- 24 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
ท่ามกลางกระแสความปรองดองซึ่งถูกจุดขึ้นอีกครั้งในยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. โดยการมอบหมายให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม รับผิดชอบดำเนินการ ต้องยอมรับว่าเป็นความท้าทายและล่อแหลมยิ่งว่าจะทำได้สำเร็จหรือไม่ แม้ว่าพล.อ.ประยุทธ์จะย้ำว่าต้องเดินหน้าแนวคิดนี้เพื่อทำให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ รวมถึงคนไทยส่วนใหญ่ก็คงอยากเห็นภาพเช่นนั้นเกิดขึ้น???
ประเด็นข้างต้นคงไม่แตกต่างจากความรู้สึกของ รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค ซึ่งโพสต์แสดงความรู้สึกถึงกระแสปรองดองคนในชาติ ด้วยข้อความปรากฎดังนี้
ทั้งนี้ภาพดังกล่าว รศ.ดร.ต่อตระกูล เคยโพสต์ไว้ในเพจเฟซบุ๊กตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2557 พร้อมข้อความในขณะนั้นว่า “ ธงชาติบนรถขบวนเสื้อแดงที่แถบสีน้ำเงินหายไป ภาพนี้ขบวนการเสื้อแดงเดือดร้อนมาก ออกมาแก้ว่าเป็นภาพตกแต่ง ตัดต่อธงไตรรงค์ โดยลบสีน้ำเงินออกแล้วใส่ร้ายพวกเขา ผมขอยืนยันว่าผมได้เห็นธงผืนนี้ด้วยตาตนเอง ในวันที่แดงระดมพลชุมนุมใหญ่ที่สนามกีฬาหัวหมาก ยังตกใจมาก ขอยืนยันว่าแดงบางกลุ่มได้ออกแบบธงชาติไทยใหม่ไว้เป็นแบบนี้แล้วจริง ?? ”
ขณะที่กับโพสต์ล่าสุดนี้ต่อมามีผู้เข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก
แน่นอนว่ากรณีนี้มีเหตุผลรองรับหรือเป็นข้อกล่าวหาอย่างเลื่อนลอยหรือไม่ "คำตอบก็คือไม่" เพราะที่ผ่านมาเคสของนายมหาหิน ขุนทอง ผู้ต้องหาคดีปาระเบิดศาลอาญา ก็คือสิ่งตอกย่้ำให้เห็นว่า นอกจากกลุ่มเสื้อแดงนปช.ที่เคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อระบอบทักษิณแล้ว ก็ยังมีเสื้อแดงอีกจำนวนหนึ่งที่มีแนวคิดไปไกลกว่านั้น และที่ผ่านมานายทักษิณ หรือ แม้กระทั่งแกนนำแดงนปช.ก็ไม่เคยปฏิเสธสถานะความสัมพันธ์อย่างชัดเจนว่า ในหมู่เสื้อแดงที่มีพฤติกรรมบ่อนทำลายสถาบันหลักของชาติเกี่ยวโยงกันหรือไม่ อย่างไร จากพฤติการณ์การเคลื่อนไหวบางจังหวะที่มีการสอดประสานกัน จนเกิดข้อคำถามสงสัย ??
โดยเฉพาะกับสารภาพจากปากนายมหาหินโดยการยอมรับว่าได้รับการว่าจ้างจากขบวนการคนเสื้อแดง ในการก่อเหตุรุนแรงเพื่อให้องค์การสหประชาชาติ หรือ "ยูเอ็น" เข้ามามีบทบาทในการเมืองของไทย และนำไปสู่การเปิดช่องทางให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองแบบใหม่ในประเทศไทย
หรืออีกหนึ่งกรณีอย่างที่ชัดเจน เช่นนางสุดา รังกุพันธ์ หรือ อ.หวาน รวมถึงนายสุรชัย แซ่ด่าน อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดงที่หลบหนีคดีอาญาไปอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งเคลื่อนไหวทุกรุปแบบเพื่อเป้าหมายการเปลี่ยนระบอบการปกครอง ก็ย้ำให้เห็นว่าท้ายสุดเป้าหมายเพื่อนำไปสู่การปรองดองอาจไม่ได้เป็นไปได้ในทุกมิติ หรือกับบุคคลที่เห็นหน้าเห็นตาในสังคมว่าเป็นคู่กรณีขัดแย้ง เพราะโดยข้อเท็จจริงมีคนเสื้อแดงอีกกลุ่มใหญ่ ที่ไม่คาดหวังเรื่องความสงบสุขคนในชาติ แต่ต้องการให้ประเทศเกิดความวุ่นวายเพื่้อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองประเทศ จากระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขไปสู่ "ระบอบสาธารณรัฐ" ซึ่ง ณ สถานการณ์ปัจจุบันเชื่อแน่ว่า มวลชนคนเสื้อแดงบางส่วนในประเทศไทยก็ยังคงมุมมองเช่นนั้น จากการรับความคิดดังกล่าวเข้ามาตลอดเวลาผ่านช่องทางโซเชียลต่าง ๆ !!!
เรียบเรียง : ชัชรินทร์ สำนักข่าวทีนิวส์




