ด่วนที่สุด!!! สื่อญี่ปุ่นตีข่าวตร.รวบรองอธิบดีกรมทรัพย์สินฯข้อหาขโมยภาพในโรงแรมหลังกล้องวงจรปิดจับภาพสงสัยได้ปลัดพณ.เร่งประสานสอบข้อเท็จจริง

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/

ภายหลังจากมีกระแสข่าวข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกทรวงพาณิชย์ ถูกตำรวจ ญี่ปุ่นจับในข้อหาขโมยทรัพย์สินในโรงแรมแรมแห่งหนึ่ง ปรากฏว่า น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้ยอมรับว่าข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องจริง โดยเป็นเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างข้าราชการรายดังกล่าวไปประชุมที่ประเทศญี่ปุ่น

 

 

ด่วนที่สุด!!! สื่อญี่ปุ่นตีข่าวตร.รวบรองอธิบดีกรมทรัพย์สินฯข้อหาขโมยภาพในโรงแรมหลังกล้องวงจรปิดจับภาพสงสัยได้ปลัดพณ.เร่งประสานสอบข้อเท็จจริง

 

 

 

ทั้งนี้รายงานข่าวก่อนหน้านั้นระบุโดยการอ้างอิงของสื่อท้องถิ่นของญี่ปุ่น ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ เมืองเกียวโตของญี่ปุ่น ได้เข้าควบคุมตัวชายไทยรายหนึ่งขณะกำลังจะเช็คเอ้าท์ออกจากที่พัก ภายหลังเจ้าหน้าที่ของโรงแรมตรวจสอบภาพวงจรปิดพบว่า เขาได้ขโมยภาพวาดที่ตกแต่งในโรงแรมไปโดยจากการตรวจสอบครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ของโรงแรมพบว่า ภาพวาด 3 ภาพมูลค่า 15,000 เยน ที่ติดอยู่ในโรงแรมบริเวณชั้น 9-10 ได้หายไป พวกเขาจึงเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดก่อนจะพบว่าคนร้ายหัวขโมยเป็นชายไทยคนดังกล่าว ทางพนักงานโรงแรมจึงคุมตัวไว้ก่อนจะโทรเรียกเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจค้น

 

 

 

 

ด่วนที่สุด!!! สื่อญี่ปุ่นตีข่าวตร.รวบรองอธิบดีกรมทรัพย์สินฯข้อหาขโมยภาพในโรงแรมหลังกล้องวงจรปิดจับภาพสงสัยได้ปลัดพณ.เร่งประสานสอบข้อเท็จจริง

 

 

โดยรายงานแจ้งว่า คนไทยที่ถูกจับกุมครั้งนี้มีชื่อว่า นาย สุภัฒ สงวนดีกุล ดำรงตำแหน่งเป็นรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญากระทรวงพาณิชย์


ล่าสุดนายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าขณะนี้ น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ในญี่ปุ่น ไปติดตามและตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว และประสานขอข้อเท็จจริงกับสถานทูตไทยในญี่ปุ่น เพื่อติดตามรายละเอียดข้อเท็จจริง และฟังการชี้แจงจากรองอธิบดีกรมฯที่ถูกกล่าวก่อน

 

 

ด่วนที่สุด!!! สื่อญี่ปุ่นตีข่าวตร.รวบรองอธิบดีกรมทรัพย์สินฯข้อหาขโมยภาพในโรงแรมหลังกล้องวงจรปิดจับภาพสงสัยได้ปลัดพณ.เร่งประสานสอบข้อเท็จจริง

 

 

ด้าน นายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการ สำนักงานต่างประเทศ เปิดเผยว่า ตามขั้นตอนจะต้องมีการประสานผ่านทางสถานทูตไทยที่ประจำอยู่ในประเทศญี่ปุ่น เพื่อจัดเจ้าหน้าที่ไปดูแลช่วยเหลือในเบื้องต้น  ซึ่งคงต้องใช้ทนายความชาวญี่ปุ่นเพื่อช่วยเหลือในกระบวนการแก้ต่างทางคดี  ทั้งนี้หากมีการประสานเข้ามาทางสำนักงานอัยการคดีต่างประเทศ ตัวเองก็จะให้คำปรึกษาในขั้นตอนทางกฎหมายได้  แต่คงไม่มีอำนาจไปแก้ต่างคดีถึงประเทศญี่ปุ่นได้

 

 

เรียบเรียง : มนันยา สนข.ทีนิวส์