมื่อโจทย์ความขัดแย้งต่างกันสุดขั้ว (รายละเอียด)

 

กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือนปช.

ประเด็นในการต่อสู้กับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์

1.ต่อต้านรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ว่าเป็นรัฐบาลเผด็จการแต่งตั้งจากค่าทหาร มีทหารอยู่เบื้องหลัง

2.เรียกร้องให้มีการยุบสภา

3.นปช.ยกระดับการชุมนุม มีกองกำลังติดอาวุธ รัฐบาลขอคืนพื้นที่ จนผู้เสียชีวิตทั้งผู้ชุมนุม ,เจ้าหน้าที่ และผู้บริสุทธิ์ กลุมนปช.กล่าวหาเป็นรัฐบาลมือเปื้อนเลือด สั่งฆ่าประชาชน

 

จะปรองดองอย่างไร!? เมื่อโจทย์ความขัดแย้งต่างกันสุดขั้ว (รายละเอียด)

 

กลุ่ม คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือกปปส.ประเด็นในการต่อสู้กับรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและพรรคเพื่อไทย

1.รัฐบาลเผด็จการ มุ่งออกฎหมายนิรโทษกรรม ล้างผิดคนโกง

2.พบทุจริต จำนำข้าว ยกระดับขับไล่รัฐบาล

3.เดินหน้าเรื่องการปฏิรูประเทศสอดคล้องกับแนวทางรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์

 

จะปรองดองอย่างไร!? เมื่อโจทย์ความขัดแย้งต่างกันสุดขั้ว (รายละเอียด)

 

กลุ่ม คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือกปปส.ประเด็นขัดแย้ง นปช.

1.การสั่งกองกำลังติดอาวุธ ทำร้ายผู้ชุมนุมเสียชีวิตและบาดเจ็บ

 

จะปรองดองอย่างไร!? เมื่อโจทย์ความขัดแย้งต่างกันสุดขั้ว (รายละเอียด)

 

ฝ่ายการเมือง

กรณีพรรคประชาธิปัตย์ ข้อกล่าวหาพรรคเพื่อไทย

1.รัฐบาลผูกขาด ,โกงเลือกตั้ง ,เผด็จการรัฐสภา

2.การทุจริตคอร์รัปชั่น โครงการจำนำข้าว

3.สนับสนุนกลุ่ม นปช. การชุมนุมจนมีการเผาบ้านเมืองและก่อวินาศกรรม

 

จะปรองดองอย่างไร!? เมื่อโจทย์ความขัดแย้งต่างกันสุดขั้ว (รายละเอียด)

 

พรรคประชาธิปัตย์ ข้อขัดแย้ง กลุ่ม นปช.

1.การชุมนุมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีกองกำลังติดอาวุธ การเผาสถานที่ราชการ

2.เป็นมวลชนที่ นายทักษิณ ชินวัตรและพรรคเพื่อไทยให้การสนับสนุน

 

จะปรองดองอย่างไร!? เมื่อโจทย์ความขัดแย้งต่างกันสุดขั้ว (รายละเอียด)

 

พรรคเพื่อไทย-นปช.ขัดแย้งกับทหาร

1.การยึดอำนาจปี 2549 โดยทหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่นายทักษิณ และรัฐบาลไทยรักไทย ไม่พอใจอยู่แล้ว

2.การกล่าวหา พล.อ.เปรม อยู่เบื้องหลัง การยึดอำนาจ

3.เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็กล่าวหาว่าทหารอยู่เบื้องหลังและสนับสนุน

4.รัฐบาลส่งทหารมาปราบปราม ประชาชนในปี 2552-2553  กล่าวหาว่า ฆ่าประชาชน

5.พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล โดนกลุ่ม กปปส.ชุมนุมประท้วงหนัก ให้ทหารเข้ามาปราบ แต่ทหารก็ไม่ออกมา

6.การก่อรัฐประหารโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อ 22 พ.ค.57

 

จะปรองดองอย่างไร!? เมื่อโจทย์ความขัดแย้งต่างกันสุดขั้ว (รายละเอียด)

 

เรียบเรียงโดย : วัสดา สำนักข่าวทีนิวส์