- 25 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
จากกรณี นายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญากระทรวงพาณิชย์ ถูกจับในข้อหาขโมยภาพวาด 3 ภาพ โรงแรมแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น นั้น
นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ โฆษกกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ต้องมีการตรวจสอบถึงสาเหตุในการลักขโมย ว่า เกิดจากภาวะสมองเสื่อมจากวัยสูงอายุหรือไม่ เนื่องจากอาจเข้าใจว่า สิ่งของที่นำมาเป็นของตัวเองจริง หรือเกิดจากภาวะการป่วยเป็นโรคที่มีปัญหาในการควบคุมการขโมย หรือโรคชอบหยิบฉวยของ (Kleptomania) ซึ่งมีสาเหตุมาจากสารในสมองทำงานผิดปกติ ทำให้มีพฤติกรรมชอบสะสมที่ขาดการรับรู้ผิดชอบชั่วดี เพราะไม่มีผู้ชี้แนะมาตั้งแต่วัยเด็ก โดยบุคคลในกลุ่มนี้จะมีลักษณะอาการเกิดขึ้นทันทีที่เห็นสิ่งของที่อยากได้ และจะรู้สึกทุกข์ทรมานใจ หากไม่ได้นำของผู้อื่นไป ซึ่งเมื่อหยิบไปแล้ว ความทุกข์ทรมานในใจจะหายไป และอาจนำสิ่งของที่หยิบไปมาคืน หรืออาจนำมาแอบซ่อนไว้เป็นของตัวเองก็ได้ แต่พฤติกรรมนี้จะแตกต่างกับ ผู้มีนิสัยชอบขโมยที่จะมีการวางแผนล่วงหน้า ไม่รู้สึกทุกข์ทรมานใจหากไม่ได้ขโมย และต้องการสิ่งของบบุคคลอื่นเพื่อตอบสนองการนำมาใช้ประโยชน์ของตัวเอง เช่น ขโมยสิ่งของเพื่อนำไปขาย และนำเงินมาใช้จ่าย
"วิธีการสังเกตและป้องกันไม่ให้เกิดพฤติกรรมลักขโมยสิ่งของผู้อื่น สามารถสังเกตอาการของตัวเองได้ หากเพียงแค่มีความคิดอยากได้ของผู้อื่นมาครอบครองโดยเจ้าของไม่รับรู้เพียงแค่ครั้งเดียว ต้องห้ามมองข้ามสัญญาณเตือนนี้ และต้องไม่ลงมือกระทำ เพราะหากปล่อยไปและเกิดการลงมือกระทำแล้ว อาจทำให้กลายเป็นบุคคลที่มีนิสัย และพฤติกรรมการลักขโมยได้ในที่สุด และเมื่อสำรวจว่า ตัวเองมีพฤติกรรมอยากได้ของผู้อื่นโดยเจ้าของไม่ยินยอมรับรู้ ควรไปพบจิตแพทย์หรือ บอกบุคคลใกล้ชิดที่ไว้ใจได้ โดยบุคคลใกล้ชิดต้องตั้งสติให้ดี ไม่ต่อว่า ซ้ำเติม กล่าวชื่นชมผู้มีปัญหาให้รู้สึกมีความภาคภูมิใจที่กล้าบอกปัญหานี้ และค่อยดำเนินการชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องเพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ถูกต้อง" นพ.อภิชาติ กล่าว
นพ.อภิชาติ กล่าวว่า ส่วนในกลุ่มผู้ป่วยเป็นโรคที่มีปัญหาในการควบคุมการขโมย พบได้ตั้งแต่วัยรุ่น จนถึงวัยผู้ใหญ่ และสามารถรักษาได้ โดยการใช้ยาเพื่อสร้างสมดุลของสารในสมอง ลดความวิตกกังวล และใช้พฤติกรรมบำบัด รวมทั้งหลีกเลี่ยงไม่ไปสถานที่ชอบไปก่อพฤติกรรมหยิบของผู้อื่นโดยไม่บอกกล่าว เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และไม่อยู่ใกล้สิ่งของเป้าหมายที่ทำให้รู้สึกอยากนำมาเป็นของตัวเอง หรือ หากมีญาติที่ไว้ใจใกล้ชิด ก็สามารถติดตาม สอดส่องพฤติกรรมทำหน้าที่คอยห้ามปรามได้ด้วย อย่างไรก้ตาม การลักขโมยไม่ว่าจะป่วยหรือไม่ป่วยก็ถือว่ามีความผิด ต้องถูกดำเนินคดี
เรียบเรียง บุญชัย ทีนิวส์
