- 26 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม : www.tnews.co.th
จากกรณี ศาลสหราชอาณาจักรสั่งปรับ โรลส์-รอยซ์ บริษัทเครื่องยนต์ยักษ์ใหญ่ของโลกสัญชาติอังกฤษ 671 ล้านปอนด์ หรือ ราว 3 หมื่นล้านบาท หลัง สำนักงานต่อต้านการทุจริต (SFO) ของประเทศ พบว่า บริษัทสมรู้ร่วมคิดกับการทุจริต หรือ ละเลยต่อการป้องกันการติดสินบนในไทย จีน อินเดีย รัสเซีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และ ไนจีเรีย
โดยคำวินิจฉัยของ เอสเอฟโอ ชี้ว่า โรลส์-รอยซ์ ยอมจ่ายเงินราว 680 ล้านบาทให้แก่นายหน้าในภูมิภาค โดยเงินบางส่วนจ่ายให้แก่ "ผู้แทนของประเทศไทย และพนักงานของการบินไทย" ซึ่งบุคคลเหล่านี้ "ถูกคาดหวังว่าจะให้ความความช่วยเหลือแก่โรลส์-รอยซ์ในการจัดซื้อเครื่องเครื่องยนต์ T800 โดยการบินไทย" การจ่ายเงินดังกล่าวสูงถึง 1.3 พันล้านบาท ระหว่างปี 2534-2548 เพื่อให้การบินไทยซื้อเครื่องยนต์ Trent ถึง 3 ลอตจากโรลส์-รอยซ์ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>> จากคดีสินบนโรลล์-รอยซ์ ชะตากรรมเดียวกับสินบน ททท.งานภาพยนตร์นานาชาติ(รายละเอียด))
ส่วนบทสรุปของคดีนี้จะเกี่ยวข้องกับใครบ้างและจะมีโทษอย่างไร ก็คงต้องติดตาม ความคืบหน้าจากป.ป.ช.กันต่อไป แต่กรณีนี้ไม่ใช่กรณีแรก ที่ผ่านมาที่คดีที่บริษัท ต่างประเทศให้สินบน ข้าราชการไทย เพื่อให้เอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจ และปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของศาลแล้ว
ในช่วงที่ตลาดวงการภาพยนตร์ในประเทศไทยเฟื่องฟูสุดขีด ช่วงปี 2546-2550 ซึ่งจะมีภาพยนตร์ทั้งในและต่างประเทศเข้าฉาย ปีละหลายสิบเรื่อง ซึ่งขณะนั้น นางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จึงได้มีโครงการเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ขึ้น โดยความร่วมมือกับบริษัทหนังยักษ์ใหญ่ของประเทศหวังจะให้ประเทศไทย เป็นแหล่งค้าขายภาพยนตร์ เชิดหน้าชูตาให้ประเทศ คล้ายกับเทศกาลหนังเมืองคานส์ หรือ ปูซาน ซึ่งบรรยากาศการจัดงานก็ มีความอลังการ เลิศหรู ได้รับการตอบรับจากดารชั้นนำจากต่างประเทศ ร่วมเดินพรมแดง ถือเป็นเวทีที่ วงการภาพยนตร์ทั่วโลกให้การจับตามอง
แต่สุดท้ายเรื่องงามหน้าก็มาแดงขึ้น เมื่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สหรัฐ หรือ เอฟบีไอ ได้จับกุม 2 สามีภรรยา “เจอรัลด์” และ “แพทริเซีย กรีน” สองสามีภรรยา
ที่จัดตั้งบริษัท ฟิล์ม เฟสติวัล เมเนจเมนต์ ขึ้นในนครลอสแอนเจลิส สหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2546 นั้น ได้ทำการ “ติดสินบน” ให้กับ เจ้าหน้าที่ของไทย เป็นจำนวนเงิน 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ เป็นเงินไทยราว 59.4 ล้านบาท
เพื่อให้ได้สัญญาว่าจ้างจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ (The Bangkok Film Festival) และสัญญาว่าจ้างอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยสองสามีภรรยาชาวอเมริกันถูกจับ เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2550 ในข้อหาละเมิดกฎหมายว่าด้วยการกระทำผิดอันเป็นการคอร์รัปชันในต่างประเทศ
เอฟบีไอ ของสหรัฐฯ เปิดเผยผลการสอบสวนในเบื้องต้นว่า พบช่องทางจ่ายเงินของ ททท. ผ่านการทำธุรกิจของ นายและนางกรีน ในลอสแอนเจลิส มีทั้งการโอนเงินและเช็กเงินสดผ่านบัญชีลูกสาวของคนระดับสูงใน ททท. และผู้เกี่ยวข้องรวม 41 ครั้ง ระหว่างวันที่ 30 พ.ค.46 - 16 ต.ค.49 โดยใช้ชื่อย่อต่างๆ ในการโอนถึง 7 ชื่อ ประกอบด้วย FFM, SASO, FPI, Viridian, FOF, IFC และ Fying pen โดย ณ ตอนนั้นได้รวบรวมเป็นเงิน 1,384,694.80 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ คิดเป็นเงินไทย 47,079,623 บาท
ในบันทึกของเอฟบีไอ ดังกล่าว ยังระบุชื่อผู้โอน (อักษรย่อ) เลขที่บัญชี วันเวลาที่ทำธุรกรรม และจำนวนเงินที่โอนอย่างชัดเจน ส่วนบัญชีผู้รับอยู่ทั้งในสิงคโปร์ สหราชอาณาจักร และหมู่เกาะเจอร์ซีย์ ส่วนธนาคารต้นทางนั้น มีทั้งจาก แบงก์ ออฟ อเมริกา ธนาคารเวลส์ ฟาร์โก และ ธนาคารแห่งสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ในบันทึกยังระบุด้วยว่า ระหว่างวันที่ 23 ม.ค.46 - 13 ต.ค.49 ทาง ททท. ร่วมกับหน่วยงานสังกัดอื่นๆ ได้นำเงินโอนเข้าบัญชีบุคคลชื่อย่อทั้ง 7 ด้วย รวม 88 ครั้ง เป็นเงิน 10,095,178.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเป็นเงินไทย 343,236,069 บาท
ต่อมาคณะลูกขุนกลางนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ยื่นฟ้อง นายเจอรัลด์ กรีน และ นางแพทริเซีย กรีน ภรรยา รวม 2 ข้อหา ในความผิดหลายกระทง วันต่อมา คณะลูกขุนรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ลงมติความผิดสองผู้บริหาร บริษัท ฟิล์มเฟสติวัลฯ โดยแบ่งเป็นข้อหาสมรู้ร่วมคิดจะติดสินบนเจ้าหน้าที่ต่างชาติ จำนวน 1 กระทง กับ ข้อหาติดสินบนอีก 6 กระทงและมีคำวินิจฉัยออกมาว่า จำเลย 2 ผัวเมียคือ นายเจอรัลด์ กรีน อายุ 77 ปี กับนางแพทริเซีย กรีน อายุ 52 ปี มีความผิดจริงตามข้อหา “สมรู้ร่วมคิดกันวางแผนละเมิดกฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันและฟอกเงิน ด้วยการจ่ายสินบนจำนวน 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 63 ล้านบาท) เพื่อให้ได้สิทธิในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่กรุงเทพฯ
แถลงการณ์ระบุว่า จำเลยทั้งสองคนนี้ได้จ่ายเงินให้กับ นางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการ ททท. โดยโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารในประเทศสิงคโปร์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ และ ประเทศอังกฤษ โดยใช้ชื่อบุตรสาวและเพื่อนของ นางจุฑามาศ ซึ่งจำเลยทั้งสองได้รับเงินกว่า 13.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (472.5 ล้านบาท) จากการทำสัญญาจัดเทศกาลภาพยนตร์ อย่างไรก็ตาม นางจุฑามาศ ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ
ต่อมาศาลแขวงนครลอสแอนเจลิส ได้ตัดสินจำคุก 2 ผัวเมียกรีน เป็นเวลา 6 เดือน ตามด้วยโทษกักบริเวณบ้าน 6 เดือน ปรับ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในข้อหาติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทย
หลังจากที่ข่าวสารปรากฏออกมา หน่วยงานตรวจสอบในประเทศไทย อย่างป.ป.ช. เข้ามาตรวจสอบเรื่องดังกล่าว จนคณะกรรมการป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรณีเรียกรับเงินจากนักธุรกิจชาวสหรัฐอเมริกา รวมมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท เพื่อให้ได้สิทธิในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ (Bangkok Film Festival) ไปเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2554
แต่ต่อมาทางอัยการพบข้อไม่สมบูรณ์ในสำนวนบางประการ จึงมีการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง ป.ป.ช. กับอัยการ เพื่อไต่สวนพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่ออุดข้อไม่สมบูรณ์นั้น โดยสามารถหาข้อยุติได้ในเดือนมิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2558 นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด (อสส.) ได้มีความเห็นสั่งฟ้องนางจุฑามาศตามมติของคณะทำงานร่วม ต่อศาลอาญา ตามกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 97
จนกระทั่งอัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้อง นางจุฑามาศ และ น.ส.จิตติโสภา บุตรสาว ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดสำหรับตนเอง เป็นพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำการใดๆ โดยมุ่งหมายไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้อแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิตามสัญญาแก่หน่วยงานของรัฐ และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 6, 11และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ซึ่งทั้งสองได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และศาลประทับรับฟ้อง เป็นคดีหมายเลขดำ อท.ที่ 14/2558 ศาลได้อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว ตีราคาวงเงินประกันคนละ 1 ล้านบาท
ปัจจุบัน ทั้ง 2 อยู่ระหว่างการต่อสู้คดีในศาลชั้นต้นของประเทศไทย ขณะเดียวกันก็อยู่ระหว่างการถูกพิจารณาคดีของศาลสหรัฐอเมริกาด้วยเช่นกัน
เรียบเรียงโดย : วัสดา สำนักข่าวทีนิวส์
