ฟ้องด้วยภาพ !!! การบินไทยจอดเครื่องบินทิ้งไว้ 9 ลำ ที่สนามบินอู่ตะเภา โดยที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย !!!

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

สื่อโซเชียล มีการแชร์ภาพเครื่องบิน ของการบินไทยที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย โดยจอดทิ้งไว้เฉยๆ ที่สนามบินอู่ตะเภา ทั้งหมด 9 ลำ ด้วยกัน

 

ฟ้องด้วยภาพ !!! การบินไทยจอดเครื่องบินทิ้งไว้ 9 ลำ ที่สนามบินอู่ตะเภา โดยที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย !!!

 

 

ฟ้องด้วยภาพ !!! การบินไทยจอดเครื่องบินทิ้งไว้ 9 ลำ ที่สนามบินอู่ตะเภา โดยที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย !!!

 

 

ขณะที่ ในวันนี้ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กล่าวถึงขั้นตอนการตรวจสอบสินบนโรลส์-รอยซ์และปตท.ว่า สตง.ตรวจสอบทั้งการบินไทยและปตท. เป็นการตรวจสอบในประเด็นเดียวกันคือการรับสินบน ซึ่งตรวจสอบไม่ยาก วิธีการตรวจสอบก็ไม่ต่างกัน ขณะนี้สตง. ดำเนินการสองส่วนคือ ส่วนแรก รอข้อมูลจากต่างประเทศที่ส่งหนังสือขอไปแล้ว เพราะในการตรวจสอบ  ถือว่าเอกสารจากต่างประเทศเชื่อถือได้ เพราะได้มาจากการสอบสวนคนที่ให้สินบน ซึ่งสอบโดยหน่วยงาน  ของรัฐและเรื่องขึ้นศาลด้วย แต่คนที่ถูกระบุชื่ออาจจะบอกว่าไม่เป็นธรรม จึงต้องมีการสอบสวนตัวบุคคลต่อไป

ส่วนที่สองคือ การรวบรวมข้อมูลหลักฐานการขออนุมัติ รายงานการประชุม บันทึกข้อเสนอโครงการจากการบินไทยและปตท. ซึ่งเบื้องต้นสตง.ได้รายชื่อของบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว ตั้งแต่ เจ้าหน้าที่พัสดุ เจ้าหน้าที่เปรียบเทียบคุณสมบัติสินค้า ผู้พิจารณา ผู้อนุมัติ เพื่อเสนอไปยังหน่วยงานกำกับดูแลและเสนอเข้าที่ประชุมครม. ซึ่งทุกคนอยู่ในเส้นทางการซื้อขายและจะมาดูว่ามีโอกาสมากน้อยแค่ไหนในการจะรับสินบน เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนที่มีรายชื่อจะเป็นผู้ที่รับสินบน "จากนี้สตง.รอหลักฐานต่างประเทศมาประกบกับข้อมูลของสตง. เพื่อยืนยันรายชื่อ เพื่อดูพฤติการแล้วส่งรายชื่อให้พนักงานสอบสวนคือปปช.ต่อไป "นายพิศิษฐ์กล่าว

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะทำงานสืบสวนและรวบรวมข้อมูล กรณีสินบนโรลส์-รอยซ์ เปิดเผยถึงความถึงหน้าว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวบข้อมูลทั้งในและต่างประเทศซึ่งได้ข้อมูลมาบางส่วนแล้วได้นำเสนอคณะกรรมการป.ป.ช. เมื่อวานนี้(24ม.ค.) และให้รับเรื่องไว้แสวงหาข้อเท็จจริง เพื่อให้รู้ว่าใครเป็นผู้เกี่ยวข้อง เมื่อไหร่ อย่างไร ทั้งนี้หากได้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยเฉพาะรายชื่อบุคคลที่ชัดเจนว่า ใครร่วมกระทำผิดไม่ว่าจะเป็นหรือไม่เป็นในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ หากมีส่วนสนับสนุนการกระทำ จะได้เสนอให้คณะกรรมการป.ป.ช. ตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไป

นายสรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนที่หลายฝ่ายเสนอใช้ มาตรา 44 เพื่อความรวดเร็วในการขอข้อมูลกับต่างประเทศนั้น เป็นในลักษณะว่า ป.ป.ช.มีอำนาจตรงในการขอข้อมูล แต่มีกฎหมายฉบับหนึ่ง ที่ให้ผ่านกระบวนการของอัยการ และกระทรวงการต่างประเทศ เป็นมาตรฐานสากล ดังนั้น การใช้มาตรา 44 ตนก็ไม่แน่ใจว่าเป็นกฎหมายที่จะไปยกเว้นขั้นตอนที่กล่าวมาได้หรือไม่ ถ้าได้กระบวนการก็เร็วขึ้น แต่ก็ต้องพิจารณามากพอสมควร เพราะเกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่น ๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนี้ถูกระบุชัดว่าใครมีอำนาจเกี่ยวข้องบ้างในช่วงเวลาใด นายสรรเสริญกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ยากแล้ว เราสามารถดูข้อมูลจากภายในจากการบินไทยและปตท. ก็ได้ ว่าใครบ้างเข้ามาเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อ แต่ตัวคนที่ให้ไปยอมรับในชั้นศาลอังกฤษ คือใคร ให้และรับเมื่อไหร่ อย่างไร ต้องดูรายละเอียดถึงคนส่วนนี้ด้วย จึงต้องรอข้อมูลที่ขอจากหน่วยงานต่างประเทศ

 

 

บุญชัย ทีนิวส์ เรียบเรียง