อย่ามั่ว..อ้างเข้าใจผิดไม่ได้!!!"ชูชาติ"อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ชี้ตร.พัทยาเรียกตรวจโคโยตี้สาวในรถตู้ส่อพิรุธ ผกก.ป้องลูกน้องเข้าข่ายผิดอาญา??

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

จากกรณีหญิงสาว อายุ 23 ปี รายหนึ่งได้เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ว่า   ถูกชายไทยรูปร่างอ้วน  2 คน   อ้างตัวเป็นตำรวจมาขอตรวจปัสสาวะ บริเวณหมู่บ้านรุ้งแลนด์  พัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี  ก่อนจะพาซ้อนท้ายรถจยย.ไปที่รถตู้ ซึ่งจอดห่างออกไป 300 เมตร  จากนั้นยังพบว่าภายในรถมีชายฉกรรจ์อีกหลายคน ด้วยความไม่ไว้ใจและกลัวอันตรายจึงอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเผลอวิ่งหลบหนีแล้วเข้าแจ้งความดังกล่าว และต่อมามีการชี้แจงจาก  พ.ต.อ. อภิชัย กรอบเพชร   ผู้กำกับการสถานีตำรวจเมืองพัทยา    โดยยอมรับบุคคลที่หญิงสาวสงสัยนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง  ส่วนเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิด

 

อย่ามั่ว..อ้างเข้าใจผิดไม่ได้!!!"ชูชาติ"อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ชี้ตร.พัทยาเรียกตรวจโคโยตี้สาวในรถตู้ส่อพิรุธ ผกก.ป้องลูกน้องเข้าข่ายผิดอาญา??

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม :  อ้าว..ที่แท้ก็ตำรวจจริง!! ผกก.เมืองพัทยาแจงเสียงอ่อยชายฉกรรจ์ในรถตู้ ทำตัวลึกลับเรียกโคโยตี้สาวสอบสารเสพติดเป็นลูกน้อง !?! (คลิก)

ล่าสุด นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ได้โพสต์แสดงความเห็นในเพจเฟซบุ๊ก  โดยชี้ให้เห็นว่าพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ถูกต้องและอาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายอาญาเสียเอง  “.....ข่าวหญิงสาวคนหนึ่งอายุ 23 ปี ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ว่าถูกชายไทยรูปร่างอ้วน 2 คน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมาขอตรวจปัสสาวะ บริเวณหมู่บ้านรุ้งแลนด์ พัทยาใต้ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี แล้วพาซ้อนท้ายรถจักรยานไปที่รถยนต์ตู้ซึ่งจอดห่างออกไป 300 เมตร ปรากฎว่าภายในรถมีชายฉกรรจ์อีกหลายคน จึงอาศัยจังหวะเผลอวิ่งหลบหนีมาขอความช่วยเหลือ และเข้าแจ้งความดังกล่าว

 

อย่ามั่ว..อ้างเข้าใจผิดไม่ได้!!!"ชูชาติ"อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ชี้ตร.พัทยาเรียกตรวจโคโยตี้สาวในรถตู้ส่อพิรุธ ผกก.ป้องลูกน้องเข้าข่ายผิดอาญา??
 

.....ต่อมาพันตำรวจเอกอภิชัย กรอบเพชร ผู้กำกับการสถานีตำรวจเมืองพัทยา เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการเข้าใจผิดกัน โดยในช่วงเย็นได้เรียกเจ้าทุกข์และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงานในเวลาดังกล่าวซึ่งเป็นชุดปราบปรามพิเศษโดยมีตำรวจยศดาบตำรวจและตำรวจอาสา 2 คน ซึ่งจากการพูดคุยสอบถามทางเจ้าทุกข์ไม่ติดใจเอาความ แต่หากเจ้าทุกข์ติดใจเอาความทาง สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยาก็จะดำเนินการตามกฎหมายให้

 

อย่ามั่ว..อ้างเข้าใจผิดไม่ได้!!!"ชูชาติ"อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ชี้ตร.พัทยาเรียกตรวจโคโยตี้สาวในรถตู้ส่อพิรุธ ผกก.ป้องลูกน้องเข้าข่ายผิดอาญา??

 

.....ถ้าข่าวดังกล่าวเป็นความจริง ก็มีข้อที่น่าสังเกตอยู่หลายประการ คือ


.....1.ไม่บทบัญญัติของกฎหมายฉบับใดให้อำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจไปขอตรวจปัสสาวะใครก็ได้โดยที่บุคคลนั้นไม่ได้กระทำความผิดต่อกฎหมายใดๆ หรือมีพฤติการณ์ที่น่าสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือเคยเกี่ยวข้องยาเสพติดมาก่อน


.....2.ถ้าจะขอตรวจปัสสาวะจริงเหตุใดเจ้าพนักงานตำรวจจึงไม่แสดงตัวให้ผู้หญิงคนนั้นทราบว่าเป็นเจ้าหน้าตำรวจและไม่นำตัวไปตรวจที่สถานีตำรวจ เหตุใดต้องนำตัวที่รถยนต์ตู้ที่มีผู้ชายอยู่ในรถอีกหลายคนและบุคคลเหล่านั้นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่


.....3. การกระทำของเจ้าหน้าตำรวจดังย่อมมีความผิดฐานทำให้บุคคลอื่นเสื่อมเสียเสรีภาพและฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 และมาตรา 157 ตามลำดับ


.....4. ที่ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยากล่าวว่า จากการพูดคุยสอบถามทางเจ้าทุกข์ไม่ติดใจเอาความ แต่หากเจ้าทุกข์ติดใจเอาความทางสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยาก็จะดำเนินการตามกฎหมายให้ นั้น แม้ความผิดตามมาตรา 310 เป็นความผิดอันยอมความได้ แต่ความผิดตามมาตรา 157 เป็นความผิดอาญาแผ่นดินแม้เจ้าทุกข์หรือผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ เจ้าพนักงานตำรวจก็ต้องดำเนินคดีแก่ผู้กระทำความผิด  หากเจ้าที่ตำรวจภูธรเมืองพัทยาผู้มีหน้าที่ต้องดำเนินการไม่ดำเนินคดีแก่เจ้าหน้าตำรวจคนดังกล่าวก็จะมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติโดยมิชอบตามมาตรา 157 เช่นเดียวกัน

 

เรียบเรียง  :  มนันยา  สำนักข่าวทีนิวส์