- 24 ม.ค. 2560
ติดตามข่าวเพิ่มเติม http://deeps.tnews.co.th/
กรณีโลกออนไลน์แชร์เรื่องราวการบริจาคดวงตาให้กับสภากาชาดไทย โดยมีปลัดหนุ่มรายหนึ่ง ในพื้นที่ จ.เชียงราย ได้ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย จึงมีหลายคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ทำให้เจ้าตัวไม่สามารถตอบคำถามและทุกข้อสงสัยได้หมด จึงขอแจ้งผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ประชาสัมพันธ์การบริจาคอวัยวะหรือดวงตาให้กับสภากาชาดไทยนั้น สมัยนี้ไม่ต้องส่งเอกสารทางไปรษณีย์ให้วุ่นวาย สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางไปแจ้งที่สภากาชาดไทย สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ “ที่ว่าการอำเภอทุกแห่งนะแล้วนะครับ” ทางฝ่ายทะเบียนอำเภอจะเป็นคนประสานงานผ่านระบบออนไลน์ไปยังสภากาชาดไทยให้เอง เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 24 ม.ค. เปิดเผยว่า “นายณัฐกร ชุ่มอินทรจักร์” หรือ “บูม” อายุ 27 ปี ปลัดหนุ่มคนดังกล่าว ดูแลประชาชนในพื้นที่อ.ขุนตาล จ.เชียงราย กล่าวให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้มีหนังสือคำสั่งจากกรมการปกครอง ให้ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะหรือดวงตาของสภากาชาดไทย ประกอบกับเพจดังได้นำเรื่องดังกล่าวเผยแพร่ลงบนสื่อสังคมออนไลน์ ตนจึงเข้าไปตอบแนะนำตัวในฐานะปลัด เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ว่าการอำเภอ เฉพาะที่มีกิ่งกาชาด เพราะบางอำเภอจะไม่มีกิ่งกาชาดประจำอยู่ และตนเห็นว่าเป็นข่าวสารที่เป็นประโยชน์ ภายหลังจึงนำข้อมูลการบริจาคอวัยวะ มาเผยแพร่ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว แต่ในทางปฏิบัติแล้วจะเป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานที่จะต้องแจ้งให้ประชาชนที่เข้ามาติดต่อที่อำเภอได้รับทราบ
“ก่อนหน้าผมเป็นคนไม่ติดโซเชียลฯ จึงไม่ค่อยเผยแพร่ข้อมูลอะไร และเกรงว่าโพสต์ไปมั่วๆ คนอาจจะเข้าใจจุดประสงค์ผิดเพี้ยนไปว่าอยากดัง มองเพียงหน้าตา รูปร่าง เพราะปลัดอำเภอทุกคนมีหน้าที่ช่วยประชาชนเหมือนกัน แต่พอประชาชนตอบรับดี และเห็นข่าวสารทางเฟซบุ๊กค่อนข้างมาก ผมคิดว่าต่อไปในอนาคตจะเป็นช่องทางหนึ่งที่กระจายข่าวสารให้ชาวบ้านได้รัรู้ ประเทศไทยจะก้าวเป็นไทยแลนด์ 4.0 และในทางตรงกันข้าม คนส่วนใหญ่อาจมองว่าตำแหน่งปลัดอำเภอต้องดุดัน ค่อนข้างมีอายุ ชาวบ้านเลยติดภาพลักษณ์เช่นนั้น แต่ผมไม่ใช่คนเก่ง ความรู้ก็ระดับกลางๆ อาศัยความพยายาม ตั้งใจทำให้ถึงที่สุด เพราะอาชีพปลัดอำเภอเป็นอาชีพที่ได้ใกล้ชิดปัญหาชาวบ้าน เพียงแค่เราแก้ไขให้ตรงจุด ตอบสนองนโยบายของรัฐ ลงพื้นที่คุยกับประชาชน ปัญหาก็จะมีทางออก” ปลัดหนุ่มคนดังกล่าว ระบุ
นายณัฐกร ยังกล่าวต่ออีกว่า ตนเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งปลัดอำเภอเมื่อวันที่ 14 พ.ย.ปีที่ผ่านมา โดยก่อนหน้าทำงานเอกชน เป็นทนายความอิสระ เนื่องจากสำเร็จการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ รุ่นที่ 18 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กระทั่งทราบข่าวส่วนราชการเปิดรับสมัครสอบเข้าบรรจุตำแหน่งปลัดอำเภอ ขณะนั้นอายุ 25 ปี รอบแรกสอบไม่ผ่าน เพราะระยะเวลาเตรียมตัวค่อนข้างน้อย และในปีถัดมาสมัครสอบรอบที่สอง พร้อมกับตัดสินใจลาออกจากงานเอกชน ตั้งใจอ่านหนังสือ 2-3 เดือน วางเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน จนประสบผลสำเร็จสอบผ่านในลำดับที่ 227 ได้เป็นปลัดอำเภอรุ่นที่ 3 ประจำปี 2559
เรียบเรียง Amity
ขอบคุณ เดลินิวส์ , เฟซบุ๊ก Boom Nuttakorn
