อัดนักเลือกตั้ง !!! "บิ๊กตู่" ประสานเสียง "บิ๊กป้อม" เมินสูตรปรองดอง 66/23 เฉ่งพรรคการเมืองถ้าไม่ร่วมปรองดอง แสดงว่าไม่เห็นประเทศอยู่ในสายตา

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความคืบหน้าการสร้างความปรองดอง โดยอาจมีพรรคการเมืองใหญ่บางพรรคไม่เข้าร่วมในการกระบวนการว่า "เรื่องนี้ผมก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะผมบอกแล้ว และให้โอกาสทุกคนที่จะเข้ามาพูดจาในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทย และหากเขาไม่พูดก็แสดงว่า เขาไม่ได้มองประเทศไทยอยู่ในสายตา ว่าเราจะเดินหน้าประเทศกันอย่างไร หรือจะเดินยุทธศาสตร์ชาติอย่างไร จะพัฒนาแก้ไขเศรษฐกิจให้ทันต่อสถานการณ์โลกหรือไม่ ถ้าเขาไม่พูดเรื่องเหล่านี้ แล้วอนาคตเขาจะเข้ามาเป็นรัฐบาลกันได้หรือ ขอร้องว่าอย่าให้ต้องคิดกันแบบนี้ ผมขอบคุณอีกหลาย ๆ พรรคที่ยินดีจะเข้ามาโดยไม่มีการกล่าวอ้างเรื่องส่วนตัวเลย อยากจะเข้ามาเพื่อพูดหรือหารือว่าจะดูแลกันอย่างไร ถ้าหารือกันไม่ได้แล้วบอกว่าไม่เห็นด้วย เรื่องนี้สังคมก็ต้องไปตัดสินกันเอาเอง"
          นายกฯ ยังกล่าวถึงข้อเสนอที่ให้นำเอาสูตรการปรองดองของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ 66/23 มาใช้ว่า เรื่องนี้อยากให้ทุกคนกลับไปทบทวนให้ดี เพราะสูตรดังกล่าวเป็นคนละกรณีกันครั้งนี้ตอนนั้นเป็นเรื่องการต่อสู้กัน ซึ่งมีทั้งการใช้กำลัง การใช้อาวุธสงคราม แบ่งฝ่ายต่อสู้กัน สูตร 66/23 เป็นการนำคนกลับเข้ามาเพื่อเป็นกลุ่มพัฒนาชาติไทย แต่ปัจจุบันมันเป็นคนละอย่างกัน วันนี้เราไม่ได้แบ่งแบบนั้น และไม่ได้แบ่งกันเป็นคนละลัทธิ วันนี้เราต้องช่วยกันคิดว่าจะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้อย่างไร ด้วยกลไกปกติ ซึ่งมันต้องมีวิธีการ

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงกรณีที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) เสนอให้ใช้โมเดลปรองดองของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ที่ออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/23 แก้ปัญหาความขัดแย้งว่า “เป็นเรื่องของสปท. ผมไม่ทำ ผมทำของผมอย่างนี้ เรื่องปรองดองที่ผมจะทำไม่เอาเรื่องกฎหมายมาเกี่ยวข้อง และจะไม่ละเมิดกฎหมาย นอกจากมันเดินไม่ได้ จำเป็นต้องออกกฎหมายใหม่ ผมไม่เอากฎหมายกอ.รมน.หรืออะไรมาทำ คำสั่ง66/23 เป็นเรื่องนานมาแล้ว มันมีเรื่องของผู้ก่อการร้าย แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ มันเป็นเรื่องความปรองดองของคนในชาติ และผมไม่ยึด66/23 ผมจะทำให้คนมีความเข้าใจร่วมกัน อยู่ร่วมกันอย่างสันติในอนาคต และไม่ได้ไปยกเลิกให้คนทำผิดแล้วไม่ผิด ครั้งนี้มันไม่ใช้วิธีการเดียวกับกลุ่มพัฒนาชาติไทย มันคนละแบบกัน”
          เมื่อถามว่า มีการเสนอให้นำผลการศึกษาของคณะกรรมการปรองดองชุดต่างๆมาปรับใช้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะมีคณะกรรมการมาดูแลเรื่องดังกล่าว ไม่ต้องห่วง ส่วนความคืบหน้าการแต่งตั้ง คณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดองนั้น ยังไม่ได้แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ต้องรอให้คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ และการสร้างความปรองดองสามัคคี (ป.ย.ป.) ได้ประชุมอีกครั้งก่อน และคณะกรรมการที่ตนดูแลอยู่ยังไม่ได้มีโรดแม็ปการทำงานออกมา

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการหารือเพื่อสร้างความปรองดอง ว่า ตนได้รับหนังสือขอความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการสร้างความปรองดองจากคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) แล้ว โดยในวันพรุ่งนี้ (25 ม.ค.) จะมีการหารืออย่างไม่เป็นทางการในส่วนของสมาชิกพรรคที่มีความสนใจในเรื่องนี้ ก่อนที่จะส่งความเห็นเป็นเอกสารกลับไปภายในวันที่ 31 ม.ค.นี้
          ทั้งนี้ ตนยังยืนยันหลักการเดิมที่เคยเสนอต่อสาธารณชนไปแล้วว่า การปรองดองต้องมองไปที่อนาคต ส่วนเรื่องอดีตปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมทำงานไป ยกเว้นคดีที่เกี่ยวข้องกับประชาชนที่มาชุมนุมแล้วทำผิดกฎหมายพิเศษที่ควรจะนิรโทษกรรม ส่วนกรณีอื่นให้กระบวนการยุติธรรมทำงานเพื่อให้ได้ข้อยุติทั้งเรื่องข้อเท็จจริง และความรับผิดชอบต่อผลจากการกระทำของตัวเอง จากนั้นจะมีช่องทางอภัยโทษอย่างไรก็มีหลักเกณฑ์ตามกฎหมายอยู่แล้ว