มะเร็งโกงลาม "เจ้าจำปี" !!!  "กัปตันโยธิน" ยิงตรงสินบนโรลส์ รอยซ์ฉาวแค่รอยแผลเน่าโผล่  เอาให้หายขาดต้องเป็นวาระชาติผ่าตัด"บมจ.บินไทย" ??

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

ยังเป็นกรณีฉาวที่สังคมไทยกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด  สำหรับผลสืบเนื่องจากการที่บริษัทโรลส์-รอยซ์    ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์และเครื่องยนต์สำหรับอากาศยานรายใหญ่ของอังกฤษ ได้ให้การสารภาพต่อ สำนักงานปราบปรามการทุจริตของประเทศอังกฤษ (SFO) ว่า มีการจ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่และนักการเมืองในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย เพื่อแลกกับการให้มีการซื้อขายเครื่องยนต์และอะไหล่เครื่องบินของโรลส์-รอยซ์ ซึ่งในส่วนของประเทศไทยนั้น มีการจ่ายสินบนกัน 3 ครั้งในช่วงระหว่างปี พ.ศ.2534-2548  รวมเป็นมูลค่าถึง 36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,270 ล้านบาท

 

จนกระทั่งมีการเผยแพร่เนื้อหาผลสอบสวนกรณีดังกล่าว โดยเจาะลึกไปถึงเอกสารคำให้การของโรลส์-รอยซ์ ในการจ่ายสินบนครั้งที่ 3 ให้กับ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 7.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 254 ล้านบาท ในช่วงระหว่างปี 2547-2548  พร้อมอ้างเอกสารมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 23 พฤศจิกายน 2547 เกี่ยวกับการจัดซื้อเครื่องบินรุ่นใหม่ แอร์บัส A340 และโบอิ้ง 777   ซึ่งเป็นที่มาของครหาการเรียกรับสินบนส่วนแบ่งจำนวน 4% เพื่อการอนุมัติจัดซื้อดังกล่าวตามคำกล่าวอ้างของผู้บริหารบริษัทโรลส์-รอยซ์   

 

มะเร็งโกงลาม "เจ้าจำปี" !!!  "กัปตันโยธิน" ยิงตรงสินบนโรลส์ รอยซ์ฉาวแค่รอยแผลเน่าโผล่  เอาให้หายขาดต้องเป็นวาระชาติผ่าตัด"บมจ.บินไทย" ??

ชัดเจนเลย ..ยุคไหน  สมัยไหน ??  เปิดมติครม.ปี47โยงคดีสินบนโรลส์รอยซ์ พบ“สุริยะ”ชงเปลี่ยนซื้อโบอิ้ง777 เปิดช่องไอ้โม่งงาบสินบน ?? (คลิกอ่าน)

 

ขณะที่ล่าสุดในเพจเฟซบุ๊ก  นายโยธิน ภมรมนตรี  อดีตกัปตันการบินไทย   ได้โพสต์แสดงความเห็นในประเด็นนี้ได้อย่างชัดเจนตรงประเด็นถึงสภาพปัญหาภายในบมจ.การบินไทย  ไม่ได้เป็นเหตุวิกฤตจากสิ่งที่เกิดขึ้นและกำลังเป็นข่าวดัง   แต่แท้จริงแล้วหนี้สินบมจ.การบินไทยซึ่งนำมาซึ่งความเสียหายให้กับองค์การบินแห่งชาติมีหลายเรื่องหลายราวที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง !!!

 

 

“เป็นความน่าอับอายเป็นอย่างมากเรื่องสินบนในการจัดซื่อเครื่องยนต์ Rolls Royce ซื่งทำความเสียหายชื่อเสียงแก่ทั้งประเทศชาติและสายการบินแห่งชาติ  เรื่องสินบน Rolls Royce เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของภูเขาน้ำแข็งในมหาสมุทรที่โผล่มาให้เห็น แต่ใต้น้ำคือส่วนใหญ่ของภูเขาน้ำแข็งซึ่งมูลค่าความเสียหายมูลค่าหลายแสนล้านบาท ค่าเสียหายดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำให้เสียชื่อประเทศชาติแต่เป็นการทำลายความมั่นคงของสายการบินแห่งชาติด้วย

 

อะไรบ้างที่ซ่อนอยู่ใต้มหาสมุทร ??

 

โครงการจัดซื้อเครื่องบิน A340-500/600 ทั้งหมด 10 ลำ แบ่งเป็น

 

1.1 โครงการจัดซื้อเครื่องบินแบบ A340-500 ( ผมพูดเสมอๆว่ามีแต่คนโง่หรือคนโกงเท่านั้นที่ซื้อเครื่องบินแบบนี้ ) จำนวน 4 ลำทั้งๆที่ทางสภาพัฒน์ฯ เสนอให้ทำการศึกษาใหม่ แต่สุดท้ายอำนาจการเมืองกลับเหนือความถูกต้อง และผลเป็นอย่างไร บริษัท การบินไทยฯ ขาดทุนย่อยยับ ( บริษัท Airbus ผลิตเครื่องบิน A340-500 มาแค่ 35 ลำและเลิกผลิต เพราะไม่สามารถหาคนโง่หรือคนโกงมาซื้อได้อีก) บัดนี้ เครื่องบิน A340-500 ทั้ง 4 ลำ จอดตากแดดตากฝนมาหลายปีแล้ว มีคนมาขอซื้อทั้ง 4 ลำในราคา 23.5 ล้านเหรียญสหรัฐต่อลำ คณะกรรมการบริษัทซึ่งมีดร.อำพนฯ เป็นประธานไม่ยอมขาย ปัจจุบัน จึงยังจอดตากแดดตากฝนต่อไปจนจะเป็นเศษเหล็กอยู่แล้ว หมดไปแล้ว 15,000ล้านบาท

1.2  A340-600 อีก 6 ลำ มีอายุใช้งานมาแค่ 10 ปี ยังมีอายุใช้งานอีก10ปี แต่ไม่ใช้ เอาไปจอดรอตากแดดตากฝนรอการขายมาแล้ว 2 ปี ยังขายไม่ได้ บอกว่าจะขายให้สายการบินในประเทศอิหร่าน ปรากฎว่าเขาไปซื้อจากสายการบิน Virgin Atlantic แล้วจำนวน 8 ลำ ปัจจุบันทั่วโลกยังมีเครื่องบินรุ่นนี้ที่ยังใช้ทำการบินอยู่อีก 72 ลำ ในสภาพที่ดีกว่าและราคาในบัญชีถูกกว่าของการบินไทยประมาณ 30% เมื่อเป็นเช่นนี้ยังไม่คิดที่จะเอากลับมาใช้หรือ หรือจะทิ้งให้เป็นเศษเหล็กเหมือน A340-500 หมดไปอีกแล้ว 22,500 ล้านบาท

 

การนำเครื่องบิน B747-400 ที่มีอายุงานกว่า 20 ปี ไปดัดแปลงเป็นเครื่องบินบรรทุกสินค้า หมดเงินค่าดัดแปลงไปเกือบ 2000 ล้าน ในการทำ feasibility  โดยบริษัทที่ปรึกษา ผลการศึกษาบอกว่า 4 ปีจะคุ้มทุน แต่บินไปได้ปีกว่าต้องหยุดบินเพราะขาดทุนมหาศาล ปัจจุบัน จอดตากแดดตากฝนมา 2 ปีแล้ว หมดไปอีกหลายพันล้านบาท

 

การจัดตั้งสายการบินไทยสมายล์ ตามผลศึกษาที่แจ้งว่า ในปี 2557 จะมีกำไร 1,304 ล้าน ผลประกอบการจริงขาดทุน -557 ล้านบาท ปี2558 จะมีกำไร 1,842ล้านบาท ผลประกอบการจริงขาดทุน -1,843 ล้านบาท ผิดจากการศึกษาถึง 200% ปี 2559 ศึกษาว่าจะมีกำไร 1,910 ล้านบาท ผลประกอบการแค่ 9 เดือนของปี 2559 ขาดทุนไปแล้ว -1,078 ล้านบาท เครื่องบินที่นำมาใช้แทนที่จะใช้แบบที่บริษัทการบินไทยเคยใช้กลับไปใช้เครื่องบินและเครื่องยนต์แบบเดียวกับไทเกอร์แอร์ (ซึ่งเป็นบริษัทลูกของสิงคโปร์แอร์ไลน์) หมดไปอีกแล้ว 4 พันกว่าล้าน ไม่นับรวมวิธีการดำเนินการของไทยสมายล์ที่กล้าท้าให้ไปถามปรมาจารย์ทุกสำนัก ให้เป็นผู้ชี้ขาดว่า ถูกหรือ ผิด ??

 

การบินไทย ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ของนกแอร์ กลับมีผู้บริหารบางคนที่นอกจากไม่ยับยั้ง แถมยังสนับสนุนเห็นชอบให้สายการบินนกแอร์ไปร่วมทุนกับบริษัทสกู๊ตแอร์ (ลูกของสิงคโปร์แอร์ไลน์) และจัดตั้งเป็น "สายการบินนกสกู๊ต" ทำการบินแข่งกับการบินไทย ในเส้นทางเดียวกัน โดยเช่าเครื่องบินเก่ามาจากสิงคโปร์แอร์ไลน์ /ทำการซ่อมบำรุงโดยสิงคโปร์ แต่ "สวมสิทธิ" ใช้สิทธิการบินของประเทศไทย ความเสียหายในระยะยาวเป็นเงินมหาศาล

 

ในปี งบประมาณ 2558 บริษัทขาดทุน13,046ถ้าไม่ต้องเสียค่าที่ไปซื้อน้ำมันร่วงหน้าในราคาที่สูงกว่าราคาในตลาดเป็นเงิน 18,154 ล้านบาทบริษัทจะมีกำไร5,108ล้านบาท และยังดำเนินต่อไป คาดว่าปี 2559 จะขาดทุนการซื้อนำ้ร่วงหน้าอีกประมาณ 7,000 ล้านบาท หมดไปแล้วอีก25,000ล้านบาท

 

ปัญหาของภูเขาน้ำแข็ง TG Iceberg ยังมีอีกมาก ไม่เพียงที่จะทำลายชื่อเสียงของประเทศเสียหาย แต่นำความเสียหายถึงขั้นล้มละลายมาสู่สายการบินแห่งชาติได้

 

คณะกรรมการที่ตั้งมาทำการตรวจสอบปัญหาสินบน Rolls Royce ผมว่าแค่ผักชีโรยหน้า ประธานของคณะกรรมการชุดนี้ เหมือนเอาตำรวจ ยศแค่ พ.ต.อ. ไปสอบการกำเนินของอดีด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

 

มะเร็งโกงลาม "เจ้าจำปี" !!!  "กัปตันโยธิน" ยิงตรงสินบนโรลส์ รอยซ์ฉาวแค่รอยแผลเน่าโผล่  เอาให้หายขาดต้องเป็นวาระชาติผ่าตัด"บมจ.บินไทย" ??

 

สมควรแก่เวลาแล้วครับที่จะตั้งคณะกรรมการแห่งชาติมาตรวจสอบโครงการและการบริหารของบริษัทการบินไทย ทำเป็นวาระแห่งชาติ แก้ไขกันจริงๆครับ !!!

 

 เรียบเรียง  : ชัชรินทร์  สำนักข่าวทีนิวส์