- 25 ม.ค. 2560
ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ ( 25 ม.ค.) นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงการดำเนินคดีผู้รับสินบน กรณีที่บริษัทต่างประเทศรับว่าได้จ่ายสินบนแก่หน่วยงานรัฐบาลของไทยว่า ได้หารือกับหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ทั้ง ป.ป.ช. และ ปปง. โดยกรณีนี้ จะยึดตามกฎหมายของ ปปง. ถือว่าคดียังไม่ขาดอายุความ เพราะเป็นการทุจริตและเข้าข่ายการฟอกเงิน โดยจะมีการขยายผลสอบจาก สตง. และ ป.ป.ช. เพื่อขอยึด อายัดทรัพย์ และติดตามเส้นทางการเงิน ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง
แม้เรื่องนี้จะมีการรับสารภาพและยอมจ่ายค่าชดเชยเพื่อต่อรองยุติคดีในต่างประเทศ แต่ ป.ป.ช. ได้ลงนามในอนุสัญญาต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยเป็นภาคีร่วมกับองค์การสหประชาชาติ เมื่อ ค.ศ. 2003 จึงถือเป็นการกระทำความผิดฐานทุจริตคอร์รัปชั่น ที่ ป.ป.ช. สามารถขอสำนวนการสอบสวนจากกระทรวงยุติธรรม สหรัฐฯ หรือสำนักงานการปราบปรามการทุจริตร้ายแรงของสหราชอาณาจักร (เอสเอฟโอ) มาขยายผลสอบได้ โดยใช้ร่วมกับการใช้มาตรา 123/5 กฎหมาย ป.ป.ช.ที่แก้ไขเพิ่มเติมปี 2559 สอบตัวแทนบริษัทต่างชาติ นายหน้า หรือผู้เกี่ยวข้องและผู้รับผลประโยชน์ได้ทั้งสิ้น และกรณีนี้ ป.ป.ช. หรือใครอย่าอ้างว่าเป็นข้อมูลลับ เพราะมาตรา 103/9 กฎหมาย ป.ป.ช. ระบุว่าต้องเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณ
นายชาญชัย กล่าวอีกว่า กรณีนี้มีความคล้ายกับคดีทุจริตการจัดซื้อเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิด ซีทีเอ๊กซ์9000 ที่ศาลแขวงแคลิฟอร์เนีย สั่งปรับเงินบริษัท จี.อี.อิเล็กชั่น ที่ได้จ่ายสินบนให้รัฐบาลไทยในยุคหนึ่งในการซื้อเครื่อง จนมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เมื่อคดีไปถึงมือ ป.ป.ช. กลับถูกจำหน่ายคดี โดยอ้างว่าหาชื่อผู้กระทำความผิดไม่ได้ ดังนั้น อย่าให้กรณีสินบนข้ามชาติของบริษัทโรลส์ - รอยซ์ ซ้ำรอยกับคดีซีทีเอ๊กซ์ เพราะไม่เช่นนั้นจะมีการรื้อคดีซีทีเอ๊กซ์ขึ้นมาชำระความกันใหม่ เพราะบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้เป็นรัฐมนตรี อัยการสูงสุด และผู้มีอำนาจ ทั้งนี้ หน่วยงานตรวจสอบของไทย สามารถขยายผลสอบจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง และผู้อนุมัติจัดซื้อหรือชงเรื่องให้ซื้อ ในลำดับชั้นต่างๆ ได้ ตามตำแหน่งของผู้อนุมัติ วงเงินงบประมาณในการจัดซื้อ ตามลำดับขั้น ว่าใคร กรรมการชุดไหน เป็นผู้อนุมัติการจัดซื้อ
นอกจากนี้ ผลพวงจากการทุจริตในรัฐวิสาหกิจหลายหน่วยงานครั้งนี้ กระทบถึงกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างในปี 2559 ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ ในมาตรา 7 (1) ที่งดเว้นการบังคับใช้กับองค์กรรัฐวิสาหกิจในการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อการแข่งขัน จะกลายเป็นการเปิดช่องให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่น จึงมีการเสนอให้ไปยกร่างกฎหมาย ป.ป.ช. ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมใหม่ ในมาตรา 41 ระบุให้บุคคลที่มีหน้าที่ให้คุณให้โทษ อนุมัติในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่างๆ จะต้องยื่นเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ต่อ ป.ป.ช. ด้วย แม้หลายฝ่ายพยายามจะแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ที่มีเป็นปัญหาหนักอกของชาติมานาน หากไม่มีการสะสางหรือทำความจริงให้ปรากฏก็จะเป็นปัญหาหมักหมมของชาติต่อไป รัฐบาลต้องจริงใจในการแก้ไขปัญหานี้ให้เร็วที่สุด เพราะจะมีการขุดคุ้ยคนที่เคยร่วมอนุมัติ ในการจัดซื้อเครื่องบินล็อตนี้ ซึ่งปัจจุบันหลายคนยังนั่งอยู่ใน ครม. ชุดปัจจุบันนี้ ไม่เช่นนั้น จะกระทบและกลายเป็นวิกฤติศรัทธาของรัฐบาล
วิทย์ณเมธา สำนักข่าวทีนิวส์
